ตอนที่ 6 : หีบใต้พื้นเรือน
รุ่งอรุณสาดแสงผ่านช่องไม้ของเรือนเทวัญ
ละอองฝนเมื่อคืนยังเกาะอยู่บนใบพิกุลเป็นประกาย ทั่วบริเวณเงียบสงบจนได้ยินเพียงเสียงน้ำในแม่น้ำกระทบตลิ่งเป็นจังหวะ
ธีรัตน์นั่งอยู่ที่โต๊ะกลางห้อง
ตรงหน้าคือกลีบดอกพิกุลที่รำเพยทิ้งไว้
ทั้งที่เวลาผ่านมาหลายชั่วโมงแล้ว แต่ดอกไม้กลับยังสดใหม่ ไม่เหี่ยวเฉาแม้แต่น้อย
เขาหยิบขึ้นมาดม
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ทำให้หัวใจอบอุ่นอย่างประหลาด
ไม่เหมือนกลิ่นดอกไม้...
แต่เหมือนความทรงจำ
...
"นอนไม่หลับอีกแล้วหรือ"
เสียงคำปันดังขึ้นจากหน้าประตู
ชายชราถือปิ่นโตและกาน้ำชาเข้ามาวางบนโต๊ะ
สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ดอกพิกุลเพียงครู่เดียว
ก่อนถอนหายใจเบา ๆ
"ในที่สุด...นางก็ให้ดอกพิกุลแก่คุณ"
ธีรัตน์เงยหน้าขึ้นทันที
"ลุงรู้?"
คำปันยิ้มจาง ๆ
"เมื่อก่อน..."
"คุณรำเพยมักเก็บดอกพิกุลไว้ให้คนเพียงคนเดียว"
"หลวงพิทักษ์"
ชื่อที่ได้ยินซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้ธีรัตน์รู้สึกหนักอึ้งในอก
เขาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนทั้งหมด
ทั้งห้องลับ
ทั้งรำเพย
ทั้งชายที่ชื่อพระวิชิตภักดี
คำปันฟังเงียบ ๆ
ก่อนจะพูดเพียงประโยคเดียว
"เรื่องที่คุณเห็น..."
"คืออดีตจริง"
ธีรัตน์ชะงัก
"ลุงหมายความว่า..."
"ลุงอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด"
"ปู่ของลุงก็อยู่ที่นี่"
"ส่วนทวดของลุง..."
ชายชราหันไปมองต้นพิกุล
"เป็นคนรับใช้ในเรือนนี้"
"เรื่องของท่านหลวงกับคุณรำเพย..."
"ถูกเล่าต่อกันมาทุกชั่วคน"
"แต่ไม่มีใครรู้ตอนจบ"
...
หลังอาหารเช้า
คำปันพาธีรัตน์เดินไปยังใต้ถุนเรือน
ใต้พื้นไม้สักมีเสาหลายต้นเรียงเป็นระเบียบ
ชายชราหยุดอยู่ตรงเสาต้นหนึ่ง
เป็นเสาที่ใหญ่ที่สุดของบ้าน
เขาเอื้อมมือแตะลายแกะสลักรูปดอกพิกุล
ก่อนพูดเบา ๆ
"ทวดเคยบอกไว้..."
"ถ้าท่านหลวงกลับมา"
"ให้เปิดที่นี่"
ธีรัตน์มองอย่างสงสัย
คำปันใช้นิ้วกดลงบนดอกพิกุลที่แกะสลักไว้
ครืด...
พื้นไม้เหนือศีรษะสั่นเบา ๆ
จากนั้น แผ่นไม้แผ่นหนึ่งก็ค่อย ๆ เลื่อนออก
เผยให้เห็นช่องเก็บของเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ภายใน
ทั้งสองปีนขึ้นไป
ในช่องนั้นมีเพียงหีบไม้สักใบหนึ่ง
ฝุ่นจับหนาแน่น
แต่แม่กุญแจกลับไม่มีสนิมแม้แต่น้อย
ราวกับมีใครคอยดูแลมันอยู่เสมอ
...
