ชาวสวนกล้วย มะนาว กทม อ่วม รื้อใหญ่ ภาษีที่ดิน จ่อรีดหนักขึ้น เพิ่มรายได้ท้องถิ่น

ดัดหลังแลนด์ลอร์ดปลูกกล้วย มะนาว กทม ..

       แต่ .. สุดท้าย คนจ่ายก็คือ ชาว กทม ที่เช่าอยู่อาศัย ค้าขาย มนุษย์เงินเดือน ทั้งหลาย เตรียมตัวจ่ายค่าเช่า ค่าอาหารเพิ่ม +แถมต้อนรับราคาประเมินที่ดินฉบับใหม่แพงขึ้นเม่าบาดเจ็บเต่าเอือม



กทม. รื้อใหญ่อัตราภาษีที่ดิน ดัดหลังเศรษฐีปลูกกล้วย-มะนาว
22 ก.ค. 2569 | 07:25น.

        กทม.เดินหน้าเพิ่มรายได้ ชง “ผู้ว่าฯชัชชาติ” ยกเครื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ดัดหลังเศรษฐี แลนด์ลอร์ด ใช้ที่ดินกลางกรุงแสร้งปลูกไร่กล้วย มะนาว เพิ่มอัตราที่ดินเกษตรกรรมอีก 0.02% เป็น 0.03-0.12% ปรับลดมูลค่ายกเว้นจาก 50 ล้าน เหลือ 20 ล้าน หวังขยายฐานใหม่ เก็บได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น เตรียมเสนอมหาดไทย-คลัง รื้อเกณฑ์ประเภทที่อยู่อาศัย “คอนโดฯ-อพาร์ตเมนต์”ปล่อยเช่า เสียล้านละ 3,000 บาท อสังหาฯ โอดเจอหลายเด้ง



[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

รีดที่ดินเกษตรกรรมเพิ่ม 0.02%

        แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับรายละเอียดอัตราภาษีของที่ดินเกษตรกรรมในส่วนของบุคคลธรรมดา มูลค่า 0-50 ล้านบาท จะได้รับยกเว้นภาษี มูลค่า 50-125 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.01% เป็น 0.03% มูลค่า 125-150 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.03% เป็น 0.05% มูลค่า 150-550 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.05% เป็น 0.07% มูลค่า 550-1,050 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.07% เป็น 0.09% และมูลค่า 1,050 ล้านบาทขึ้นไป จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.1% เป็น 0.12%



[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้


        “กทม.มีห้องชุดที่จดทะเบียนประมาณ 1.1 ล้านหน่วยที่เข้าข่ายอาจจะต้องเสียภาษีประเภทอื่น ๆ หลังจากนี้จะนำเสนอผู้ว่าฯ กทม.เพื่อเสนอกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมประกาศหลักเกณฑ์ที่อยู่อาศัย”



บ้าน-คอนโดฯ สต๊อกค้างอ่วม


         แหล่งข่าวกล่าวว่า ตามประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย เรื่องหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งบังคับใช้เมื่อปี 2563 ระบุว่า การใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัยให้หมายถึงการใช้ประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการอยู่อาศัย รวมถึงที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างซึ่งใช้ประโยชน์ต่อเนื่องด้วย





ยกเว้นกรณีดังต่อไปนี้ที่ต้องเสียภาษีในอัตราประเภทอื่น ๆ ได้แก่

   5 กลุ่มหลัก ที่ยกเว้น ในสปอยเลย ..

