(20) THE "URE" SOUND
📌 เรียนโฟนิกส์วันที่ 25 (ต้องขออภัยที่เว้นช่วงไปนานครับ I'm back!)
เดินทางมาถึงสระตัวที่ 20 ซึ่งเป็นเสียงสระตัวสุดท้ายในภาษาอังกฤษ
สระอัว หรือ “
The URE sound” เป็น diphthong (สระประสม) ระหว่าง “
สระอุ +
สระเออะ” ดังที่เราจะเห็นได้จากโฟเนติกส์ของมันคือ /
ʊə/ (หากออกเสียง “อุ-เออะ” ต่อเนื่องเร็ว ๆ ก็จะได้เสียงสระอัวแบบภาษาอังกฤษ)
Note: ในสำเนียงอเมริกัน “
สระอัวร์” จะเป็น
R-controlled vowel หรือสระที่ต้องพ่วงเสียง R ท้ายคำมาด้วยเสมอ และจะใช้สัญลักษณ์โฟเนติกส์ที่ต่างกันด้วยคือ /ʊr/ (อุ-เออรฺ —> อัวรฺ)
เปรียบเทียบ:
สำเนียงอังกฤษ —> /
ʊə/ เช่น tour /tʊə/, lure /lʊə/, moor /mʊə/
สำเนียงอเมริกัน —> /
ʊr/ เช่น tour /tʊr/, lure /lʊr/, moor /mʊr/
สาเหตุที่สำเนียงอเมริกันใช้ตัว r (เหรอะ) แทน ə (เออะ) เพราะมันมีสระเออะในเสียง R อยู่แล้วนั่นเองครับ
_______________
20. “
สระอัว” (The URE sound —> /ʊə/, /ʊr/) มีตัวสะกดหลักอยู่ 2 แบบ
1) "
-ure" เช่น
pure, lure, cure, mature, sure
2) "
-ur" เช่น
during, jury, plural, rural, curious
📌 ข้อสังเกต:
—> ในสำเนียงอังกฤษ “สระอัว” มักจะกลายเป็น “สระออ” /
ɔː/ (สระในวันที่ 17 ที่เราเคยเรียนไป) เช่น
sure, poor, tour, cure อ่าน /ʃɔː/, /pɔː/, /tɔː/, และ /kjɔː/ (ชอ, พอ, ทอ, คยอ)
—> หลายคำที่มีสระอัว มักจะแทรกเสียง y (ย) เข้ามาด้วย เช่น “pure” อ่าน “พฺยัว” /pjʊə/ (ไม่ใช่เพียว) หรืออีกคำคือ “cure” ที่อ่าน “คฺยัว” /kjʊə/ (ไม่ใช่เคียว)
. . . . . . . . . . . . . . .
ตัวสะกดรองของสระอัวมีอยู่ 4 วิธีสะกด
3) "
-our" ได้แก่
tour, dour, gourmet
4) "
-oor" ได้แก่
moor, boor, poor
5) "
-eur" ได้แก่
Europe, neuron, liqueur
6) "
-ewer" พบอยู่หนึ่งคำคือ
Sewer (อ่าน ซัว)
📌 ข้อสังเกต:
—> ตัวสะกด "-our" ที่เป็นสระอัว มีแค่ไม่กี่คำเท่านั้น (เท่าที่ผมยกมา) แต่คำอื่น ๆ ที่สะกดด้วย -our มันเป็น “สระเออะ” เช่น odour (อ่าน โอว-เดอะ), glamour (อ่าน แกลม-เมอะ), candour (อ่าน แคน-เดอะ)
หรือ “สระเออ” (ในพยางค์ที่โดนเน้น) เช่น journal (เจอ-เนิล), journey (เจอ-นี)
หรือสระอาว-เออะ เช่น flour (ฟลาว-เออะ), hour (อาว-เออะ), sour (ซาว-เออะ) เป็นต้น