"แปลก..."
ธีรัตน์พึมพำ
"ไม่มีใครเปิดมาร้อยกว่าปี"
"แต่กุญแจใหม่เหมือนเพิ่งทำ"
คำปันไม่ตอบ
เพียงถอยออกมายืนเงียบ ๆ
"เปิดเองเถอะ"
"หีบนี้..."
"เขาฝากไว้สำหรับคุณ"
คำพูดนั้นทำให้ธีรัตน์ขนลุก
เขาสูดลมหายใจลึก
ก่อนค่อย ๆ ยกฝากล่องขึ้น
เสียงบานพับดัง
เอี๊ยด...
ภายในหีบไม่ได้เต็มไปด้วยทองคำหรือของมีค่า
แต่เป็นเอกสารจำนวนมาก
สมุดบันทึก
แผนที่
ตราประทับราชการ
และซองผ้าสีน้ำเงินเข้ม
ด้านบนมีตัวอักษรเขียนด้วยหมึกจีน
"ห้ามเปิด"
"นอกจากหลวงพิทักษ์เทเวศร์"
ธีรัตน์จ้องข้อความนั้นอยู่นาน
ก่อนจะค่อย ๆ แตะซองผ้า
ทันใดนั้น...
แหวน "คำมั่นนิรันดร์" บนนิ้วของเขาก็เปล่งแสงขึ้น
ตราประทับที่ปิดซองไว้...
แตกออกเอง
ทั้งที่ไม่มีผู้ใดแตะต้อง
...
ภายในมีจดหมายเพียงหนึ่งฉบับ
หมึกยังคมชัด
ราวกับเพิ่งเขียนเมื่อวาน
"หากผู้ใดได้อ่านจดหมายฉบับนี้..."
"แสดงว่าข้าคงมิอาจกลับไปยังเรือนเทวัญได้อีก"
"ข้าไม่ได้เกรงกลัวความตาย"
"แต่เกรงว่าความชั่วจะทำลายบ้านเมือง"
ธีรัตน์อ่านต่อด้วยหัวใจที่เต้นแรง
"เอกสารทั้งหมดในหีบนี้"
"เป็นหลักฐานการทุจริตของขุนนางผู้หนึ่ง"
"หากตกไปอยู่ในมือผู้ไม่หวังดี"
"ผู้บริสุทธิ์จำนวนมากจักต้องล้มตาย"
บรรทัดสุดท้ายทำให้ห้องทั้งห้องเงียบกริบ
"แม้ต้องแลกด้วยชีวิต..."
"ข้าจะไม่ยอมส่งมอบ"
ลงชื่อ
หลวงพิทักษ์เทเวศร์
...
"เป็นไปไม่ได้..."
ธีรัตน์กระซิบ
"ถ้าอย่างนั้น..."
"ท่านไม่ได้ถูกฆ่าเพราะเรื่องส่วนตัว"
คำปันพยักหน้าช้า ๆ
"ทวดเคยพูด"
"ท่านหลวงไม่เคยมีศัตรู"
"แต่คนดี..."
"มักตายเพราะความโลภของคนอื่น"
...
ทั้งสองยังไม่ทันได้พูดต่อ
เสียงบางอย่างก็ดังมาจากชั้นบน
ตึก...
ตึก...
ตึก...
ไม่ใช่เสียงเดิน
แต่เหมือนมีของหนักถูกลากไปตามพื้นไม้
ธีรัตน์กับคำปันสบตากัน
ชายชราซีดเผือด
"ไม่มีใครอยู่ข้างบน..."
ทั้งสองรีบวิ่งขึ้นบันได
เสียงนั้นหยุดลงทันที
โถงเรือนเงียบสนิท
แต่ประตูห้องต้องห้าม...
