จังหวัดตราดกำลังจะสูญเสียเส้นทางเดินรถโดยสารสาธารณะสายสำคัญ เมื่อมีคำสั่งให้รถโดยสารของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เส้นทางตราด-กรุงเทพฯ (หมอชิต) เตรียมยุติการให้บริการในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ ปิดตำนาน บขส.ตราด ที่ให้บริการนาน 67 ปี ลงอย่างถาวร สร้างความกังวลต่อผู้คนในพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งในแง่ของการใช้ชีวิตและเศรษฐกิจระดับชุมชน แม้ว่ารถร่วม บขส. ทั้งเชิดชัยและมินิบัส ยังคงเปิดให้บริการต่อ
.
นางสาวนงลักษณ์ พนักงานจำหน่ายตั๋ว บขส.ตราด เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ปัจจุบัน บขส.ตราด ให้บริการรถจากกรุงเทพฯ (หมอชิต) เวลา 07.30 น. และออกจากตราดเวลา 09.30 น. ซึ่งก่อนหน้านี้มีเที่ยวกลางคืนเวลา 22.30 น. แต่เมื่อเกิดสถานการณ์โควิด-19 เที่ยวกลางคืนก็ยุติไป
.
และวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นี้ จะเป็นการเดินรถเที่ยวสุดท้ายของ บขส.ตราด ส่วนสาเหตุการยุติเส้นทางเดินรถตราด-กรุงเทพฯ เกิดจากปัญหาความไม่คุ้มทุนและภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งปัจจุบันมีผู้โดยสารเพียงประมาณ 10 คนจากต้นทาง และรับเพิ่มที่จุดจอดแสนตุ้งอีก 4-5 คน
.
ทำให้ทางบริษัทต้องแบกรับต้นทุน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายตายตัวอยู่ที่ 5,000 บาทต่อเที่ยว ส่งผลให้การเดินรถไม่คุ้มทุน การหยุดเดินรถจะกระทบต่อผู้สูงอายุที่ใช้สวัสดิการของรัฐ รวมถึงผู้โดยสารที่มีสัมภาระจำนวนมาก ซึ่งจะเดินทางด้วยรถมินิบัสได้ลำบาก
.
นางสาวนงลักษณ์กล่าวต่อว่า ตนเองได้รับผลกระทบแน่นอน หลังทำงานมานานถึง 10 ปี ปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่อยู่ที่สถานีนี้เพียง 2 คน หากต้องถูกย้ายไปอยู่ส่วนกลางที่กรุงเทพฯ หรือชลบุรี จะสร้างความยากลำบากในการใช้ชีวิตอย่างมาก
.
ด้านนายยงยุทธ คนขับรถสองแถวในพื้นที่ ระบุว่า การที่รถสายตราด-กรุงเทพฯ จะหยุดให้บริการในสิ้นเดือนนี้ ส่งผลกระทบต่อผู้มีอาชีพขับรถสองแถวอย่างมาก เพราะถือว่าสูญเสียลูกค้าจากเส้นทางนี้ไป 1 สาย ซึ่งปัจจุบันรถ บขส. สายนี้วิ่งเพียงวันละ 1 เที่ยว เวลา 09.30 น. ส่วนเที่ยวรอบดึกเวลา 22.30 น. นั้นถูกยกเลิกไปแล้ว
.
นายยงยุทธกล่าวต่อว่า อยากให้มีการเดินรถต่อไป เพื่อให้คนขับรถสองแถวพอมีรายได้ และเพื่อให้ผู้เดินทางมีทางเลือก แต่ห่วงผู้สูงอายุวัย 70-80 ปี ที่จะได้รับความลำบากหากต้องไปนั่งรถมินิบัส ขณะที่รถทัวร์เชิดชัยก็มีเที่ยวรถให้บริการจำกัดเพียงเที่ยวเดียว
.
ขณะที่นายนเรศศิลป์ ผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ กล่าวว่า บริการนี้คือสวัสดิการขั้นพื้นฐานที่ไม่ควรถูกยกเลิก แม้หลายคนจะเลือกขึ้นรถมินิบัสเพราะเดินทางได้เร็วกว่า แต่รถ บขส. มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและผู้สูงอายุ
.
การใช้สิทธิ์ลดหย่อนค่าโดยสารได้ครึ่งราคา จะช่วยผู้มีรายได้น้อยอย่างมาก เช่น หากค่าโดยสาร 300 บาท เมื่อใช้สิทธิ์จะเหลือ 150 บาท ซึ่งเงิน 150 บาทที่เหลือสามารถนำไปซื้ออาหารประทังชีวิตได้ แม้การเดินรถอาจจะขาดทุน แต่ก็อยากให้มีบริการต่อไปอย่างน้อยสัก 1 คันก็ยังดี เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ไม่มีกำลังจ่ายค่าโดยสารราคาเต็ม
.
ขณะที่นายศรัณพงศ์ พนักงานขับรถมินิบัส (รถร่วม บขส.) กล่าวว่า หาก บขส.ตราด ยุติการเดินรถ จะส่งผลให้รถมินิบัสมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลดี แต่ส่วนตัวมองว่าไม่อยากให้ยุติการเดินรถ อยากให้ บขส. ยังคงเดินรถอยู่ เพื่อให้เป็นทางเลือกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวตราด โดยปัจจุบันรถร่วมมินิบัสยังให้บริการตามปกติ วันละ 26 เที่ยว (ไป-กลับ) บางเที่ยวมีผู้โดยสารเต็มคัน บางเที่ยวมีผู้โดยสารเพียง 4-5 คน เท่านั้น
บขส.ตราด ยุติเดินรถตราด-กรุงเทพฯ สิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ ปิดตำนานกว่า 67 ปี เหตุแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว