ตลาดสดมหาชัยตอนนั้นเต็มไปด้วยสีสัน ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้ท่าเรือที่เป็นรูปโดมซึ่งเป็นแลนด์มาร์คมาจนปัจจุบัน ก่อนสร้างท่าเรือมันเป็นสะพานปลาที่ยื่นไปในแม่น้ำท่าจีน มองเห็นนกนางนวลบินโฉบหาปลา มีร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อซึ่งปัจจุบันก็ยังมีอยู่แต่ย้ายไปที่อื่นแล้ว
ปี 2510
ผมอายุสิบขวบกว่า เริ่มซื้อของเป็น ทุกเช้าแม่ผมจะให้ตะกร้าผมไปใบหนึ่ง พร้อมกับจดรายการของที่จะซื้อ ผมจะเดินออกจากบ้านอีกฝั่งของสถานีรถไฟตอนราวๆหกโมงเช้า พร้อมกับเงินราวๆ 30 บาท ตอนนั้นเงินเดือนพ่อผมราวๆพันกว่าบาท ซึ่งถือว่าน้อยเพราะพ่อบรรจุในตำแหน่งเทียบเท่าภารโรง แต่แม่เปิดร้านเลยพออยู่ได้
อาหารเกือบทุกอย่างห่อใบตอง และไม่มีการใช้ถุงพลาสติกเลย
หมูและไข่
ส่วนมากผมจะเริ่มต้นด้วยการไปแผงขายหมูในตลาดสด ซึ่งมีเนื้อหมูก้อนใหญ่ๆวางบนแผง ผมจะซื้อเนื้อแดงสิบสองบาท ตอนนั้นหมูเนื้อแดงน่าจะราคากิโลละ 25 บาทซึ่งแม่ค้าก็จะใช้มีดสามเหลี่ยมตัดหมูออกมาก้อนใหญ่ใส่ใบตอง พอดีเป๊ะ บางทีก็ให้เกิน เพราะแม่ค้าค่อนข้างเอ็นดูผม เพราะผมเป็นเด็กเรียนเก่งมากจนใครๆก็รู้จัก จากนั้นก็จะซื้อเศษเนื้อวัวจากอีกร้านหนึ่ง 5 บาท เขาจะห่อกับใบตองหรือใบไม้อีกชนิดหนึ่งน่าจะเป็นใบพลวง เพื่อเอาไปต้มให้หมากิน
ไข่จะขายเป็นใบเท่านั้นไม่มีใครเคยเห็นแผงไข่ด้วยซ้ำ และมีแต่ไข่เป็ด ผมจะซื้อ 2-3 ใบ ราคาใบละบาท
ถัดไปจะเป็นแผงขายกะทิที่ขูดกับเครื่อง แม่จะให้ซื้อมาทีละ 2-3 บาท เราต้องมาคั้นเอาเอง ไม่มีกะทิสำเร็จรูป
ผัก
ถั่วฝักยาวกำละสองบาท ผักรวมสำหรับทำแกงเช่นตะไคร้ พริก จะขายรวมกันเป็นเซต ราคา 2-3 บาท สมัยนั้นน้ำพริกแกงก็มีขายแล้ว โดยใส่กะละมังมาพูนๆ และเราก็ชี้เอา
ขนมและผลไม้
คราวนี้มาถึงตอนที่ผมชอบคือขนม ขนมที่นี่จะอยู่ตรงทางออกจากตลาด คนขายจะเป็นสาวชาวมอญ ซึ่งทุกคนจะเกล้ามวยและมีกลิ่นน้ำมันมะพร้าวใส่ผมเป็นเอกลักษณ์ ชาวมอญที่นี่มักจะอยู่แถวตำบลบ้านเกาะและบางปลา พวกเขามีฐานะค่อนข้างจนคือเป็นชาวสวนมะพร้าว เพราะเขามีเพียงทีดินบ้านละ 20-30 ไร่(ปัจจุบันหลานของเขาจึงมักขับรถยุโรป) พวกเขาจะนั่งเรือเมล์มาตั้งแต่ยังไม่สว่าง พร้อมด้วยขนมและผลไม้ เพราะจากบ้านเกาะมาที่นี่นานมากจนไม่น่าเชื่อ อาจมากกว่าหนึ่งชั่วโมง ขณะที่ปัจจุบันขับรถสิบห้านาที
