แกงจืดตำลึงหมูสับน้ำซุปหวานใส เสิร์ฟคู่พริกน้ำปลารสจัด


แกงจืดตำลึงหมูสับเป็นเมนูบ้าน ๆ ที่กินได้บ่อยโดยไม่รู้สึกหนักท้อง น้ำซุปใสมีรสหวานนุ่มจากกระดูกหมูและหัวไชเท้า ตัดกับกลิ่นหอมของกระเทียม พริกไทย และรากผักชี ส่วนใบตำลึงที่ใส่ช่วงท้ายยังคงสีเขียวสวย เนื้อนุ่ม แต่ไม่เละจนเสียสัมผัส

หมูสับในชามนี้ปรุงรสพอดี ไม่เค็มจัด ปั้นเป็นก้อนขนาดคำแล้วต้มให้สุกในน้ำซุป เนื้อหมูจึงนุ่มฉ่ำและดูดรสน้ำซุปเข้าไปเต็มที่ เวลากินพร้อมใบตำลึงจะได้ทั้งความหวานของผัก ความนุ่มของหมู และน้ำซุปร้อน ๆ ที่คล่องคอ

สิ่งที่ทำให้เมนูนี้กินเพลินขึ้นอีกคือพริกน้ำปลาถ้วยเล็กข้างชาม กลิ่นมะนาวสดและพริกขี้หนูช่วยเพิ่มรสจัดให้แกงจืดที่ละมุนอยู่แล้ว เหมาะสำหรับคนที่ชอบตักข้าวสวยร้อน ๆ แล้วเหยาะพริกน้ำปลานิดเดียวในแต่ละคำ

เมนูนี้เหมาะกับมื้อเช้า มื้อเย็น หรือวันที่อยากกินอาหารรสเบาแต่ยังได้โปรตีนและผักครบถ้วน เสิร์ฟพร้อมข้าวสวย ไข่เจียว หรือปลาทอดก็เข้ากันดีมาก

จำนวนเสิร์ฟ 4 ที่
เวลาเตรียม 20 นาที
เวลาพักหมู 15 นาที
เวลาปรุง 35 นาที
เวลารวม 1 ชั่วโมง 10 นาที
ระดับความยาก ง่าย

ตำลึงเป็นผักที่สุกเร็วมาก ถ้าต้มตั้งแต่ต้น ใบจะคล้ำและนิ่มเกินไป วิธีที่เหมาะคือใส่หลังจากหมูสับสุกแล้ว จากนั้นกดให้จมน้ำซุปเพียงครู่เดียว พอใบเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มและก้านอ่อนนุ่มก็ปิดไฟได้ทันที

หมูสับสำหรับแกงจืดไม่ควรนวดแรงหรือนานเกินไป เพราะเนื้อจะเหนียวแน่น ควรคลุกเพียงให้เครื่องปรุงกระจายทั่ว แล้วพักไว้สั้น ๆ ก่อนปั้น จะได้ก้อนหมูที่เกาะตัวดีแต่ยังนุ่มเมื่อสุก

วัตถุดิบน้ำซุป
กระดูกหมูเอียวเล้ง 400 กรัม
น้ำสะอาด 1.8 ลิตร
หัวไชเท้าปอกเปลือกหั่นแว่นหนา 300 กรัม
รากผักชีทุบ 3 ราก
กระเทียมไทยทุบ 8 กลีบ
พริกไทยขาวเม็ดบุบ 1 ช้อนชา
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1 ช้อนชา
น้ำตาลกรวด 1 ช้อนชา

วัตถุดิบหมูสับ
หมูสับติดมันเล็กน้อย 350 กรัม
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันงา 1 ช้อนชา
แป้งมันสำปะหลัง 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำสะอาดเย็น 2 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยขาวป่น 1/2 ช้อนชา
กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนชา

วัตถุดิบผักและเครื่องโรย
ยอดตำลึงเด็ดใบและก้านอ่อน 250 กรัม
ขึ้นฉ่ายหั่นท่อน 30 กรัม
ต้นหอมซอย 20 กรัม
กระเทียมเจียว 2 ช้อนโต๊ะ

วัตถุดิบพริกน้ำปลา
น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูสวนซอย 12 เม็ด
กระเทียมไทยซอยบาง 4 กลีบ
หอมแดงซอยบาง 2 หัว
น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา

ขั้นตอนที่ 1 ล้างกระดูกหมู
นำกระดูกหมูล้างผ่านน้ำสะอาดหลายครั้งจนไม่มีเศษเลือดติด จากนั้นใส่ลงในหม้อ เติมน้ำสะอาดให้ท่วม ตั้งไฟแรงจนเดือดประมาณ 5 นาที แล้วเทน้ำทิ้ง ล้างกระดูกและหม้ออีกครั้ง ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 10 นาที จุดที่ต้องสังเกตคือน้ำแรกจะมีฟองสีเทาและกลิ่นคาว ควรเททิ้งทั้งหมด ไม่ควรนำมาใช้เป็นน้ำซุป

