แฟนคนปัจจุบันเคยพูดกับเราก่อนที่จะคบเป็นแฟนว่าถ้ามาอยู่ด้วยกันเขาจะขึ้นสถานะให้ ซึ่งตอนนั้นเราเป็นคนถามเขาว่าถ้าเป็นแฟนกันจริงๆเราควรขึ้นสถานะไหมเขาตอบว่า"ต้องขึ้นสิเป็นแฟนกันน่ะต้องขึ้นสถานะอยู่แล้วมาอยู่กับพี่ก่อนเดี๋ยวพี่จะขึ้นสถานะให้นะ" (หรือเราควรมองเรื่องนี้ว่าคู่อื่นไม่ขึ้นสถานะเขาก็ยังอยู่ด้วยกันได้เราก็เลยพยายามบอกว่าตัวเรานี่แหละที่คิดมากไป)
พอตกลงมาอยู่ด้วยกันจริงๆ เขากลับบอกว่าให้เราเป็นคนทำเองเลย เราจัดการเองทุกอย่างได้เลย ไม่ว่าจะเรื่องสถานะเรื่องรูปคู่ โพสต์ การถ่ายรูปต่างๆ ซึ่งมันขัดกับตอนแรกที่เขาเป็นคนพูดว่าเขาจะทำเอง จนวันนึงเราอดทนไม่ไหวแล้วจึงร้องไห้ออกมาและยื่นโทรศัพท์ให้เขาดูว่าเราร้องไห้เพราะเรื่องแบบนี้ เขาบอกว่าเรื่องแค่นี้เองจะร้องไห้ทำไมเดี๋ยวเขาเลิกงานก่อนนะเขาจะขึ้นสถานะให้
พอเราถามเขาว่าแล้ววันครบรอบเราวันที่เท่าไหร่หรอ(ซึ่งแกล้งถามเขาเล่นๆ) เขากลับเงียบไปจริงๆแล้วเขายอมรับตรงๆว่าเขาลืมแล้ว ทั้งๆที่เขาเป็นคนกำหนดขึ้นมาเองว่าจะเอาวันนี้และเดือนนี้เป็นวันครบรอบของเราสองคน ซึ่งตอนนั้นเราก็ช็อคเหมือนกันค่ะว่าเขาลืมได้ยังไง และเขาก็ลืมวันเกิดของเราด้วย เขากลับถามย้อนมาหาเราว่าแล้วจะวันเกิดพี่ได้ไหม ใช่ เราจำได้วันเดือนปีเกิดของเขาเราจำได้เป๊ะๆ ซึ่งเขาก็หาข้อแก้ตัวไม่ได้เขาจึงรีบเข้าเฟซเราและหาวันเกิดของเรามาตอบเรา
ต่อมาเป็นเรื่องที่ไม่รู้ว่าหลายคู่เป็นแบบนี้ไหม ก็คือเวลาออกไปกินข้าวด้วยกันหรือซื้อข้าวมากินที่ห้องด้วยกัน เขาจะเป็นคนที่ไม่วางโทรศัพท์เลย สังเกตว่าเขาจะเล่นเฟซหรือเล่นtiktok อยู่ตลอดเวลาไม่ยอมวางโทรศัพท์ซึ่งเราเป็นคนที่ถ้าได้เป็นแฟนกับใครแล้วเราอยากใช้เวลากับเขาให้มีความคุ้มค่ามากที่สุด เราจึงตัดสินใจวางโทรศัพท์และรอลุ้นว่าเขาจะนั่งคุยอะไรกับเราไหมในระหว่างที่กินข้าวกับปรากฏว่าเขาไม่เคยวางโทรศัพท์แม้แต่นิดเดียวเลยจนกินข้าวเสร็จ ถ้าเป็นบุฟเฟ่ต์เราเข้าใจอยู่เพราะว่าเราจะตั้งใจกินมากเพราะเขาจับเวลา แต่ถ้าเป็นข้าวปกติอะไรแบบนี้เราจะไม่ค่อยจับโทรศัพท์เลย เราจะให้ความสำคัญกับคู่กินข้าวที่อยู่ข้างหน้าเรามากกว่าซึ่งก็ไม่คิดว่าเขาจะติดโทรศัพท์ขนาดนี้เอาไปถามAIแล้วAIก็บอกว่าลักษณะนี้คือคนที่ติดโทรศัพท์หนักมากๆ