ขนมที่เขาขายมักใส่มะพร้าวหรือกะทิเช่นขนมเปียกปูน ขนมอีกชนิดเป็นก้อนกลมและมีไส้ในเป็นน้ำตาลและมะพร้าว(นึกชื่อไม่ออก) ขนมชั้น ข้าวเหนียวตัด คือข้าวเหนียวหน้ากะทิกับถั่วดำ ขนมกล้วยชนิดที่เป็นแท่งยาวๆ สีเขียวและมีไส้ในเป็นกล้วย ตัดขายออนดีมานด์ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทองทุกอย่างอร่อยสุดๆ แต่หวานจัด ส่วนใหญ่เราจะซื้อกันอย่างละบาทสองบาท
มีขนมประหลาดคือขนมน้ำดอกไม้ ซึ่งเป็นลักษณะคล้ายขนมถ้วยแต่มีความใสคล้ายเจลลี่ มีรอบบุ๋มตรงกลาง ใส่สีชมพู สีเขียว ทีเด็ดของมันอยู่ที่ความเย็น คือเมื่อทานมันจะมีความหวานนิดๆและความเย็นที่จะแผ่ซ่านไปทั่วคอ ราวกับกินน้ำแข็งแก้วใหญ่ ซึ่งอธิบายไม่ได้ว่ามันเกิดจากอะไร ปัจจุบันขนมแบบนี้มีขายทั่วไป แต่มันไม่ใสและไม่เย็น
ขนมที่สมัยนั้นฮิตอีกชนิดคือลูกจันทน์เชื่อม สาเกเชื่อม เป็นชิ้นใหญ่ราวสามนิ้ว หวานโคตรๆ
ผลไม้นั้นในปี 2510 เป็นของหายาก ทุเรียน เงาะ มังคุดที่ปัจจุบันมีทุกหัวระแหง ตอนนั้นมีน้อยมาก ผลไม้ที่พอหากินได้คือลูกจาก เป็นลูกนิ่มๆใสๆเย็นๆ มะพร้าว มะขามเทศ ซึ่งไม่มีใครขาย ต้องไปสอยเอง
แน่นอนสาวมอญจะมีผลไม้ลึกลับมาขาย คือผลไม้สีดำคล้ายองุ่น เมื่อกินจะมีรสหวานปนฝาด และปากของเราก็จะดำสนิท
เลี่ยงฮุ้นสากล
ส่วนของที่อร่อยหลุดโลก คือ "เลี่ยงฮุ้นสากล" ชายอายุราว 40 ในสูทสีเนื้อ ผ้าเช็ดหน้าสีขาวพับเป็นรูปสามเหลี่ยมในกระเป๋าสูท พร้อมเนคไทและรองเท้าหนังขัดมันวาว บางวันมีหมวกแบบออปเปนไฮเมอร์ เขาจะหาบลอดช่องสิงคโปร์มาขายตรงที่ทางรถไฟตัดกับถนนเข้าตลาด ถังทองเหลืองถูกขัดจนเงาดุจกระจก และคอยเช็ดด้วยผ้าขาวจนสะอาด และรสชาติก็หวานพอดี และใส่น้ำแข็งทุบด้วย
ข้าวสารผมก็เป็นคนซื้อเช่นกัน ส่วนใหญ่จะซื้อทีละถัง (15 กิโล) ราคาราว 40 บาท ส่วนใหญ่ผมจะเอาจักรยานไปบรรทุกมา
หลังแม่ทำอาหารเสร็จ ผมก็จะทำหน้าที่ไปซื้อชาดำเย็น ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่พ่อคลั่งไคล้มาก โดยเอากระติกอลูมิเนียมขนาดยักษ์ไปซื้อ โดยซื้อครั้งละ หกสลึง(ตรงนี้ผมจำแม่น) พร้อมกับถั่วตัดชนิดอยู่ในขวดโหล อีกสามแผ่น แผ่นละ 50 สตางค์ ร้านกาแฟก็คือร้านเดียวกับร้านข้าวสารนั่นแหละ ชาดำเย็นนี้ครอบครัวผมสามคนกินได้คนละหลายแก้ว และพ่อก็ยังเอาไปกินที่ทำงานได้อีก!