ขั้นตอนที่ 2 เริ่มต้มน้ำซุป
ใส่กระดูกหมูที่ล้างแล้วกลับลงหม้อ เติมน้ำสะอาด 1.8 ลิตร ใส่รากผักชี กระเทียมทุบ และพริกไทยเม็ด ตั้งไฟแรงจนเริ่มเดือด ใช้เวลาประมาณ 8 นาที จากนั้นช้อนฟองออกให้หมด จุดสำคัญคืออย่าคนน้ำซุปแรง เพราะไขมันและตะกอนจะกระจายทำให้น้ำขุ่น

ขั้นตอนที่ 3 เคี่ยวน้ำซุปกับหัวไชเท้า
ใส่หัวไชเท้า ซีอิ๊วขาว เกลือ และน้ำตาลกรวด ลดเป็นไฟอ่อนถึงกลาง ให้เดือดเพียงเบา ๆ เคี่ยวประมาณ 25 นาทีโดยแง้มฝาหม้อไว้ จุดที่ต้องสังเกตคือหัวไชเท้าจะเริ่มใสและใช้ปลายตะเกียบแทงผ่านได้ ระหว่างเคี่ยวควรช้อนฟองและไขมันส่วนเกินออกเป็นระยะเพื่อให้น้ำซุปใส

ขั้นตอนที่ 4 ปรุงหมูสับ
ใส่หมูสับ ซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม น้ำมันงา แป้งมัน น้ำเย็น พริกไทยป่น และกระเทียมสับลงในชาม ใช้ช้อนหรือนิ้วมือคลุกไปทางเดียวกันประมาณ 2 นาทีจนส่วนผสมเข้ากัน แล้วพักในตู้เย็น 15 นาที จุดที่ต้องสังเกตคือเนื้อหมูจะเหนียวขึ้นเล็กน้อยและจับตัวได้ ไม่ควรนวดจนแน่นมากเพราะหมูจะกระด้าง

ขั้นตอนที่ 5 เตรียมตำลึงและเครื่องโรย
ล้างตำลึงในน้ำสะอาด 2 รอบ สะเด็ดน้ำให้แห้ง เด็ดเฉพาะใบและก้านอ่อน ส่วนก้านแก่หรือเส้นใยแข็งให้ทิ้ง หั่นขึ้นฉ่ายและซอยต้นหอมเตรียมไว้ ใช้เวลาประมาณ 8 นาที จุดที่ต้องระวังคือไม่ควรแช่ใบตำลึงในน้ำนาน เพราะใบจะช้ำและอมน้ำ

ขั้นตอนที่ 6 ทำพริกน้ำปลา
ผสมน้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำตาลทราย คนจนน้ำตาลละลาย ใส่พริกขี้หนู กระเทียมซอย และหอมแดงซอย คนเบา ๆ แล้วพักไว้ 10 นาทีเพื่อให้กลิ่นและรสเข้ากัน จุดที่ต้องสังเกตคือรสควรเค็มนำ เปรี้ยวตาม และมีหวานเพียงปลายลิ้น ไม่ควรเติมมะนาวลงในน้ำปลาร้อนเพราะกลิ่นจะลดลง

ขั้นตอนที่ 7 ปั้นหมูลงหม้อ
เมื่อน้ำซุปเคี่ยวครบเวลา ช้อนรากผักชี กระเทียม และพริกไทยเม็ดออกบางส่วนตามชอบ ปรับไฟเป็นกลางให้น้ำซุปเดือดอ่อน ๆ ใช้ช้อนตักหมูสับปั้นเป็นก้อนขนาดประมาณ 2.5 เซนติเมตร ใส่ลงหม้อทีละก้อน ใช้เวลาประมาณ 6 นาที จุดที่ต้องระวังคืออย่าใส่หมูขณะน้ำเดือดพล่าน เพราะก้อนหมูอาจแตกและน้ำซุปขุ่น

ขั้นตอนที่ 8 ต้มหมูให้สุก
ปล่อยให้ก้อนหมูต้มในน้ำซุปไฟกลางอ่อนประมาณ 7–8 นาที จนหมูลอยขึ้นและเนื้อด้านในไม่มีสีชมพู หากมีเทอร์โมมิเตอร์ อุณหภูมิใจกลางควรถึงอย่างน้อย 71 องศาเซลเซียส ช้อนฟองที่เกิดขึ้นออก จุดสำคัญคือไม่ควรเร่งไฟเพื่อให้สุกเร็ว เพราะเนื้อหมูจะแข็งและน้ำซุปขุ่น

