ตาวัย72 เส้นเลือดสมองตีบ ถูกตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วอนรัฐก่อนตายขอได้สิทธิ์อีกรอบ
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10332845
.

.
ชายวัย 72 เส้นเลือดสมองตีบ ถูกตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เหตุมีชื่อรถ จยย. 2 คัน ทั้งที่เป็นรถเก่ากว่า 30 ปี ใช้งานไม่ได้มานานแล้ว วอนรัฐ “ขอให้ได้สิทธิ์อีกสักรอบก่อนตายได้ไหม”
.
วันที่ 22 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้สูงอายุรายหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา สะท้อนปัญหาหลักเกณฑ์การพิจารณาสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐ หลังถูกตัดสิทธิทั้งที่ปัจจุบันป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ โดยสาเหตุเพียงเพราะมีชื่อครอบครองรถจักรยานยนต์เก่า 2 คัน ซึ่งมีอายุกว่า 30 ปี และอยู่ในสภาพชำรุดจนไม่สามารถใช้งานได้
.
นาย
ล้าน หาญเวช อายุ 72 ปี ชาวบ้านหนองสะเดา หมู่ 4 อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า การตรวจสอบสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐรอบล่าสุดพบว่าตนไม่ได้รับสิทธิ์ โดยระบบแจ้งเหตุผลว่ามีชื่อถือครองรถจักรยานยนต์ 2 คัน ทำให้ไม่ผ่านเกณฑ์ ทั้งที่รถทั้งสองคันเป็นรถเก่าอายุกว่า 30 ปี ใช้งานไม่ได้มานานแล้ว แต่ยังไม่ได้จำหน่ายออกจากทะเบียน
.
สมัยยังแข็งแรงเคยทำงานรับจ้างก่อสร้าง เป็นช่างเชื่อม และขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง เพื่อหาเลี้ยงครอบครัว แต่ตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ต้องหยุดทำงานทั้งหมด หลังป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบ ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแรง เดินลำบาก และไม่สามารถขับรถจักรยานยนต์ได้อีก โดยลูกสาวก็ห้ามขับรถ เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตราย
.
ยอมรับว่า รู้สึกเสียใจอย่างมากเมื่อทราบว่าถูกตัดสิทธิ์ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้รับสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐมาโดยตลอด พร้อมระบุว่า เงินช่วยเหลือจากรัฐมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน เมื่อไม่ได้รับสิทธิ์ ทำให้รู้สึกกังวลและถึงกับนอนไม่หลับ
.
นาย
ล้าน กล่าวต่อว่า อยากวิงวอนให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะแม้จะมีชื่อครอบครองรถจักรยานยนต์ 2 คัน แต่รถทั้งหมดเก่า ชำรุด และไม่สามารถใช้งานได้
.
อีกทั้งตนยังเป็นผู้ป่วย ไม่สามารถประกอบอาชีพหรือหารายได้เหมือนในอดีต จึงอยากให้การพิจารณาสิทธิ์ยึดสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริง มากกว่าดูเพียงข้อมูลการถือครองทรัพย์สินในทะเบียน
.
สำหรับการยื่นอุทธรณ์สิทธิ์ นาย
ล้าน ระบุว่า ขณะนี้ยังต้องรอให้ลูกสาวมีเวลาพาไปดำเนินการ เนื่องจากสถานที่รับยื่นอุทธรณ์อยู่ค่อนข้างไกล และตนเดินทางด้วยตัวเองไม่สะดวก เพราะเดินลำบากจากอาการป่วย
.
ฝากความหวังถึงภาครัฐ ขอให้พิจารณาทบทวนสิทธิ์ของผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่เดือดร้อนจริง พร้อมบอกว่า “
ก่อนตาย ขอให้ได้สิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐกลับมาอีกสักรอบหนึ่งได้ไหม”
.
.
ยิ่งชีพ เปิดใจ เปิดชื่อ 9 นักการเมืองเอี่ยวโกงเลือกส.ว. ไม่ใช่พลีชีพ หรือกล้าหาญ แต่กลัวกกต.ยกฟ้องมากกว่า
https://www.matichon.co.th/politics/news_5816275
.
ยิ่งชีพ เปิดใจ เปิดชื่อ 9 นักการเมืองเอี่ยวโกงเลือกส.ว. ไม่ใช่พลีชีพ หรือกล้าหาญ แต่กลัวกกต.ยกฟ้องมากกว่า
.