—> คำว่า “gourmet” อ่านว่า “กัวรฺ-เม” ในสำเนียงอเมริกัน แต่สำเนียงอังกฤษอ่าน “กอ-เม” /ˈɡɔː.meɪ/ โดยใช้สระออ (และคำนี้ไม่ต้องออกเสียงตัว t ท้ายคำเพราะเป็นคำยืมจากภาษาฝรั่งเศส ให้ลากเสียง e เป็นสระเอเสียงยาว)
—> “moor” (แปลว่า ทุ่งหญ้า, ทุ่งโล่งกว้าง) อ่านได้สองแบบคือ มัวรฺ หรือ มอ (ถ้าอ่านแบบหลังจะคล้องจองกับคำว่า door และ floor จึงช่วยไขข้อสงสัยได้ว่าทำไมสะกดเหมือนกัน เพราะมันอาจเหมือนกันก็ได้)
—> “boor” คำนี้เราอาจจะไม่ค่อยเจอ มันแปลว่า “คนหยาบคาย” มักใช้เป็นเวอร์ชัน adjective (เติม -ish) เช่นในประโยค “Stop your boorish behaviour at once!” (หยุดทำตัวหยาบคายไม่น่ารักสักทีเถอะ)
—> “Europe” อ่าน ยัว-เริพฺ / “Neuron” อ่าน นัว-รอน / และ “Liqueur” อ่าน ลิ-คฺยัว (ตัว q ออกเป็นเสียง k และมี y มาควบกล้ำ) แต่หลายคำที่ลงท้ายด้วย -eur เช่น “Entrepreneur” (อ่าน ออน-เทรอะ-เพรอะ-เนอ) และ “Amateur” (แอม-เหมอะ-เฉอะ) นี่ไม่ใช่สระอัวครับ เป็นสระเออ/เออะ รวมไปถึง “Connoisseur” (คอน-เนอะ-เซอ) และ “Grandeur” (แกรน-เดอ) ด้วย
คำศัพท์หลายคำที่มีสระอัวก็มักจะเป็นคำแปลก ๆ ที่เราไม่ค่อยได้เจอ
. . . . . . . . . . . . . . .
ก่อนจบฝากไว้อีกหนึ่งคำคือ “Jaguar” ที่ภาษาไทยทับศัพท์ว่า “เสือจากัวร์” แต่จริง ๆ ในสำเนียงอังกฤษอ่านว่า “แจ็ก-ยุ-เหวอะ” /ˈdʒæɡ.ju.ə/ (ซึ่งถ้าอ่านเร็ว ๆ ก็อาจจะเป็นสระอัวได้เหมือนกัน “แจ็ก-ยัว” แต่ใช้ y (ย) ออกเสียงคู่กับสระอัว) แต่ในสำเนียงอเมริกันจะออกเสียงโดยใช้สระอาร์และ w (ว) คือ “แจ็ก-วารฺ” /ˈdʒæɡ.wɑːr/
พอดูจากคำว่า Jaguar จะเห็นว่าตัวสะกด “-ua” นี่เราอาจจะบอกว่ามันเป็นสระอัวก็ได้ (เช่นในคำว่า casual, usual) แต่จริง ๆ มันคือการพูดสระอุ + เออะ แบบเร็ว ๆ มากกว่า (ไม่ถึงกับประสมกันเป็นอัวสระทีเดียว เพราะมันจะแยกพยางค์กัน)
_______________
ตอนนี้จบเสียงสระทั้ง 20 เสียงแล้ว แต่เรายังไม่จบเรื่อง Phonics ครับ ในซีรีส์ถัดไปผมจะพาไปดู “เสียงพยัญชนะ” ทั้ง 24 เสียงในภาษาอังกฤษ พร้อมวิธีการสะกดทุกรูปแบบ รวมทั้งหมดคือเราจะได้เจอครบทั้ง 44 phonemes (สระ 20 เสียง / พยัญชนะ 24 เสียง) ในภาษาอังกฤษเลยครับ
“
รู้ให้มากกว่าเมื่อวาน”
JGC.