ขั้นตอนที่ 9 ใส่ตำลึง
เร่งไฟเป็นกลางให้น้ำซุปเดือดขึ้นเล็กน้อย ใส่ตำลึงทั้งหมดลงหม้อ ใช้ทัพพีกดให้ใบจมน้ำ ต้มเพียง 45–60 วินาที จากนั้นใส่ขึ้นฉ่ายและต้นหอม คนเบา ๆ อีก 15 วินาที จุดที่ต้องสังเกตคือใบตำลึงเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มแต่ยังไม่คล้ำ หากต้มนานเกินไปใบจะเละและมีกลิ่นผักแรง

ขั้นตอนที่ 10 ปรุงรสและจัดเสิร์ฟ
ชิมน้ำซุปแล้วปรับด้วยเครื่องปรุงที่มีอยู่ในสูตรตามความจำเป็น ปิดไฟทันที ตักกระดูกหมู หัวไชเท้า ก้อนหมู และตำลึงลงชาม โรยกระเทียมเจียว เสิร์ฟพร้อมพริกน้ำปลา ใช้เวลาประมาณ 3 นาที จุดที่ต้องระวังคืออย่าเติมพริกน้ำปลาลงในหม้อ เพราะจะทำให้น้ำซุปเปรี้ยวและกลิ่นมะนาวเปลี่ยน ควรปรุงแยกในแต่ละชาม

เคล็ดลับจากครัว
เลือกหมูสับที่มีมันแทรกประมาณ 15–20 เปอร์เซ็นต์ จะทำให้ก้อนหมูนุ่มกว่าหมูเนื้อล้วน
การลวกกระดูกหมูก่อนต้มน้ำซุปช่วยลดกลิ่นคาวและทำให้น้ำซุปใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ระหว่างเคี่ยวน้ำซุปควรให้เดือดเพียงเบา ๆ ฟองเล็ก ๆ ขึ้นประปราย ไม่ควรเดือดพล่าน
น้ำเย็นและแป้งมันในหมูสับช่วยเก็บความชุ่มฉ่ำ แต่ต้องใส่ตามปริมาณ ไม่เช่นนั้นเนื้อจะนิ่มเกินไป
ถ้าตำลึงมีใบแก่ปน ควรแยกออกเพราะจะเหนียวและให้รสขมอ่อน ๆ
พริกน้ำปลาควรทำก่อนเสิร์ฟไม่นาน กลิ่นมะนาวจะสดและพริกยังหอม
ถ้าน้ำซุปเค็มเกินไป ให้เติมน้ำร้อนทีละ 50 มิลลิลิตรแล้วชิมใหม่ ไม่ควรเติมน้ำเย็นเพราะจะทำให้อุณหภูมิลดและรสซุปเสียสมดุล

ข้อมูลโภชนาการโดยประมาณต่อ 1 ที่
พลังงาน 285 กิโลแคลอรี
โปรตีน 24 กรัม
ไขมัน 15 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 14 กรัม
ใยอาหาร 3 กรัม
น้ำตาล 5 กรัม
โซเดียม 1,180 มิลลิกรัม

ค่าดังกล่าวเป็นค่าประมาณจากวัตถุดิบทั้งหมดแบ่งเป็น 4 ที่ ปริมาณจริงอาจแตกต่างตามสัดส่วนไขมันของหมู ปริมาณน้ำซุปที่ตัก และปริมาณพริกน้ำปลาที่เติม

ตักแกงจืดใส่ชามลึกขณะยังร้อน จัดให้เห็นก้อนหมู หัวไชเท้า และใบตำลึงชัดเจน โรยกระเทียมเจียวก่อนยกเสิร์ฟ กินกับข้าวสวยร้อน ๆ แล้วเติมพริกน้ำปลาทีละน้อยจะช่วยให้รสยังสมดุล เมนูนี้เข้ากันดีกับไข่เจียว ปลาทอด หรือผัดผักรสอ่อน

หากรับประทานไม่หมด ควรแยกพริกน้ำปลาออกจากแกงจืด เก็บแกงในภาชนะปิดสนิทในตู้เย็นได้ 2 วัน เวลาจะอุ่นให้ตั้งหม้อด้วยไฟกลางอ่อนจนเดือดเบา ๆ เพียง 3–5 นาที ไม่ควรต้มซ้ำนานเพราะใบตำลึงจะคล้ำและหมูจะแข็ง ส่วนพริกน้ำปลาควรทำใหม่เพื่อให้กลิ่นมะนาวสดกว่าเดิม

ชามนี้ทำไม่ยาก แต่ความอร่อยอยู่ที่การค่อย ๆ เคี่ยวน้ำซุปและใส่ตำลึงในจังหวะพอดี พอได้ซุปร้อนใส หมูสับนุ่ม และพริกน้ำปลารสจัดไว้ตัดกัน ก็เป็นมื้อธรรมดาที่กินแล้วสบายท้องและอยากเติมข้าวอีกชามได้ง่าย ๆ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่