ปี 2026 ครึ่งปีผ่านไปทิ้งความบอบช้ำไว้ให้หลายประเทศ ล่าสุดกับ
“พายุบาหวี่” ที่พัดถล่มจีนซ้ำสองครั้งในสัปดาห์เดียว เป็นการส่งสัญญาณความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ โดย
สถาบัน Tropical Storm Risk (TSR) ของสหราชอาณาจักร คาดการณ์ว่าพายุในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือปีนี้จะสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติถึงประมาณ 25-40%
เมื่อพิจารณาในระดับรายประเทศ จะพบว่าตัวเลขคาดการณ์มีความเหลื่อมล้ำกันค่อนข้างมาก
ญี่ปุ่น
Weathernews ประเมินว่าจะมีพายุก่อตัวทั้งหมด 27–29 ลูก และคาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้ญี่ปุ่นประมาณ 14 ลูก ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว ตลอดทั้งปี 2026 โดยเฉพาะช่วงพีคเดือนสิงหาคม
ฟิลิปปินส์
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาฟิลิปปินส์ (PAGASA) คาดว่าจะมีพายุเคลื่อนเข้าสู่เขตรับผิดชอบในช่วงครึ่งปีหลังประมาณ 9–13 ลูก และมีแนวโน้มพาดผ่านประเทศโดยตรง 8–9 ลูก โดยแบ่งเป็นช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน คาดว่าจะพบพายุ 6–9 ลูก ส่วนช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม คาดว่าจะพบพายุ 5–8 ลูก
จีน
ศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติจีน คาดการณ์ว่าจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ จะมีพายุก่อตัวในแปซิฟิกและทะเลจีนใต้ 5–6 ลูก และจะส่งผลกระทบหรือขึ้นฝั่งจีนโดยตรง 2–3 ลูก
เวียดนาม
ประเมินว่าในทะเลจีนใต้จะมีพายุหมุนเขตร้อนเกิดขึ้นราว 11–13 ลูก ตลอดฤดูกาลปีนี้
ประเทศไทย
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าปีนี้ไทยอาจได้รับอิทธิพลจากพายุหมุนเขตร้อนเพียง 1–2 ลูกเท่านั้น โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังหลักอยู่ในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน
ทั้งนี้ ทั้งหมดคือ “การคาดการณ์” ที่รวบรวมอ้างอิงมาจากข้อมูลด้านล่าง ซึ่งไม่ใช่ประกาศอย่างเป็นทางการเนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่าง แนะนำให้ติดตามสถานการณ์และประกาศจากทางการ หรือกรมอุตุนิยมวิทยา เท่านั้น
ทำไมไทยเจอตัวเลขน้อยกว่าเพื่อนบ้าน?
รู้จักปรากฏการณ์เบี่ยงเส้นทาง สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัวเลขคาดการณ์ของประเทศไทยน้อยกว่าประเทศในเอเชียตะวันออก มาจากการพัฒนาตัวของ
ปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ซึ่งแบบจำลองสภาพภูมิอากาศชี้ว่าอาจทวีความรุนแรงขึ้นจนแตะ
ระดับ Strong El Niñoหรือที่เรียกกันว่า
“ซูเปอร์เอลนีโญ”
สภาวะดังกล่าวส่งผลให้จุดก่อกำเนิดของพายุในมหาสมุทรแปซิฟิกขยับตัวไปทางทิศตะวันออกมากขึ้น เมื่อพายุเริ่มก่อตัวในจุดที่ห่างออกไป จึงมีระยะเวลาวิ่งสะสมพลังงานบนผิวน้ำที่ร้อนจัดยาวนานขึ้น ส่งผลให้เส้นทางเดินพายุส่วนใหญ่มักจะเลี้ยวโค้งขึ้นเหนือไปทางไต้หวัน จีน และญี่ปุ่น หรือเคลื่อนผ่านฟิลิปปินส์ตอนบน แทนที่จะเคลื่อนผ่านเข้ามายังทะเลจีนใต้ตอนล่างเพื่อเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง
กับดักเชิงตัวเลข
พายุน้อยลูก ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย
แม้ตัวเลขคาดการณ์ 1-2 ลูกของไทยจะดูน้อยเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน แต่นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมหลายท่านก็ออกมาเตือนว่านี่อาจเป็นกับดักที่ทำให้เกิดความชะล่าใจ เพราะในมิติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเสี่ยงไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนพายุเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
อุณหภูมิผิวน้ำทะเลทั่วโลกที่ร้อนขึ้นเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ชั้นบรรยากาศสามารถกักเก็บไอน้ำได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7% ต่อทุก 1 องศาเซลเซียสที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้พายุยุคนี้มีศักยภาพในการก่อ
