ระเบิดเวลา! หนี้ไทยกำลังปริแตก NPL พุ่ง กู้ไม่ผ่านทั้งประเทศ

ระเบิดเวลา!
หนี้ไทยกำลังปริแตก
NPL พุ่ง
กู้ไม่ผ่านทั้งประเทศ
.
สุรพล โอภาสเสถียร
ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด
.
เผยข้อมูลสถิติเดือนพฤษภาคม 2569
หรือเดือน 5 ของถังข้อมูลเครดิตบูโร
ที่ไม่มีตัวตนพบว่า
1. หนี้ครัวเรือนไทย 13.64 ล้านล้านบาท (ล้าน 2 ครั้ง)
ที่เก็บข้อมูลในเครดิตบูโร
ไม่รวมหนี้ที่สหกรณ์ปล่อยกู้
หนี้ กยศ.
มีอัตราการเติบโตเพียง 0.6% YoY

แต่จำนวนบัญชี 100.28 ล้านบัญชี
เติบโตสูงถึง 9.2% YoY
.
เติบโตตรงไหน
เติบโตตรง Personal Loan 13.8%
แน่นอนว่าส่วนหนึ่งของสินเชื่อก้อนเล็กๆ
ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง BNPL (Buy Now Pay Later)
ก็อยู่ในหมวดนี้

ท่านๆ ที่อยู่หอคอยงาช้าง
เคยบอกเมื่อหลายปีก่อนว่า
ไม่มีปัญหา เฝ้าดูอยู่

ท่านได้เลื่อนตำแหน่งแห่งที่แล้ว
ช่วยกลับมารับผิดรับชอบ
งานในหน้าที่ท่านหน่อยนะ
พอดีวันนี้ครบรอบ 3 ปี
ของสิ่งที่เคยเขียนไว้ให้คิด
(ดูจากโพสต์ก่อนหน้านี้ก็ได้)
.
2. หนี้เสีย (NPLs) ณ สิ้นเดือน 5
พบว่ากราฟมันหักหัวขึ้น
จากสิ้นไตรมาสหนึ่ง
มาหยุดที่ 9.75%
คิดเป็น 1.33 ล้านล้านบาท (ล้าน 2 ครั้ง)
ท่านว่ามันน้อยลงมั้ย
.
3. หนี้กำลังจะเสียหรือหนี้ SM
กราฟพุ่งขึ้นจากไตรมาสสาม
ปีที่แล้วที่ 3.1%
มาหยุดที่ปัจจุบัน 4.3%

มันสะท้อนว่าการค้างชำระ
แต่ยังไม่เป็นหนี้เสีย
หรือที่เราเรียกว่า "เลี้ยงงวด" กันอยู่
มันเริ่มไม่ไหว เพิ่มต่อเนื่องใช่หรือไม่

มันควรมีอะไรออกมาช่วยกันตรงนี้อีกมั้ย...
หรือท่านจะเฝ้ามองการฟื้นตัว
แบบไม่ทั่วถึงไปเรื่อยๆ
เหนื่อยก็พักกินน้ำ...
รับลมริมเจ้าพระยา
หายใจทิ้งไปวันๆ เหนื่อยจัง
ตังค์ (เงินเดือน) อยู่ครบ
.
4. อยากให้ดูภาพที่ 2
ที่มีเส้นกราฟสองเส้นตัดกัน
คือเส้นสีแดง
TDR คือเส้นกราฟแสดงปริมาณ
การแก้หนี้เสีย
หลังการเป็น NPLs แล้ว

เจ้าหนี้เอามา "ปรับโครงสร้างหนี้ที่มีปัญหา"
ตอนนี้ยอดสะสมคือ 1.195 ล้านล้านบาท
ค่อนข้างคงที่มาตั้งแต่ไตรมาสแรกปี 2567
ที่ตอนนั้นอยู่ที่ 1.072 ล้านล้านบาท (ล้าน 2 ครั้ง)
ที่น่าสนใจและอยากให้ท่านที่สนใจดูคือ
เส้นสีฟ้าเข้ม มันคือเส้นที่แสดงปริมาณสะสม
ของ "การปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกัน
หรือการทำ DR"
ป้องกันอะไร
ป้องกันการไหลไปเป็นหนี้เสียหรือ NPLs
เนื่องจากมีกติกาบอกว่า
ถ้าบัญชีสินเชื่อใดเริ่มค้างชำระ ติดขัด
ให้เจ้าหนี้ยื่นข้อเสนอให้ลูกหนี้
ทำ DR หนึ่งครั้งเป็นอย่างน้อย
(Mandatory by regulators)

