‘AMATA’ คาดกำไรเพิ่มขึ้น 700% รับรู้รายได้ ‘สมาร์ทซิตี้-ชลบุรี’ เป็นไตรมาสแรก



“นักวิเคราะห์” คาดการณ์กำไรสุทธิ “AMATA” ที่ 1,030 – 1,202 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 636% – 760% จากช่วงเดียวกันปีก่อน หลังรับรู้รายได้จากการโอนที่ดินกำไรสูงในโครงการอมตะ สมาร์ท ซิตี้ ชลบุรี มองแนวโน้มครึ่งหลังเข้าสู่ไฮซีซัน ได้แรงหนุนจากเงินลงทุนต่างชาติจากอุตสาหกรรมเอไอ-ดาต้าเซ็นเตอร์และแบ็กล็อกแข็งแกร่ง

“อาศิส ภมรานนท์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คาดการณ์ “กำไรสุทธิ” บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA ไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ 1,030 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 636% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากรายได้ "การโอนที่ดิน" ในโครงการ อมตะ สมาร์ท ซิตี้ (AMATA Smart City) ที่มีราคาขายเฉลี่ยสูงกว่าปกติ

สำหรับยอดขายที่ดิน (Presales) ของ AMATA ในไตรมาส 2 อยู่ที่ 271 ไร่ ในไทย 254 ไร่ และเวียดนาม 17 ไร่ ในจำนวนนี้มาจากกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ราว 100 ไร่ และกลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูงอีกประมาณ 50 ไร่

ถึงแม้จะยังไม่มียอดขายจากกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์เข้ามาในไตรมาสนี้ แต่คาดว่าจะเริ่มเห็นการซื้อขายช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งในจำนวนนี้มีโครงการที่มีศักยภาพสูง 5 โครงการ รวมพื้นที่กว่า 300 ไร่ ด้านผู้บริหาร AMATA ยังคงเป้าหมายยอดขายที่ดินในไทยไว้ที่ 1,650 ไร่ในปี 2569

ทั้งนี้ ประเมินกระแสเงินลงทุนต่างชาติ (FDI) ไหลเข้าอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานของบริษัทในระยะยาว คงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยมองว่ายอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจะเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญช่วงครึ่งหลังปี 2569 รวมถึงบริษัทยังมียอดขายรอรับรู้รายได้ หรือ “แบ็กล็อก” (Backlog) ที่แข็งแกร่ง

“วนิดา ไกสเล่อร์” นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) หรือ KGI กล่าวว่า คาดการณ์ “กำไรสุทธิ” ของ AMATA ในไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ 1,170 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 738% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากยอดโอนที่เพิ่มขึ้น พร้อมกับราคาขายเฉลี่ย รวมถึงค่าใช้จ่ายภาษีที่ลดลง แม้ว่ากำไรสุทธิจะลดลง 15% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมที่ลดลงก็ตาม

ด้านยอดขายที่ดินในไตรมาส 2 ปี 2569 ของ AMATA อยู่ที่ 271 ไร่ ส่งผลให้ยอดขายที่ดินรวมในครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ 378 ไร่ โดยคิดเป็น 13.5% ของเป้าหมายยอดขายทั้งปีของฝ่ายบริหารที่ตั้งไว้ 2,800 ไร่ แบ่งเป็นในไทย 1,650 ไร่ เวียดนาม 550 ไร่ และลาว 600 ไร่

ขณะที่ยอดโอนที่ดินในไตรมาส 2 ปี 2569 พุ่งขึ้นสู่ระดับ 288 ไร่ สร้างรายได้จากการขายที่ดินที่ 2,380 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากโครงการอมตะซิตี้ ชลบุรี 1-2 และโครงการสมาร์ทซิตี้ ชลบุรี ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมที่มีอัตรากำไรสูง ส่งผลให้ยอดโอนที่ดินรวมครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ 594 ไร่ หรือคิดเป็น 36% ของประมาณการทั้งปี

ทั้งนี้ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทมีแบ็กล็อกที่ 1.85 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นในไทย 1.7 หมื่นล้านบาท และในเวียดนาม 1.5 พันล้านบาท

แนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลัง มองว่าจะแข็งแกร่งกว่าครึ่งปีแรกตามสถิติ โดยคาดว่ายอดขายที่ดินจะอยู่ที่ประมาณ 600 ไร่ในไตรมาส 3 ปี 2569 และจะขึ้นสู่จุดสูงสุดในไตรมาส 4 ปี 2569 โดยมีมาตรการเร่งรัดการลงทุน Thailand Fast Pass เป็นปัจจัยเร่งการลง คงคำแนะนำ “ซื้อ”

“โดม คุณประยูรสวัสดิ์” ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) พาย จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองที่ระมัดระวังมากกว่า โดยระบุในบทวิเคราะห์ว่า คาดการณ์ “กำไรสุทธิ” AMATA ไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 1,202 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 760% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดลง 13% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน 

สำหรับรายได้หลักไตรมาส 2 ปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ 3,870 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการขายที่ดิน 2,462 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 158% จากช่วงเดียวกันปีก่อน หลังเริ่มโอน "สมาร์ท ซิตี้ ชลบุรี"  ซึ่งเป็นโครงการที่มีราคาขายต่อไร่สูงที่สุดในทุกนิคมฯ เป็นไตรมาสแรกที่ราว 119 ไร่ 

อย่างไรก็ดี ยอดขายที่ดินสะสมในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ทำได้เพียง 378 ไร่ ห่างจากเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 2,800 ไร่ สาเหตุมาจากการเจรจากับลูกค้าใช้เวลานานกว่าปกติ รวมถึงลูกค้ารายใหญ่จากจีนยังคงรอการอนุมัติการลงทุนนอกประเทศ (ODI)

ถึงแม้ผู้บริหารยังคงเป้าหมายเดิมไว้ แต่เรามองว่า "มีความเสี่ยง" เนื่องจากเป้าหมายยอดขายที่ดินในลาว 600 ไร่ ยังไม่มีลูกค้าตกลงซื้อ เป้าหมายยอดขายที่ดินในไทย 1,650 ไร่ ยังมีลูกค้ารอเจรจาอีกกว่า 700 ไร่ ขณะที่เป้าหมายในเวียดนามตั้งไว้ 550 ไร่ ปัจจุบันทำได้เพียง 17 ไร่

แต่ถึงแม้ว่ายอดขายที่ดินปีนี้จะพลาดเป้า แต่มองว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรในปี 2569 เนื่องจากบริษัทมีแบ็กล็อกแกร่งกว่า 18,000 ล้านบาท ปรับลดคำแนะนำเป็น "ถือ" หลังจากราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นมามากแล้ว


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่