ฝนตกหนักแบบสุดขั้ว (Extreme Rainfall)สูงขึ้นมาก ดังนั้น พายุเพียงลูกเดียวที่พัดผ่านเข้ามาก็สามารถหอบเอาปริมาณฝนสะสมมหาศาลมา
“ตกแช่” และสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน ภาคเกษตรกรรม รวมถึงเขตชุมชนของไทยได้ทันที
ภัยสองเด้ง พายุอ่อนกำลังและร่องมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
กลไกที่น่ากลัวที่สุดสำหรับประเทศไทยในการเกิดอุทกภัย มักไม่ได้เกิดขึ้นจากพายุที่พัดเข้ามาด้วยกำลังลมแรงระดับไต้ฝุ่น แต่เกิดจากพายุที่อ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชันหรือหย่อมความกดอากาศต่ำ หลังจากเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามหรือจีนตอนใต้
เมื่อระบบหย่อมความกดอากาศต่ำนี้เคลื่อนเข้าปกคลุม สภาพลมหมุนทวนเข็มนาฬิกาของมันจะทำหน้าที่ดึงดูดและเสริมกำลังให้ร่องมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยอยู่ก่อนแล้วให้มีกำลังแรงขึ้นเป็นทวีคูณ ส่งผลให้เกิดกลุ่มฝนหนาแน่นตกแช่ตัวในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสานอย่างต่อเนื่องหลายวัน นำไปสู่การเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในที่สุด
ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า แม้สถิติพายุเข้าไทยปี 2026 จะมีตัวเลขที่น้อย แต่ความไม่แน่นอนของสภาพภูมิอากาศเป็นสิ่งที่คนไทยยังวางใจไม่ได้และต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตลอดฤดูฝนนี้
เกร็ดพายุลูกสำคัญที่มีการเคลื่อนตัวขึ้นฝั่ง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้1. พายุไต้ฝุ่นนกแอ่น (Nokaen) - มกราคม 2026
จุดเริ่มต้น: มหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก
จุดสิ้นสุด/ผลกระทบ: เป็นพายุลูกแรกของปี 2026 เคลื่อนตัวและสลายตัวในมหาสมุทรโดยไม่ได้พัดขึ้นฝั่งประเทศใดโดยตรง แต่อิทธิพลของพายุได้ดึงมวลอากาศเย็นทำให้ "ไต้หวัน" เผชิญกับสภาพอากาศหนาวเย็นและชื้นยาวนาน
2. ซูเปอร์ไต้ฝุ่นซินลากู (Sinlaku) - เมษายน 2026
จุดเริ่มต้น: มหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก
จุดสิ้นสุด/ผลกระทบ: ทวีกำลังแรงเทียบเท่าพายุระดับ 5 พัดขึ้นฝั่งและสร้างความเสียหายอย่างหนักที่ "เกาะไซปัน" และ "หมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา" (เครือรัฐของสหรัฐอเมริกา)
3. พายุไต้ฝุ่นไมสัก (Maysak) - กรกฎาคม 2026
จุดเริ่มต้น: ทะเลจีนใต้ / มหาสมุทรแปซิฟิก
จุดสิ้นสุด/ผลกระทบ: พัดขึ้นฝั่งที่ มณฑลไห่หนาน (เกาะไหหลำ) "ประเทศจีน" ถือเป็นพายุลูกแรกของปี 2026 ที่พัดขึ้นฝั่งแผ่นดินใหญ่ของจีนโดยตรง ทำให้ทางการต้องสั่งระงับการเดินเรือและสั่งแท่นขุดเจาะน้ำมันอพยพด่วน
4. ซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ (Bavi) - กรกฎาคม 2026
จุดเริ่มต้น: มหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก
จุดสิ้นสุด/ผลกระทบ: เป็นพายุที่รุนแรงมาก พัดเฉียดและส่งผลกระทบต่อ "ประเทศญี่ปุ่น" และ "ไต้หวัน" ก่อนจะเคลื่อนตัวไปพัดขึ้นฝั่งที่ "ประเทศจีน" อย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และทางการจีนต้องอพยพประชาชนเกือบ 2 ล้านคน
หมายเหตุ: จะมีบางลูกที่ไม่ได้ขึ้นฝั่งเลยไม่ได้ปรากฎในรายการ agora
เท่าที่อ่าน ไทยเราก็น่าจะมีแนวโน้มพายุเข้าแต่น้อย ที่น่าเกิดก็เป็นฝนตกบ่อยจนน้ำท่วม ก็เป็นเรื่องบริหารจัดการน้ำของแต่ละพื้นที่ ใครมีความคิดเห็นอะไรแลกเปลี่ยนได้นะ
ต้นข่าว
spacebar
เอเชียระทม ปีนี้ประเทศไทยจะเจอพายุหมุนเขตร้อนกี่ลูก?
เกร็ดพายุลูกสำคัญที่มีการเคลื่อนตัวขึ้นฝั่ง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เท่าที่อ่าน ไทยเราก็น่าจะมีแนวโน้มพายุเข้าแต่น้อย ที่น่าเกิดก็เป็นฝนตกบ่อยจนน้ำท่วม ก็เป็นเรื่องบริหารจัดการน้ำของแต่ละพื้นที่ ใครมีความคิดเห็นอะไรแลกเปลี่ยนได้นะ
ต้นข่าว spacebar