ไปโรงเรียน
จากนั้นผมก็จะขี่จักรยานไปโรงเรียน ตอนนั้นผมน่าจะอยู่ ป.5 โรงเรียนนี้มีถึงแค่ ป.7 ไม่มีอาหารขายแต่ทำแจก
อาหารที่ทำให้กินมื้อเที่ยง ส่วนใหญ่ผมไม่ชอบ เช่นก๋วยเตียวผัดไทย ซึ่งตอนนี้โคตรชอบ น้ำพริกชนิดหนึ่งเรียกว่าหลน กินพร้อมกับปลาทูและถั่วฝักยาว
แต่มีอาหารอย่างหนึ่งอร่อยมาก และปัจจุบันพูดได้ว่าสูญพันธุ์ไปแล้วคือข้าวราดหน้า มันจะคล้ายกับก๋วยเตี๋ยวราดหน้าแต่ราดลงบนข้าวสวยนี่แหละ
ผมขอเล่าแค่นี้ก่อน วันหลังจะพูดเรื่องการไปซื้ออาหารกลางวัน ที่มีอาหารลึกลับเพิ่งค้นพบคือ "ผัดพริกเนื้อใส่ใบกะเพรา" และอาหารเย็น ที่มีสามล้อล้อมวงกันกินไก่ตอนกับเหล้าขาว
**ราคาอาจผิดพลาดได้ เช่นราคาอาจเป็นของปี 2507 หรือ 2516 ผมอาจจำสับสนกัน
การผจญภัยครั้งใหญ่ เด็กอายุ 11 ขวบไปจ่ายตลาดในปี 2510
ปี 2510
ผมอายุสิบขวบกว่า เริ่มซื้อของเป็น ทุกเช้าแม่ผมจะให้ตะกร้าผมไปใบหนึ่ง พร้อมกับจดรายการของที่จะซื้อ ผมจะเดินออกจากบ้านอีกฝั่งของสถานีรถไฟตอนราวๆหกโมงเช้า พร้อมกับเงินราวๆ 30 บาท ตอนนั้นเงินเดือนพ่อผมราวๆพันกว่าบาท ซึ่งถือว่าน้อยเพราะพ่อบรรจุในตำแหน่งเทียบเท่าภารโรง แต่แม่เปิดร้านเลยพออยู่ได้
อาหารเกือบทุกอย่างห่อใบตอง และไม่มีการใช้ถุงพลาสติกเลย
หมูและไข่
ส่วนมากผมจะเริ่มต้นด้วยการไปแผงขายหมูในตลาดสด ซึ่งมีเนื้อหมูก้อนใหญ่ๆวางบนแผง ผมจะซื้อเนื้อแดงสิบสองบาท ตอนนั้นหมูเนื้อแดงน่าจะราคากิโลละ 25 บาทซึ่งแม่ค้าก็จะใช้มีดสามเหลี่ยมตัดหมูออกมาก้อนใหญ่ใส่ใบตอง พอดีเป๊ะ บางทีก็ให้เกิน เพราะแม่ค้าค่อนข้างเอ็นดูผม เพราะผมเป็นเด็กเรียนเก่งมากจนใครๆก็รู้จัก จากนั้นก็จะซื้อเศษเนื้อวัวจากอีกร้านหนึ่ง 5 บาท เขาจะห่อกับใบตองหรือใบไม้อีกชนิดหนึ่งน่าจะเป็นใบพลวง เพื่อเอาไปต้มให้หมากิน
ไข่จะขายเป็นใบเท่านั้นไม่มีใครเคยเห็นแผงไข่ด้วยซ้ำ และมีแต่ไข่เป็ด ผมจะซื้อ 2-3 ใบ ราคาใบละบาท
