เครดิตจากลิ้งค์นี้
https://winfanblog.wordpress.com/2011/03/07/navintar_manageronline-7mar2011/
เมื่อเอ่ยถึง “นาวิน ต้าร์” หรือ นาวิน เยาวพลกุล อดีตนักร้องหนุ่มเรียนดี ไอดอลผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลาย ๆ คนที่ต้องการไปให้ถึงฝันในด้านการเรียน แต่ใครจะรู้ว่ากว่าจะเป็นคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จเช่นทุกวันนี้ได้นั้น เขาต้องเผชิญกับเหตุการณ์สำคัญ ๆ หลายอย่างในชีวิต แต่ด้วยกำลังใจและโอกาสจากครอบครัว ทำให้ชีวิตที่ดูเหมือนจะหมดอนาคต ผันเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
โดยเรื่องราวของ “หนุ่มต้าร์” สมัยเรียนมัธยม เขาเป็นวัยรุ่นอารมณ์ร้อนมีเรื่องชกต่อยไปทั่วจนถูกไล่ออกจากโรงเรียนถึง 2 ครั้ง แต่โชคดีมีคุณพ่อ (นายแพทย์วิโรจน์ เยาวพลกุล) คอยเตือนสติ และฉุดขึ้นจากปากเหว ทำให้เขาเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเอง และหันกลับมามองอนาคตมากขึ้น
“ผมกับพ่อ เราผูกพันกันผ่านปัญหา ซึ่งต้าร์มีปัญหากับชีวิตค่อนข้างเยอะ มีทั้งขึ้น และลง มีอยู่ช่วงหนึ่งที่แย่สุด ๆ เพราะโดนไล่ออกจาโรงเรียนถึง 2 ครั้ง คุณพ่อช่วยต้าร์แก้ปัญหาจนผ่านพ้นมาได้ ซึ่งท่านไม่เคยเปรียบเทียบเรากับคนอื่นเลย มีแต่จะให้กำลังใจ และให้โอกาส ช่วยกันหาวิธีแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นเพื่อให้เราได้เริ่มต้นชีวิตใหม่” ต้าร์เล่าให้ฟังถึงช่วงเวลาที่เขากับพ่อผ่านปัญหามาด้วยกัน
หลังถูกไล่ออกจากโรงเรียนเป็นครั้งที่ 2 เขาเริ่มคิดได้ และตั้งใจสอบเข้าเรียนที่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) เพื่อเทียบวุฒิ ม.6 ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือจนเอ็นทรานซ์ติดที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จบปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง เกรดเฉลี่ย 3.82 จากนั้นได้ทุนอานันทมหิดลไปศึกษาต่อจนจบปริญญาโท และปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัย UC DAVIS ประเทศสหรัฐอเมริกาปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
“พ่อจะสอนให้ลูก ๆ ทำทุกสิ่งอย่างด้วยตัวเอง โดยใช้ความพยายามของเราให้มากที่สุด คำสอนของพ่อจะไม่มีสูตรตายตัว แต่จะมีช่องว่างให้เราได้เติมคำอยู่เสมอ ๆ ทำให้ต้าร์เคยชินกับการเติมคำ ซึ่งวิธีเหล่านี้ ต้าร์เชื่อว่า มันคือเบ้าหลอมให้เราเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่คิด และแก้ปัญหาเป็น” ต้าร์เผยถึงวิธีการสอนของคุณพ่อ
“พ่อเป็นฮีโร่ของผม ท่านเป็นคนเก่งในทุก ๆ อย่าง เป็นนักปราชญ์ที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว ถึงทุกวันนี้ ผมยังสู้พ่อไม่ได้เลย ได้แค่ครึ่งหนึ่งของพ่อเราก็ดีใจแล้ว” ต้าร์เผยถึงต้นแบบที่น่ายกย่องของคุณพ่อ
ไม่เพียงแต่คุณพ่อเท่านั้น คุณแม่ผู้น่ารักอย่าง “ดาราน้อย ศรีเฟื่องฟุ้ง” ก็มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน โดยหนุ่มต้าร์เผยว่า คุณแม่เป็นแม่บ้านที่จะคอยดูแลในทุก ๆ เรื่อง โดยเฉพาะสุขภาพที่ถือเป็นหัวใจสำคัญ ลูกทุกคนต้องได้รับประทานอาหารที่ดี และมีประโยชน์ เรียกได้ว่าทั้งพ่อ และแม่ให้ความรัก และความห่วงใยที่ดีมาตลอด
“มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมไม่สบาย ผมนั่งอยู่ในห้องอพาร์ทเมนท์ที่อเมริกา จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงเคาะประตู พอเปิดออกมาเป็น คุณพ่อคุณแม่และน้องวิน ที่มาหาผม ซึ่งผมไม่ได้คุยกับที่บ้านมาเป็นเดือนแล้ว เพราะเราอยากแก้ปัญหาด้วยตัวเอง คิดว่าเราทำได้ แต่เราก็ทำไม่ได้ วันนั้นจิตใจถึงจุดอ่อนแอมาก แต่พวกเขาทำให้ต้าร์รู้ซึ้งถึงความรัก และความห่วงใย ถึงวันนี้ ต้าร์ไม่รู้หรอกว่า จะตอบแทนความรัก และความห่วงใยของท่านอย่างไร รู้แค่ว่า หากเมื่อเรามีลูก เราจะทำให้ดีที่สุดเหมือนกับที่ท่านทำให้เราตลอดมา” ต้าร์ทิ้งท้ายถึงสิ่งดี ๆ ที่ได้รับจากพ่อและแม่ ทั้งการให้อภัยและให้โอกาสจนเป็น “นาวินต้าร์” ไอดอลของใครหลาย ๆ คนในวันนี้
***************************************
ปล. แต่ละครอบครัว ก็อาจจะมีการเลี้ยงลูกที่แตกต่างกัน บางครอบครัว อาจจะสอนให้พี่น้องเคารพเรื่องการเงินของแต่ละคน ถ้ายืม ก็คือยืม ต้องใช้ แต่ถ้าให้ ก็คือให้ ไม่ต้องคืน ดังนั้น จึงไม่ควรไปด่าครอบครัวของใครว่า "เป็นครอบครัวเฮงซวย" แต่ควรให้เกียรติและเคารพในครอบครัวของคนอื่น
สำหรับนาวินต้าร์ พ่อคือฮีโร่ผู้ให้อนาคต!