กราฟเส้นนี้มันพุ่ง
จากไตรมาสสองปี 2567
จำนวน 2.91 แสนล้านบาท

พุ่งมาเป็น 1.70 ล้านล้านบาท (ล้าน 2 ครั้ง)
ในเดือนห้าปี 2569

ทั้งๆ ที่มีการทำ DR มากมายระดับนี้
แต่เส้นกราฟ SM ในภาพแรก
ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ดังอธิบายในภาพแรกข้อ 3 ข้างต้น
.
5. การทำ TDR, DR ในทุกกรณี
จะมีการกำหนดให้
มีข้อมูลวันที่ทำการปรับโครงสร้างหนี้
TDR date, DR date

และนับจากวันดังกล่าว
ไปเป็นระยะเวลา 6 เดือน
12 เดือน 18 เดือน
ลูกหนี้ต้องแสดงความสามารถ
ในการชำระหนี้ตามสัญญา
ของ TDR, DR ให้ได้ทุกประการ
จึงจะมีคุณสมบัติยื่นขอสินเชื่อได้อีกครั้ง
ระยะเวลาดังกล่าวนี้เรียกว่า "ระยะดูใจ"
จะกี่เดือนเจ้าหนี้แต่ละคนอาจคิดไม่เหมือนกัน
.
ท่านผู้อ่านเข้าใจแล้วนะว่า
ทำไมการปฏิเสธการให้กู้
ถึงมากมายก่ายกองจนบ่นกันขรม
แต่บางองค์กรก็มีความพยายาม
ที่จะฟังเสียง แต่มันไม่ได้ยินอะไรเลยยยย...
เราอยู่บนทะเลเดือดเดียวกัน
แต่เราอยู่เรือคนละลำ
ท่านอยู่บนเรือบรรทุกเครื่องบินมั้ง
6. มันมีกติกาหนึ่งที่ถูกยกระดับเงียบๆ
ในช่วงปลายปี 2566
ก่อนใครบางคนเกษียณ
กติกานั้นคือ SICR (Significant in Credit Risk)

กติกามันบอกว่า
บัญชีสินเชื่อใดก็ตาม
ถ้ามีการค้างชำระต้น
ดอกเบี้ย เกิน 30 วัน
หรือค้างตั้งแต่ 31 วันขึ้นไป
จะต้องถูกจัดชั้นเป็น SM
"หนี้ที่กล่าวถึงเป็นพิเศษ"

หรือภาษาชาวบ้านคือ
"หนี้กำลังจะเสีย" ทันที

มันก็จะวนลูปละ
คือบัญชีนั้นก็ต้องทำ DR ตามข้อ 3 ข้างต้น
พอทำ​ DR มันก็ต้องมีระยะดูใจ​
ต้องรอ​จึงจะขอกู้ใหม่ได้
แผลของลูกหนี้ยังสดอยู่​ วนกันไป..
.
สินเชื่อมันจึงไม่โต
พอสินเชื่อไม่โต​
แบบจะเจตนาหรือไม่ก็ตาม
แต่​ GDP​ มันโต​ 2%
มันก็ทำให้​ หนี้ครัวเรือน
หารด้วย​ GDP.ตัวเลขมันดีขึ้น​
เข้าใกล้เป้าหมาย​ ไม่เกิน​ 80%
.
การตีกลอง​ยกใหญ่ว่าดีขึ้นแย้วๆๆ
มันคือการส่องกระจกหลอกตัวเอง
ทั้งๆที่รู้ว่าอะไรคือความจริง
.
เขียนไว้เป็นหลักฐาน​
เพื่อที่ปีหน้าจะได้กลับมาดูว่า​
"การไม่ลงมือทำอะไร
คือการทำอะไรบางอย่างแล้วนะ
และสัญญา​ว่าจะทำอะไร
ถ้าปัญหาอะไรนั้นมันปริแตกออกมาก่อน"
.
ตามด้วยคำสวยๆ
ที่ไม่เคยมีใครรู้เรื่อง​แม้แต่คนพูด
ภาษาเทพภาษาพรหมว่า
"เศรษฐกิจ​เรามีการเติบใหญ่
​แบบค่อยเป็นค่อยไป​
ไม่เต็มศักยภาพ​และไม่ทั่วถึง​
ตลอดจนมีปัญหาเชิงโครงสร้าง
ที่ต้องใช้เวลาและบูรณาการทุกภาคส่วน
เข้ามาร่วมแก้ไขให้เกิดผลที่ยั่งยืน..."
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1609380677864329&set=a.410033437799065

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่