ถัดไปจะเป็นแผงขายกะทิที่ขูดกับเครื่อง แม่จะให้ซื้อมาทีละ 2-3 บาท เราต้องมาคั้นเอาเอง ไม่มีกะทิสำเร็จรูป
ผัก
ถั่วฝักยาวกำละสองบาท ผักรวมสำหรับทำแกงเช่นตะไคร้ พริก จะขายรวมกันเป็นเซต ราคา 2-3 บาท สมัยนั้นน้ำพริกแกงก็มีขายแล้ว โดยใส่กะละมังมาพูนๆ และเราก็ชี้เอา
ขนมและผลไม้
คราวนี้มาถึงตอนที่ผมชอบคือขนม ขนมที่นี่จะอยู่ตรงทางออกจากตลาด คนขายจะเป็นสาวชาวมอญ ซึ่งทุกคนจะเกล้ามวยและมีกลิ่นน้ำมันมะพร้าวใส่ผมเป็นเอกลักษณ์ ชาวมอญที่นี่มักจะอยู่แถวตำบลบ้านเกาะและบางปลา พวกเขามีฐานะค่อนข้างจนคือเป็นชาวสวนมะพร้าว เพราะเขามีเพียงทีดินบ้านละ 20-30 ไร่(ปัจจุบันหลานของเขาจึงมักขับรถยุโรป) พวกเขาจะนั่งเรือเมล์มาตั้งแต่ยังไม่สว่าง พร้อมด้วยขนมและผลไม้ เพราะจากบ้านเกาะมาที่นี่นานมากจนไม่น่าเชื่อ อาจมากกว่าหนึ่งชั่วโมง ขณะที่ปัจจุบันขับรถสิบห้านาที
ขนมที่เขาขายมักใส่มะพร้าวหรือกะทิเช่นขนมเปียกปูน ขนมอีกชนิดเป็นก้อนกลมและมีไส้ในเป็นน้ำตาลและมะพร้าว(นึกชื่อไม่ออก) ขนมชั้น ข้าวเหนียวตัด คือข้าวเหนียวหน้ากะทิกับถั่วดำ ขนมกล้วยชนิดที่เป็นแท่งยาวๆ สีเขียวและมีไส้ในเป็นกล้วย ตัดขายออนดีมานด์ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทองทุกอย่างอร่อยสุดๆ แต่หวานจัด ส่วนใหญ่เราจะซื้อกันอย่างละบาทสองบาท
มีขนมประหลาดคือขนมน้ำดอกไม้ ซึ่งเป็นลักษณะคล้ายขนมถ้วยแต่มีความใสคล้ายเจลลี่ มีรอบบุ๋มตรงกลาง ใส่สีชมพู สีเขียว ทีเด็ดของมันอยู่ที่ความเย็น คือเมื่อทานมันจะมีความหวานนิดๆและความเย็นที่จะแผ่ซ่านไปทั่วคอ ราวกับกินน้ำแข็งแก้วใหญ่ ซึ่งอธิบายไม่ได้ว่ามันเกิดจากอะไร ปัจจุบันขนมแบบนี้มีขายทั่วไป แต่มันไม่ใสและไม่เย็น
ขนมที่สมัยนั้นฮิตอีกชนิดคือลูกจันทน์เชื่อม สาเกเชื่อม เป็นชิ้นใหญ่ราวสามนิ้ว หวานโคตรๆ
ผลไม้นั้นในปี 2510 เป็นของหายาก ทุเรียน เงาะ มังคุดที่ปัจจุบันมีทุกหัวระแหง ตอนนั้นมีน้อยมาก ผลไม้ที่พอหากินได้คือลูกจาก เป็นลูกนิ่มๆใสๆเย็นๆ มะพร้าว มะขามเทศ ซึ่งไม่มีใครขาย ต้องไปสอยเอง