อีกเรื่องนึงที่ไม่คิดว่าเขาจะปฏิเสธได้ตรงขนาดนี้ ก็คือการลงสตอรี่ ถ้าเราแท็ก เขาสามารถแชร์สตอรี่ต่อจากเราได้ใช่ไหมคะทุกคน แต่เขากลับบอกว่าเขาไม่ขอแชร์นะเพราะเขาปกติเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยแชร์อะไรอยู่แล้วเขาไม่อยากจะแชร์อะไรพวกนี้แต่ก็ไม่ให้เหตุผลเพิ่มเติมนะว่าเขาไม่อยากแชร์เพราะอะไร
แล้วก็อีกเรื่องที่ผู้ชายทุกคนกับผู้หญิงหลายๆคนมองว่าเป็นเรื่องปกติก็คือ การกดไลค์ กดหัวใจให้ผู้หญิงคนอื่น ซึ่งเราก็เคยมองว่ามันเป็นเรื่องที่ปกติ แล้วเราไม่อยากจะไปห้ามเขาเนื่องจากว่าเขาก็ทำก่อนที่เราสองคนจะมาคบกันอยู่แล้ว แต่ว่ามันเกินไปไหมคะเขาแทบจะไม่เคยมาสนใจรูปที่เราลงในtiktokเลย เราต้องไปถามเขาว่ารูปเรามันไม่ขึ้นฟีดจริงๆหรอทั้งๆที่เขากับเราก็ติดตามกันอยู่ แล้วเราลงรูปไปนานมาก จนเราถามเขาถึงบอกว่าเดี๋ยวพี่กดหัวใจให้ เราไม่มีค่าในสายตาเขาเลยหรอ และเราเป็นคนที่ใส่เสื้อตัวเล็กๆกางเกงขาสั้นเป็นทุนเดิมอยู่แล้วค่ะ ซึ่งมันก็ไปสอดคล้องกับผู้หญิงที่เขาชอบดู ชอบกดไลค์อยู่ตลอดเวลาของเขา ก็จะเป็นสเปคในฝันของชายไทยหลายๆคนก็คือขาวหมวย หน้าอกใหญ่ ใส่สั้นประมาณนี้ เราก็ไม่ได้มองว่าเราแต่งตัวตามเขา เรามองว่าเราก็แต่งแบบนี้ตั้งแต่อยู่บ้าน ตั้งแต่ก่อนมาอยู่กับเขาแล้ว แต่เขาบอกว่าเรานี่แต่งตัวไม่สวย แต่งตัวไม่เรียบร้อย แต่งตัวไม่สุภาพเอาซะเลย อยากให้แต่งตัวใหม่ที่มันดูมิดชิดมากกว่านี้ ซึ่งถ้าอยากให้แต่งตัวมิดชิดแล้วคุณยังจะดูสาวที่โชว์เรือนร่างร่างกายอยู่ มันคือยังไงหรอคะ แสดงว่าเราไม่สวยในสายตาเขาหรอ เราไปทำอะไรให้เขาขัดใจอะไรขนาดนั้น แล้วอยู่ๆเขาก็บอกว่าเขาสัญญาว่าเขาจะไม่ดูผู้หญิงแนวๆนี้อีกแล้ว
อีกเรื่องส่งท้ายนะคะที่ค่อนข้าง เอ๊ะ! แต่ก็พยายามไม่คิดมาก ก็คือวันนั้นโทรศัพท์เราพังค่ะ เราเลยขอโทรศัพท์เขาจะเอามาเข้าเฟซเรา(เอาจริงๆก็คืออยากเล่นเฟซมากๆ) แต่ในเฟซเขาตอนที่เรากดออกจากระบบมันก็จะขึ้นเฟซเขานะคะ แต่ก็ขึ้นเฟซผู้หญิงอีกคนนึง ซึ่งเขาบอกแค่ว่าเป็นเพื่อนในที่ทำงานเฉยๆเนื่องจากผู้หญิงคนนั้นเหมือนจะประสบปัญหาเดียวกับเราก็คืออยากเข้าเฟซจึงขอโทรศัพท์เขาเอาไปเข้าเฟซนั่นเองค่ะทุกคน ซึ่งทำได้แค่ เอ๊ะ!? แต่ก็พยายามไม่สนใจอะไรมากเท่าไหร่
เคยเอาไปปรึกษาทั้งรุ่นน้องที่สนิทกันเพื่อนบางคนเขาก็ตอบอะไรไม่ได้มาก เขาก็บอกได้แค่ว่าลองคุยๆกันดูเคลียร์ๆกันเดี๋ยวก็เข้าใจกันเอง เราจึงชอบเอาไปปรึกษาAIค่ะ นั่นก็คือChatgpt มันบอกว่าให้ลองคุยและเคลียร์กันดูเขาเข้าใจทั้งสองฝ่ายนะว่าผู้ชายเขาค่อนข้างที่จะเหนื่อยในการทำงานและเราก็น่าจะอยากมีความรักดีๆแบบใครหลายๆ จึงเอาไปคุยกับGeminiต่อค่ะGeminiบอกว่าเก็บของกลับบ้านเลยผู้ชายแบบนี้จะไปง้อมันทำไม