[DAY: 25] เรียน Phonics (หลักการออกเสียงภาษาอังกฤษ) ด้วยตัวเอง
📌 เรียนโฟนิกส์วันที่ 25 (ต้องขออภัยที่เว้นช่วงไปนานครับ I'm back!)
เดินทางมาถึงสระตัวที่ 20 ซึ่งเป็นเสียงสระตัวสุดท้ายในภาษาอังกฤษ
สระอัว หรือ “The URE sound” เป็น diphthong (สระประสม) ระหว่าง “สระอุ + สระเออะ” ดังที่เราจะเห็นได้จากโฟเนติกส์ของมันคือ /ʊə/ (หากออกเสียง “อุ-เออะ” ต่อเนื่องเร็ว ๆ ก็จะได้เสียงสระอัวแบบภาษาอังกฤษ)
Note: ในสำเนียงอเมริกัน “สระอัวร์” จะเป็น R-controlled vowel หรือสระที่ต้องพ่วงเสียง R ท้ายคำมาด้วยเสมอ และจะใช้สัญลักษณ์โฟเนติกส์ที่ต่างกันด้วยคือ /ʊr/ (อุ-เออรฺ —> อัวรฺ)
เปรียบเทียบ:
สำเนียงอังกฤษ —> /ʊə/ เช่น tour /tʊə/, lure /lʊə/, moor /mʊə/
สำเนียงอเมริกัน —> /ʊr/ เช่น tour /tʊr/, lure /lʊr/, moor /mʊr/
สาเหตุที่สำเนียงอเมริกันใช้ตัว r (เหรอะ) แทน ə (เออะ) เพราะมันมีสระเออะในเสียง R อยู่แล้วนั่นเองครับ
_______________
20. “สระอัว” (The URE sound —> /ʊə/, /ʊr/) มีตัวสะกดหลักอยู่ 2 แบบ
1) "-ure" เช่น pure, lure, cure, mature, sure
2) "-ur" เช่น during, jury, plural, rural, curious
📌 ข้อสังเกต:
—> ในสำเนียงอังกฤษ “สระอัว” มักจะกลายเป็น “สระออ” /ɔː/ (สระในวันที่ 17 ที่เราเคยเรียนไป) เช่น sure, poor, tour, cure อ่าน /ʃɔː/, /pɔː/, /tɔː/, และ /kjɔː/ (ชอ, พอ, ทอ, คยอ)
—> หลายคำที่มีสระอัว มักจะแทรกเสียง y (ย) เข้ามาด้วย เช่น “pure” อ่าน “พฺยัว” /pjʊə/ (ไม่ใช่เพียว) หรืออีกคำคือ “cure” ที่อ่าน “คฺยัว” /kjʊə/ (ไม่ใช่เคียว)
. . . . . . . . . . . . . . .
ตัวสะกดรองของสระอัวมีอยู่ 4 วิธีสะกด
3) "-our" ได้แก่ tour, dour, gourmet
4) "-oor" ได้แก่ moor, boor, poor
5) "-eur" ได้แก่ Europe, neuron, liqueur
6) "-ewer" พบอยู่หนึ่งคำคือ Sewer (อ่าน ซัว)
📌 ข้อสังเกต:
—> ตัวสะกด "-our" ที่เป็นสระอัว มีแค่ไม่กี่คำเท่านั้น (เท่าที่ผมยกมา) แต่คำอื่น ๆ ที่สะกดด้วย -our มันเป็น “สระเออะ” เช่น odour (อ่าน โอว-เดอะ), glamour (อ่าน แกลม-เมอะ), candour (อ่าน แคน-เดอะ)
หรือ “สระเออ” (ในพยางค์ที่โดนเน้น) เช่น journal (เจอ-เนิล), journey (เจอ-นี)
หรือสระอาว-เออะ เช่น flour (ฟลาว-เออะ), hour (อาว-เออะ), sour (ซาว-เออะ) เป็นต้น