ที่เคยถูกล่ามโซ่ไว้
บัดนี้กลับแง้มออกเพียงเล็กน้อย
โซ่เหล็กเส้นใหญ่ตกอยู่บนพื้น
ราวกับถูกใครปลดออกจากด้านใน
ลมเย็นพัดออกมาจากห้อง
พร้อมกลิ่นดอกพิกุลที่แรงกว่าทุกครั้ง
คำปันรีบถอยหลัง
"ไม่..."
"ยังไม่ถึงเวลา"
แต่ธีรัตน์กลับเห็นบางสิ่งอยู่ในช่องประตู
มือของใครคนหนึ่ง...
ค่อย ๆ ยื่นออกมาจากความมืด
เป็นมือของผู้ชาย
สวมแหวนทองแบบเดียวกับที่อยู่บนนิ้วของเขา
แล้วเสียงทุ้มอ่อนโยนก็ดังขึ้น
"คำปัน..."
ชายชราน้ำตาไหลทันที
เขาทรุดลงคุกเข่า
มือสั่นเทา
ก่อนยกมือไหว้ไปยังประตู
"ท่านหลวง..."
เสียงนั้นเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนเอ่ยประโยคที่ทำให้ทั้งสองตกตะลึง
"รำเพย..."
"กำลังตกอยู่ในอันตราย"
ทันใดนั้น ประตูห้องต้องห้ามก็ปิดลงอย่างแรง
ปัง!
แหวนบนมือนิ้วของธีรัตน์ร้อนจัดอีกครั้ง
และที่พื้นหน้าประตู...
ปรากฏรอยเลือดสด ๆ เป็นทางยาว
ทอดออกจากห้อง
มุ่งตรงไปยังบันไดหลังเรือน
ราวกับกำลังชี้ทาง...
ไปยังสถานที่ที่ซ่อนความจริงของคืนเมื่อกว่าหนึ่งศตวรรษก่อน
ภาพประกอบ
เรือนหลังนั้น : คำมั่นเหนือกาลเวลา ตอนที่ 6
รุ่งอรุณสาดแสงผ่านช่องไม้ของเรือนเทวัญ
ละอองฝนเมื่อคืนยังเกาะอยู่บนใบพิกุลเป็นประกาย ทั่วบริเวณเงียบสงบจนได้ยินเพียงเสียงน้ำในแม่น้ำกระทบตลิ่งเป็นจังหวะ
ธีรัตน์นั่งอยู่ที่โต๊ะกลางห้อง
ตรงหน้าคือกลีบดอกพิกุลที่รำเพยทิ้งไว้
ทั้งที่เวลาผ่านมาหลายชั่วโมงแล้ว แต่ดอกไม้กลับยังสดใหม่ ไม่เหี่ยวเฉาแม้แต่น้อย
เขาหยิบขึ้นมาดม
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ทำให้หัวใจอบอุ่นอย่างประหลาด
ไม่เหมือนกลิ่นดอกไม้...
แต่เหมือนความทรงจำ
...
"นอนไม่หลับอีกแล้วหรือ"
เสียงคำปันดังขึ้นจากหน้าประตู
ชายชราถือปิ่นโตและกาน้ำชาเข้ามาวางบนโต๊ะ
สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ดอกพิกุลเพียงครู่เดียว
ก่อนถอนหายใจเบา ๆ
"ในที่สุด...นางก็ให้ดอกพิกุลแก่คุณ"
ธีรัตน์เงยหน้าขึ้นทันที
"ลุงรู้?"
คำปันยิ้มจาง ๆ
"เมื่อก่อน..."
"คุณรำเพยมักเก็บดอกพิกุลไว้ให้คนเพียงคนเดียว"
"หลวงพิทักษ์"
ชื่อที่ได้ยินซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้ธีรัตน์รู้สึกหนักอึ้งในอก
เขาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนทั้งหมด
ทั้งห้องลับ
ทั้งรำเพย
ทั้งชายที่ชื่อพระวิชิตภักดี
คำปันฟังเงียบ ๆ
ก่อนจะพูดเพียงประโยคเดียว
"เรื่องที่คุณเห็น..."
