กต.ซัดกลับ "พริษฐ์-iLaw" ดิสเครดิต-กดดัน กกต.ชี้เข้าข่ายผิด กม.
เหล่งข่าวจาก สำนักงาน กกต. กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ยื่นหลักฐานเกี่ยวกับคดีฮั้วเลือก สว. ให้นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน รวมถึงกลุ่ม สว.สำรอง เพื่อตรวจสอบเอาผิดเเกนนำบางพรรคการเมือง ที่ร่วมกระทำผิดการฮั้ว สว.นั้น เสมือนกดดันการพิจารณาของคณะกรรมการ กกต.ทั้ง 7 คน เเละกรณีล่าสุด ทั้งนายพริษฐ์ เเละนายยิ่งชีพ มีความเสี่ยงที่จะผิดกฎหมายหลายข้อ เช่น กล่าวหาว่า กกต.อยู่ใต้ระบอบสีน้ำเงิน เเละการกดดัน กกต.ว่า ควรตัดสินเอาผิด 229 คน โดยยึดมติคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง ชุดที่ 26 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ระบุว่า ต้องชี้มูลความผิด 229 คนในการฮั้ว สว.โดยไม่ต้องนำมติคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ชุดที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 เห็นว่าข้อกล่าวหาในคดีฮั้ว สว. จำนวน 229 คนนั้นให้ตีตกคำร้อง
เเหล่งข่าวจา กกกต.กล่าวว่า ในเวทีเสวนา “ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. เจาะหลักฐานคดีฮั้ว สว.”เวทีของวิปฝ่ายค้าน เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีการนำพยาน ซึ่งเป็นอดีตผู้สมัคร สว. 4 คน จาก 4 จังหวัด มาเปิดเผยข้อมูลในเวทีเสวนาดังกล่าวนั้น กรณีนี้อาจผิดกฎหมาย เพราะพบว่า พยานบางคนในวันนั้น ตอนเเรกได้ให้การกับ กกต. เเละดีเอสไออีกอย่างหนึ่ง ต่อมาพยานคนนั้น ก็มาขอกลับคำให้การ เเละนำข้อมูลไปเผยเเพร่ในเวทีเสวนาดังกล่าว เเละยังพบว่า ช่วงต้นปีที่ผ่านมา พยานบางคน ก็ยังไปลงสมัครเลือกตั้งสส.กับบางพรรคกรเมือง ซึ่งน่าพิจารณาได้ว่า อาจมีการกระทำเป็นขบวนการในการดิสเครดิต เเละกดดัน กกต.ให้วินิจฉัยตามความต้องการของนายยิ่งชีพ และนายพริษฐ์ พร้อมพวกเท่านั้น
https://www.facebook.com/share/p/1DeFjYV59P/
กต.ซัดกลับ "พริษฐ์-iLaw" ดิสเครดิต-กดดัน กกต.ชี้เข้าข่ายผิด กม.
เหล่งข่าวจาก สำนักงาน กกต. กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ยื่นหลักฐานเกี่ยวกับคดีฮั้วเลือก สว. ให้นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน รวมถึงกลุ่ม สว.สำรอง เพื่อตรวจสอบเอาผิดเเกนนำบางพรรคการเมือง ที่ร่วมกระทำผิดการฮั้ว สว.นั้น เสมือนกดดันการพิจารณาของคณะกรรมการ กกต.ทั้ง 7 คน เเละกรณีล่าสุด ทั้งนายพริษฐ์ เเละนายยิ่งชีพ มีความเสี่ยงที่จะผิดกฎหมายหลายข้อ เช่น กล่าวหาว่า กกต.อยู่ใต้ระบอบสีน้ำเงิน เเละการกดดัน กกต.ว่า ควรตัดสินเอาผิด 229 คน โดยยึดมติคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง ชุดที่ 26 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ระบุว่า ต้องชี้มูลความผิด 229 คนในการฮั้ว สว.โดยไม่ต้องนำมติคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ชุดที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 เห็นว่าข้อกล่าวหาในคดีฮั้ว สว. จำนวน 229 คนนั้นให้ตีตกคำร้อง
เเหล่งข่าวจา กกกต.กล่าวว่า ในเวทีเสวนา “ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. เจาะหลักฐานคดีฮั้ว สว.”เวทีของวิปฝ่ายค้าน เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีการนำพยาน ซึ่งเป็นอดีตผู้สมัคร สว. 4 คน จาก 4 จังหวัด มาเปิดเผยข้อมูลในเวทีเสวนาดังกล่าวนั้น กรณีนี้อาจผิดกฎหมาย เพราะพบว่า พยานบางคนในวันนั้น ตอนเเรกได้ให้การกับ กกต. เเละดีเอสไออีกอย่างหนึ่ง ต่อมาพยานคนนั้น ก็มาขอกลับคำให้การ เเละนำข้อมูลไปเผยเเพร่ในเวทีเสวนาดังกล่าว เเละยังพบว่า ช่วงต้นปีที่ผ่านมา พยานบางคน ก็ยังไปลงสมัครเลือกตั้งสส.กับบางพรรคกรเมือง ซึ่งน่าพิจารณาได้ว่า อาจมีการกระทำเป็นขบวนการในการดิสเครดิต เเละกดดัน กกต.ให้วินิจฉัยตามความต้องการของนายยิ่งชีพ และนายพริษฐ์ พร้อมพวกเท่านั้น
https://www.facebook.com/share/p/1DeFjYV59P/