แน่นอนสาวมอญจะมีผลไม้ลึกลับมาขาย คือผลไม้สีดำคล้ายองุ่น เมื่อกินจะมีรสหวานปนฝาด และปากของเราก็จะดำสนิท
เลี่ยงฮุ้นสากล
ส่วนของที่อร่อยหลุดโลก คือ "เลี่ยงฮุ้นสากล" ชายอายุราว 40 ในสูทสีเนื้อ ผ้าเช็ดหน้าสีขาวพับเป็นรูปสามเหลี่ยมในกระเป๋าสูท พร้อมเนคไทและรองเท้าหนังขัดมันวาว บางวันมีหมวกแบบออปเปนไฮเมอร์ เขาจะหาบลอดช่องสิงคโปร์มาขายตรงที่ทางรถไฟตัดกับถนนเข้าตลาด ถังทองเหลืองถูกขัดจนเงาดุจกระจก และคอยเช็ดด้วยผ้าขาวจนสะอาด และรสชาติก็หวานพอดี และใส่น้ำแข็งทุบด้วย
ข้าวสารผมก็เป็นคนซื้อเช่นกัน ส่วนใหญ่จะซื้อทีละถัง (15 กิโล) ราคาราว 40 บาท ส่วนใหญ่ผมจะเอาจักรยานไปบรรทุกมา
หลังแม่ทำอาหารเสร็จ ผมก็จะทำหน้าที่ไปซื้อชาดำเย็น ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่พ่อคลั่งไคล้มาก โดยเอากระติกอลูมิเนียมขนาดยักษ์ไปซื้อ โดยซื้อครั้งละ หกสลึง(ตรงนี้ผมจำแม่น) พร้อมกับถั่วตัดชนิดอยู่ในขวดโหล อีกสามแผ่น แผ่นละ 50 สตางค์ ร้านกาแฟก็คือร้านเดียวกับร้านข้าวสารนั่นแหละ ชาดำเย็นนี้ครอบครัวผมสามคนกินได้คนละหลายแก้ว และพ่อก็ยังเอาไปกินที่ทำงานได้อีก!
ไปโรงเรียน
จากนั้นผมก็จะขี่จักรยานไปโรงเรียน ตอนนั้นผมน่าจะอยู่ ป.5 โรงเรียนนี้มีถึงแค่ ป.7 ไม่มีอาหารขายแต่ทำแจก
อาหารที่ทำให้กินมื้อเที่ยง ส่วนใหญ่ผมไม่ชอบ เช่นก๋วยเตียวผัดไทย ซึ่งตอนนี้โคตรชอบ น้ำพริกชนิดหนึ่งเรียกว่าหลน กินพร้อมกับปลาทูและถั่วฝักยาว
แต่มีอาหารอย่างหนึ่งอร่อยมาก และปัจจุบันพูดได้ว่าสูญพันธุ์ไปแล้วคือข้าวราดหน้า มันจะคล้ายกับก๋วยเตี๋ยวราดหน้าแต่ราดลงบนข้าวสวยนี่แหละ
ผมขอเล่าแค่นี้ก่อน วันหลังจะพูดเรื่องการไปซื้ออาหารกลางวัน ที่มีอาหารลึกลับเพิ่งค้นพบคือ "ผัดพริกเนื้อใส่ใบกะเพรา" และอาหารเย็น ที่มีสามล้อล้อมวงกันกินไก่ตอนกับเหล้าขาว
**ราคาอาจผิดพลาดได้ เช่นราคาอาจเป็นของปี 2507 หรือ 2516 ผมอาจจำสับสนกัน