"คืออดีตจริง"
ธีรัตน์ชะงัก
"ลุงหมายความว่า..."
"ลุงอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด"
"ปู่ของลุงก็อยู่ที่นี่"
"ส่วนทวดของลุง..."
ชายชราหันไปมองต้นพิกุล
"เป็นคนรับใช้ในเรือนนี้"
"เรื่องของท่านหลวงกับคุณรำเพย..."
"ถูกเล่าต่อกันมาทุกชั่วคน"
"แต่ไม่มีใครรู้ตอนจบ"
...
หลังอาหารเช้า
คำปันพาธีรัตน์เดินไปยังใต้ถุนเรือน
ใต้พื้นไม้สักมีเสาหลายต้นเรียงเป็นระเบียบ
ชายชราหยุดอยู่ตรงเสาต้นหนึ่ง
เป็นเสาที่ใหญ่ที่สุดของบ้าน
เขาเอื้อมมือแตะลายแกะสลักรูปดอกพิกุล
ก่อนพูดเบา ๆ
"ทวดเคยบอกไว้..."
"ถ้าท่านหลวงกลับมา"
"ให้เปิดที่นี่"
ธีรัตน์มองอย่างสงสัย
คำปันใช้นิ้วกดลงบนดอกพิกุลที่แกะสลักไว้
ครืด...
พื้นไม้เหนือศีรษะสั่นเบา ๆ
จากนั้น แผ่นไม้แผ่นหนึ่งก็ค่อย ๆ เลื่อนออก
เผยให้เห็นช่องเก็บของเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ภายใน
ทั้งสองปีนขึ้นไป
ในช่องนั้นมีเพียงหีบไม้สักใบหนึ่ง
ฝุ่นจับหนาแน่น
แต่แม่กุญแจกลับไม่มีสนิมแม้แต่น้อย
ราวกับมีใครคอยดูแลมันอยู่เสมอ
...
"แปลก..."
ธีรัตน์พึมพำ
"ไม่มีใครเปิดมาร้อยกว่าปี"
"แต่กุญแจใหม่เหมือนเพิ่งทำ"
คำปันไม่ตอบ
เพียงถอยออกมายืนเงียบ ๆ
"เปิดเองเถอะ"
"หีบนี้..."
"เขาฝากไว้สำหรับคุณ"
คำพูดนั้นทำให้ธีรัตน์ขนลุก
เขาสูดลมหายใจลึก
ก่อนค่อย ๆ ยกฝากล่องขึ้น
เสียงบานพับดัง
เอี๊ยด...
ภายในหีบไม่ได้เต็มไปด้วยทองคำหรือของมีค่า
แต่เป็นเอกสารจำนวนมาก
สมุดบันทึก
แผนที่
ตราประทับราชการ
และซองผ้าสีน้ำเงินเข้ม
ด้านบนมีตัวอักษรเขียนด้วยหมึกจีน
"ห้ามเปิด"
"นอกจากหลวงพิทักษ์เทเวศร์"
ธีรัตน์จ้องข้อความนั้นอยู่นาน
ก่อนจะค่อย ๆ แตะซองผ้า
ทันใดนั้น...
แหวน "คำมั่นนิรันดร์" บนนิ้วของเขาก็เปล่งแสงขึ้น
ตราประทับที่ปิดซองไว้...
แตกออกเอง
ทั้งที่ไม่มีผู้ใดแตะต้อง
...
ภายในมีจดหมายเพียงหนึ่งฉบับ
หมึกยังคมชัด
ราวกับเพิ่งเขียนเมื่อวาน
"หากผู้ใดได้อ่านจดหมายฉบับนี้..."