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้




       “กทม.คาดหวังหากมีการปรับปรุงอัตราภาษีที่ดินเกษตรกรรมใหม่ ทำให้ กทม.มีรายได้จากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพิ่มขึ้น แม้อัตราที่ขยับขึ้นไม่สูงมากแค่ 0.02% โดยที่ผ่านมา

       กทม.จัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้เพิ่มขึ้นทุกปี มาถึงปีงบประมาณ 2569 ตั้งเป้าจะจัดเก็บ 17,500 ล้านบาท ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 28 มิถุนายนที่ผ่านมาจัดเก็บได้แล้ว 11,190 ล้านบาท และปี 2570 ตั้งเป้า 17,600 ล้านบาท ” แหล่งข่าวกล่าว เจ้าหอบเงิน


อสังหาฯ โอดเจอ 4 เด้ง


        นายอิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันอยากให้ กทม.คิดอย่างรอบคอบ เพราะถือว่าเป็นการเพิ่มภาระด้านภาษี ธุรกิจอสังหาฯ ต้องเจอ 4 เด้ง

เรื่องแรก ถูกบีบด้วยราคาประเมินที่ดินของกรมธนารักษ์ที่จะประกาศในปี 2570 ซึ่งมีแนวโน้มจะปรับขึ้นมากกว่า 10%
เรื่องที่ 2 ฐานภาษีที่ปรับอัตราเพิ่มขึ้น เช่น ที่ดินประเภทเกษตรกรรมที่จะปรับขึ้น 0.02%

เรื่องที่ 3 สต๊อกที่คงค้างต้องจ่ายภาษีเป็นประเภทอื่น ๆ
และเรื่องที่ 4 คอนโดฯ หรือบ้านที่นำมาปล่อยเช่า



         “กรณีการทำเกษตรกรรมกลางเมือง โดยปลูกพืชตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ถือว่า..ดีกว่าปล่อยร้าง แต่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าทำเกษตรจริง ๆ และถ้าจะให้ดีอยากให้มีการทบทวนเกณฑ์มูลค่าการถือครองที่ดิน โดยปรับลดลงเหลือ 20-30 ล้านบาท เพื่อเก็บภาษีกับรายใหญ่ได้มากขึ้น เพราะปัจจุบันหากเป็นที่ดินของบุคคลธรรมดามูลค่า 50 ล้านบาทจะได้รับการยกเว้น ทั้งนี้อยากให้ขยายไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศด้วย ไม่ใช่แค่ กทม.” นายอิสระกล่าว


      การรื้อใหญ่เกณฑ์การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อเพิ่มรายได้และอุดช่องว่างทางกฎหมาย หลักๆ จะกระทบกับ 3 กลุ่มผู้ถือครองที่ดินรายใหญ่และธุรกิจให้เช่า คือ กลุ่มแลนด์ลอร์ดที่ปลูกพืชเลี่ยงภาษี, เจ้าของคอนโดมิเนียมและอพาร์ตเมนต์ปล่อยเช่า, และผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่มีสต๊อกค้าง

ที่มา https://www.prachachat.net/real-estate/news-2040812

กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหลัก

1. กลุ่มแลนด์ลอร์ด/เศรษฐีที่ดินกลางกรุง:

        ผู้ที่นำที่ดินใจกลางเมืองมาปลูกกล้วยหรือมะนาวเพื่อเลี่ยงภาษีที่ดินรกร้าง จะโดนปรับเพิ่มอัตราภาษีเกษตรกรรมขึ้น 0.02% (เป็น 0.03–0.12%) และปรับลดวงเงินยกเว้นภาษีบุคคลธรรมดาจาก 50 ล้านบาท เหลือเพียง 20 ล้านบาท ทำให้ต้องจ่ายแพงขึ้น


2. เจ้าของคอนโดฯ และอพาร์ตเมนต์ปล่อยเช่า:

         อาคารชุดหรือห้องพักที่นำมาปล่อยเช่ารายเดือน ซึ่งเดิมเคยเสียภาษีในอัตราที่อยู่อาศัยที่ถูกมาก กทม. เสนอให้ปรับไปคิดภาษีในประเภทพาณิชย์ (อัตรา 0.3–0.7% หรือจากล้านละ 200 บาท เป็นล้านละ 3,000 บาท) เนื่องจากเป็นการหาประโยชน์เชิงพาณิชย์


3. ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:

         โครงการบ้านและคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมขายที่ยังค้างอยู่ในสต๊อก อาจได้รับภาระต้นทุนภาษีที่สูงขึ้นจากเกณฑ์การประเมินและการตีความประเภทการใช้ประโยชน์ใหม่

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่