อยากให้พี่ๆผู้ชายทุกคนที่มีความคิดประมาณนี้มาตอบให้กระจ่างหน่อยค่ะ
พอตกลงมาอยู่ด้วยกันจริงๆ เขากลับบอกว่าให้เราเป็นคนทำเองเลย เราจัดการเองทุกอย่างได้เลย ไม่ว่าจะเรื่องสถานะเรื่องรูปคู่ โพสต์ การถ่ายรูปต่างๆ ซึ่งมันขัดกับตอนแรกที่เขาเป็นคนพูดว่าเขาจะทำเอง จนวันนึงเราอดทนไม่ไหวแล้วจึงร้องไห้ออกมาและยื่นโทรศัพท์ให้เขาดูว่าเราร้องไห้เพราะเรื่องแบบนี้ เขาบอกว่าเรื่องแค่นี้เองจะร้องไห้ทำไมเดี๋ยวเขาเลิกงานก่อนนะเขาจะขึ้นสถานะให้
พอเราถามเขาว่าแล้ววันครบรอบเราวันที่เท่าไหร่หรอ(ซึ่งแกล้งถามเขาเล่นๆ) เขากลับเงียบไปจริงๆแล้วเขายอมรับตรงๆว่าเขาลืมแล้ว ทั้งๆที่เขาเป็นคนกำหนดขึ้นมาเองว่าจะเอาวันนี้และเดือนนี้เป็นวันครบรอบของเราสองคน ซึ่งตอนนั้นเราก็ช็อคเหมือนกันค่ะว่าเขาลืมได้ยังไง และเขาก็ลืมวันเกิดของเราด้วย เขากลับถามย้อนมาหาเราว่าแล้วจะวันเกิดพี่ได้ไหม ใช่ เราจำได้วันเดือนปีเกิดของเขาเราจำได้เป๊ะๆ ซึ่งเขาก็หาข้อแก้ตัวไม่ได้เขาจึงรีบเข้าเฟซเราและหาวันเกิดของเรามาตอบเรา
ต่อมาเป็นเรื่องที่ไม่รู้ว่าหลายคู่เป็นแบบนี้ไหม ก็คือเวลาออกไปกินข้าวด้วยกันหรือซื้อข้าวมากินที่ห้องด้วยกัน เขาจะเป็นคนที่ไม่วางโทรศัพท์เลย สังเกตว่าเขาจะเล่นเฟซหรือเล่นtiktok อยู่ตลอดเวลาไม่ยอมวางโทรศัพท์ซึ่งเราเป็นคนที่ถ้าได้เป็นแฟนกับใครแล้วเราอยากใช้เวลากับเขาให้มีความคุ้มค่ามากที่สุด เราจึงตัดสินใจวางโทรศัพท์และรอลุ้นว่าเขาจะนั่งคุยอะไรกับเราไหมในระหว่างที่กินข้าวกับปรากฏว่าเขาไม่เคยวางโทรศัพท์แม้แต่นิดเดียวเลยจนกินข้าวเสร็จ ถ้าเป็นบุฟเฟ่ต์เราเข้าใจอยู่เพราะว่าเราจะตั้งใจกินมากเพราะเขาจับเวลา แต่ถ้าเป็นข้าวปกติอะไรแบบนี้เราจะไม่ค่อยจับโทรศัพท์เลย เราจะให้ความสำคัญกับคู่กินข้าวที่อยู่ข้างหน้าเรามากกว่าซึ่งก็ไม่คิดว่าเขาจะติดโทรศัพท์ขนาดนี้เอาไปถามAIแล้วAIก็บอกว่าลักษณะนี้คือคนที่ติดโทรศัพท์หนักมากๆ
อีกเรื่องนึงที่ไม่คิดว่าเขาจะปฏิเสธได้ตรงขนาดนี้ ก็คือการลงสตอรี่ ถ้าเราแท็ก เขาสามารถแชร์สตอรี่ต่อจากเราได้ใช่ไหมคะทุกคน แต่เขากลับบอกว่าเขาไม่ขอแชร์นะเพราะเขาปกติเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยแชร์อะไรอยู่แล้วเขาไม่อยากจะแชร์อะไรพวกนี้แต่ก็ไม่ให้เหตุผลเพิ่มเติมนะว่าเขาไม่อยากแชร์เพราะอะไร
