รู้ไหมว่าการติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เป็นไข้หวัดมันไม่ได้จำกัดอาการอยู่แค่ไอ เจ็บคอ คัดจมูก ปวดหัว มีไข้ เท่านั้น แต่ตัวเชื้อเหล่านี้ยังสามารถลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง และทำให้เกิดอาการอักเสบและไข้สูงขึ้นได้
เพราะหวัดมักเริ่มติดเชื้อจากบริเวณหลังโพรงจมูก เมื่อลามไปด้านบนจะทำให้เกิดสิ่งเหล่านี้
- หวัดขึ้นหู เป็นหนึ่งในการติดเชื้อที่ค่อนข้างทรมานครับ เพราะหูจะอักเสบบวม จนทำให้หูปรับความดันไม่ได้จนรู้สึกปวดมาก มักมีอาการ หูอื้อ ปวดหู มีเสียงวิ๊ง ๆ หรือรู้สึกเหมือนมีน้ำในหู
- หวัดขึ้นตา เกิดจากเชื้อไวรัสลามขึ้นท่อน้ำตา มักมีอาการ ตาแดง มีขี้ตาแฉะ ระคายเคืองตา น้ำตาไหลบ่อย
- ไซนัสอักเสบ / หวัดขึ้นไซนัส ไซนัสเป็นโพรงอากาศรอบ ๆ จมูก ถ้าติดจะมีอาการ ปวดตื้อ ๆ บริเวณโหนกแก้ม หน้าผาก หรือรอบดวงตา น้ำมูกเปลี่ยนเป็นสีเขียวหรือเหลืองข้น ก้มหน้าแล้วปวดหัวมากขึ้น
เมื่อหวัดลามไปด้านล่างจะเป็นหวัดลง เช่น
- หวัดลงคอ / ทอนซิลอักเสบ มักมีอาการ เจ็บคอเวลากลืนน้ำลาย คอแดง คันคอ ไอค่อกแค่ก
- หวัดลงกล่องเสียง เมื่อหวัดลงคอลามลึกลงไปถึงกล่องเสียง จะมีอาการ เสียงแหบ เสียงหาย พูดไม่มีเสียง เจ็บคอ และไอแห้ง ๆ
- หวัดลงหลอดลม เชื้อไวรัสลามต่อเข้าสู่ท่อทางเดินหายใจ ทำให้ร่างกายสร้างเสมหะออกมามาก มักมีอาการ ไออย่างรุนแรง ไอมีเสมหะบ่อย ไอจนเจ็บหน้าอกหรือชายโครง
- หวัดลงปอด / ปอดบวม / ปอดอักเสบ เกิดจากเชื้อเข้าไปถึงถุงลมในปอด มักมีอาการ ไข้สูง หายใจหอบ แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอกเวลาหายใจเข้าลึก ๆ หรือเวลาไอ และอ่อนเพลียมาก ซึ่งหวัดลงปอดเป็นอาการที่อันตรายที่สุดและเสี่ยงเสียชีวิตได้
ซึ่งหากใครเป็นหวัดนาน ๆ และเริ่มมีอาการอื่น ๆ มากขึ้น นอกจากตัวร้อน มีไข้ คัดจมูก ก็ลองสังเกตุอาการตัวเอง ถ้ารู้สึกว่าหนักขึ้น ก็อาจปรึกษาแพทย์เพิ่มเติมนะครับ
ที่มา
Jones Salad
ไข้หวัดลง ๆ ขึ้น ๆ ไปได้หลายที่นะคร๊าบ
ที่มา Jones Salad