"แสดงว่าข้าคงมิอาจกลับไปยังเรือนเทวัญได้อีก"
"ข้าไม่ได้เกรงกลัวความตาย"
"แต่เกรงว่าความชั่วจะทำลายบ้านเมือง"
ธีรัตน์อ่านต่อด้วยหัวใจที่เต้นแรง
"เอกสารทั้งหมดในหีบนี้"
"เป็นหลักฐานการทุจริตของขุนนางผู้หนึ่ง"
"หากตกไปอยู่ในมือผู้ไม่หวังดี"
"ผู้บริสุทธิ์จำนวนมากจักต้องล้มตาย"
บรรทัดสุดท้ายทำให้ห้องทั้งห้องเงียบกริบ
"แม้ต้องแลกด้วยชีวิต..."
"ข้าจะไม่ยอมส่งมอบ"
ลงชื่อ
หลวงพิทักษ์เทเวศร์
...
"เป็นไปไม่ได้..."
ธีรัตน์กระซิบ
"ถ้าอย่างนั้น..."
"ท่านไม่ได้ถูกฆ่าเพราะเรื่องส่วนตัว"
คำปันพยักหน้าช้า ๆ
"ทวดเคยพูด"
"ท่านหลวงไม่เคยมีศัตรู"
"แต่คนดี..."
"มักตายเพราะความโลภของคนอื่น"
...
ทั้งสองยังไม่ทันได้พูดต่อ
เสียงบางอย่างก็ดังมาจากชั้นบน
ตึก...
ตึก...
ตึก...
ไม่ใช่เสียงเดิน
แต่เหมือนมีของหนักถูกลากไปตามพื้นไม้
ธีรัตน์กับคำปันสบตากัน
ชายชราซีดเผือด
"ไม่มีใครอยู่ข้างบน..."
ทั้งสองรีบวิ่งขึ้นบันได
เสียงนั้นหยุดลงทันที
โถงเรือนเงียบสนิท
แต่ประตูห้องต้องห้าม...
ที่เคยถูกล่ามโซ่ไว้
บัดนี้กลับแง้มออกเพียงเล็กน้อย
โซ่เหล็กเส้นใหญ่ตกอยู่บนพื้น
ราวกับถูกใครปลดออกจากด้านใน
ลมเย็นพัดออกมาจากห้อง
พร้อมกลิ่นดอกพิกุลที่แรงกว่าทุกครั้ง
คำปันรีบถอยหลัง
"ไม่..."
"ยังไม่ถึงเวลา"
แต่ธีรัตน์กลับเห็นบางสิ่งอยู่ในช่องประตู
มือของใครคนหนึ่ง...
ค่อย ๆ ยื่นออกมาจากความมืด
เป็นมือของผู้ชาย
สวมแหวนทองแบบเดียวกับที่อยู่บนนิ้วของเขา
แล้วเสียงทุ้มอ่อนโยนก็ดังขึ้น
"คำปัน..."
ชายชราน้ำตาไหลทันที
เขาทรุดลงคุกเข่า
มือสั่นเทา
ก่อนยกมือไหว้ไปยังประตู
"ท่านหลวง..."
เสียงนั้นเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนเอ่ยประโยคที่ทำให้ทั้งสองตกตะลึง
"รำเพย..."
"กำลังตกอยู่ในอันตราย"
ทันใดนั้น ประตูห้องต้องห้ามก็ปิดลงอย่างแรง
ปัง!
แหวนบนมือนิ้วของธีรัตน์ร้อนจัดอีกครั้ง
และที่พื้นหน้าประตู...
ปรากฏรอยเลือดสด ๆ เป็นทางยาว
ทอดออกจากห้อง
มุ่งตรงไปยังบันไดหลังเรือน
ราวกับกำลังชี้ทาง...
ไปยังสถานที่ที่ซ่อนความจริงของคืนเมื่อกว่าหนึ่งศตวรรษก่อน