แล้วก็อีกเรื่องที่ผู้ชายทุกคนกับผู้หญิงหลายๆคนมองว่าเป็นเรื่องปกติก็คือ การกดไลค์ กดหัวใจให้ผู้หญิงคนอื่น ซึ่งเราก็เคยมองว่ามันเป็นเรื่องที่ปกติ แล้วเราไม่อยากจะไปห้ามเขาเนื่องจากว่าเขาก็ทำก่อนที่เราสองคนจะมาคบกันอยู่แล้ว แต่ว่ามันเกินไปไหมคะเขาแทบจะไม่เคยมาสนใจรูปที่เราลงในtiktokเลย เราต้องไปถามเขาว่ารูปเรามันไม่ขึ้นฟีดจริงๆหรอทั้งๆที่เขากับเราก็ติดตามกันอยู่ แล้วเราลงรูปไปนานมาก จนเราถามเขาถึงบอกว่าเดี๋ยวพี่กดหัวใจให้ เราไม่มีค่าในสายตาเขาเลยหรอ และเราเป็นคนที่ใส่เสื้อตัวเล็กๆกางเกงขาสั้นเป็นทุนเดิมอยู่แล้วค่ะ ซึ่งมันก็ไปสอดคล้องกับผู้หญิงที่เขาชอบดู ชอบกดไลค์อยู่ตลอดเวลาของเขา ก็จะเป็นสเปคในฝันของชายไทยหลายๆคนก็คือขาวหมวย หน้าอกใหญ่ ใส่สั้นประมาณนี้ เราก็ไม่ได้มองว่าเราแต่งตัวตามเขา เรามองว่าเราก็แต่งแบบนี้ตั้งแต่อยู่บ้าน ตั้งแต่ก่อนมาอยู่กับเขาแล้ว แต่เขาบอกว่าเรานี่แต่งตัวไม่สวย แต่งตัวไม่เรียบร้อย แต่งตัวไม่สุภาพเอาซะเลย อยากให้แต่งตัวใหม่ที่มันดูมิดชิดมากกว่านี้ ซึ่งถ้าอยากให้แต่งตัวมิดชิดแล้วคุณยังจะดูสาวที่โชว์เรือนร่างร่างกายอยู่ มันคือยังไงหรอคะ แสดงว่าเราไม่สวยในสายตาเขาหรอ เราไปทำอะไรให้เขาขัดใจอะไรขนาดนั้น แล้วอยู่ๆเขาก็บอกว่าเขาสัญญาว่าเขาจะไม่ดูผู้หญิงแนวๆนี้อีกแล้ว
อีกเรื่องส่งท้ายนะคะที่ค่อนข้าง เอ๊ะ! แต่ก็พยายามไม่คิดมาก ก็คือวันนั้นโทรศัพท์เราพังค่ะ เราเลยขอโทรศัพท์เขาจะเอามาเข้าเฟซเรา(เอาจริงๆก็คืออยากเล่นเฟซมากๆ) แต่ในเฟซเขาตอนที่เรากดออกจากระบบมันก็จะขึ้นเฟซเขานะคะ แต่ก็ขึ้นเฟซผู้หญิงอีกคนนึง ซึ่งเขาบอกแค่ว่าเป็นเพื่อนในที่ทำงานเฉยๆเนื่องจากผู้หญิงคนนั้นเหมือนจะประสบปัญหาเดียวกับเราก็คืออยากเข้าเฟซจึงขอโทรศัพท์เขาเอาไปเข้าเฟซนั่นเองค่ะทุกคน ซึ่งทำได้แค่ เอ๊ะ!? แต่ก็พยายามไม่สนใจอะไรมากเท่าไหร่
เคยเอาไปปรึกษาทั้งรุ่นน้องที่สนิทกันเพื่อนบางคนเขาก็ตอบอะไรไม่ได้มาก เขาก็บอกได้แค่ว่าลองคุยๆกันดูเคลียร์ๆกันเดี๋ยวก็เข้าใจกันเอง เราจึงชอบเอาไปปรึกษาAIค่ะ นั่นก็คือChatgpt มันบอกว่าให้ลองคุยและเคลียร์กันดูเขาเข้าใจทั้งสองฝ่ายนะว่าผู้ชายเขาค่อนข้างที่จะเหนื่อยในการทำงานและเราก็น่าจะอยากมีความรักดีๆแบบใครหลายๆ จึงเอาไปคุยกับGeminiต่อค่ะGeminiบอกว่าเก็บของกลับบ้านเลยผู้ชายแบบนี้จะไปง้อมันทำไม