—> คำว่า “gourmet” อ่านว่า “กัวรฺ-เม” ในสำเนียงอเมริกัน แต่สำเนียงอังกฤษอ่าน “กอ-เม” /ˈɡɔː.meɪ/ โดยใช้สระออ (และคำนี้ไม่ต้องออกเสียงตัว t ท้ายคำเพราะเป็นคำยืมจากภาษาฝรั่งเศส ให้ลากเสียง e เป็นสระเอเสียงยาว)
—> “moor” (แปลว่า ทุ่งหญ้า, ทุ่งโล่งกว้าง) อ่านได้สองแบบคือ มัวรฺ หรือ มอ (ถ้าอ่านแบบหลังจะคล้องจองกับคำว่า door และ floor จึงช่วยไขข้อสงสัยได้ว่าทำไมสะกดเหมือนกัน เพราะมันอาจเหมือนกันก็ได้)
—> “boor” คำนี้เราอาจจะไม่ค่อยเจอ มันแปลว่า “คนหยาบคาย” มักใช้เป็นเวอร์ชัน adjective (เติม -ish) เช่นในประโยค “Stop your boorish behaviour at once!” (หยุดทำตัวหยาบคายไม่น่ารักสักทีเถอะ)
—> “Europe” อ่าน ยัว-เริพฺ / “Neuron” อ่าน นัว-รอน / และ “Liqueur” อ่าน ลิ-คฺยัว (ตัว q ออกเป็นเสียง k และมี y มาควบกล้ำ) แต่หลายคำที่ลงท้ายด้วย -eur เช่น “Entrepreneur” (อ่าน ออน-เทรอะ-เพรอะ-เนอ) และ “Amateur” (แอม-เหมอะ-เฉอะ) นี่ไม่ใช่สระอัวครับ เป็นสระเออ/เออะ รวมไปถึง “Connoisseur” (คอน-เนอะ-เซอ) และ “Grandeur” (แกรน-เดอ) ด้วย
คำศัพท์หลายคำที่มีสระอัวก็มักจะเป็นคำแปลก ๆ ที่เราไม่ค่อยได้เจอ
. . . . . . . . . . . . . . .
ก่อนจบฝากไว้อีกหนึ่งคำคือ “Jaguar” ที่ภาษาไทยทับศัพท์ว่า “เสือจากัวร์” แต่จริง ๆ ในสำเนียงอังกฤษอ่านว่า “แจ็ก-ยุ-เหวอะ” /ˈdʒæɡ.ju.ə/ (ซึ่งถ้าอ่านเร็ว ๆ ก็อาจจะเป็นสระอัวได้เหมือนกัน “แจ็ก-ยัว” แต่ใช้ y (ย) ออกเสียงคู่กับสระอัว) แต่ในสำเนียงอเมริกันจะออกเสียงโดยใช้สระอาร์และ w (ว) คือ “แจ็ก-วารฺ” /ˈdʒæɡ.wɑːr/
พอดูจากคำว่า Jaguar จะเห็นว่าตัวสะกด “-ua” นี่เราอาจจะบอกว่ามันเป็นสระอัวก็ได้ (เช่นในคำว่า casual, usual) แต่จริง ๆ มันคือการพูดสระอุ + เออะ แบบเร็ว ๆ มากกว่า (ไม่ถึงกับประสมกันเป็นอัวสระทีเดียว เพราะมันจะแยกพยางค์กัน)
_______________
ตอนนี้จบเสียงสระทั้ง 20 เสียงแล้ว แต่เรายังไม่จบเรื่อง Phonics ครับ ในซีรีส์ถัดไปผมจะพาไปดู “เสียงพยัญชนะ” ทั้ง 24 เสียงในภาษาอังกฤษ พร้อมวิธีการสะกดทุกรูปแบบ รวมทั้งหมดคือเราจะได้เจอครบทั้ง 44 phonemes (สระ 20 เสียง / พยัญชนะ 24 เสียง) ในภาษาอังกฤษเลยครับ
“รู้ให้มากกว่าเมื่อวาน”
JGC.