จากกรณี นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ยื่นหลักฐานเกี่ยวกับคดีฮั้วเลือก ส.ว. ให้ นาย
พริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) โดยข้อมูลที่นำมายื่นกับวิปฝ่ายค้านวันนี้ มีข้อมูลของรัฐมนตรีและ ส.ส.รวม 9 คน ซึ่งเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลหลักฐานมาตั้งแต่ช่วงต้นๆ ตั้งแต่ปี 2568
.
โดยหลังจาก 9 รายชื่อนั้นได้เผยแพร่ออกไป ก็ได้มีนักการเมืองที่ปรากฏชื่ออกมายืนยันว่า ตนบริสุทธิ์ และเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายกับ นาย
ยิ่งชีพ
.
ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม นาย
ยิ่งชีพ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ระบุว่า
.
ตอนที่คิดว่าจะไปยื่นหนังสือให้ฝ่ายค้านตรวจสอบฝ่ายรัฐบาลเรื่องการโกงเลือกส.ว. สารภาพว่า ไม่ได้คิดเรื่องการพลีชีพ การกล้าหาญ การเอาตัวไปเสี่ยงอะไรมากนัก มันไม่ได้ผ่านสมองว่า ฉันจะโดนอะไรบ้างนะ และฉันต้องฮึบ ฉันต้องกล้า ฉันต้องยืนหยัด … ไม่ได้เป็นจังหวะแบบนี้เลยครับ
.
ความกลัวมีแต่ว่า กกต. จะสั่งยกฟ้องพวกนี้ไปหมด โดยสาธารณะไม่ได้รู้ความจริงเลยหรือเปล่า กลัวว่าเราจะทำอะไรได้ไม่ทัน ทำได้ไม่ดี แล้วมาเสียใจทีหลังหรือเปล่า แล้วทำไมไม่มีใครพูดอะไรให้มันตรงๆ ก็เพราะข้อกล่าวหาต่อคนของพรรคภูมิใจไทยที่ผ่านมา มันลอยไปลอยมา เป็นตัวย่อบ้าง เป็นชื่อสมญาบ้าง เป็นคำกล่าวของคนนั้นคนนี้
.
หน้าที่ของผมคือ การจับข้อเท็จจริงที่รู้ๆ กันอยู่แล้ว ออกข่าวออกสื่อมาหลายครั้งแล้วแต่ไม่ดัง เอามาเรียบเรียงต่อเข้าด้วยกัน ให้เป็นระบบ แล้วนำเสนอรวมกันครั้งเดียว ไม่ได้คิดจะทำสิ่งใหม่ เรื่องพวกนี้เคยได้ยินคนพูดถึงมาแล้วนับไม่ถ้วน
.
อาจจะมีต้องใช้ความรู้และทักษะบ้าง คือ ก่อนจะนำเสนอก็เปิดหาโดยละเอียดว่า แต่ละคำ แต่ละประโยคจะอ้างอิงจากไหน ไม่ได้คิดขึ้นเอง ประเมินแล้วว่าถ้ามีคดีความจะอธิบายคำไหนประโยคไหนอย่างไร หลังแถลงเสร็จนักข่าวมากประสบการณ์ที่นั่งฟังอยู่ยังยิ้มให้พร้อมส่ายหัวว่า ไม่มีอะไรใหม่ … รู้กันมานานแล้ว
.
สิ่งที่อยากยืนยันมีเรื่องเดียว คือ ไม่ได้พูดลอยๆ นะครับ พวกเราทำการบ้านเรื่องนี้มาตลอด เรารู้มากกว่าที่เราพูดไปแล้วมาก ถังข้อมูลเรื่องนี้มันใหญ่กว่านั้นมาก แค่วันนี้เลือกนำเสนอเท่านี้ก่อน แล้ววันหลังจะมีมากกว่านี้ ก็จะค่อยๆ ตามมา ถ้าโดนฟ้องก็พร้อมจะนำเสนอหลักฐานและพยานที่มากขึ้น ชัดเจนขึ้น เป็นทางการมากขึ้น ถ้าไม่ต้องฟ้องกันก็ดีกว่า
.
ขอบคุณการเรียนวิชานิติศาสตร์ ที่ไม่ได้เพียงทำให้รู้กฎหมายอยู่บ้าง แต่ทำให้ชอบนั่งอ่านอะไรเยอะๆ พออ่านแล้วรู้ว่าจะโน้ตส่วนที่สำคัญเอามาใช้งานต่อได้อย่างไร ข้อมูลเรื่องการโกงเลือกส.ว. นั้นไม่ได้ลอยนะครับ แต่ “หนัก” มากเลยครับ”
.
https://www.facebook.com/pow.ilaw/posts/pfbid0i3vxTAmHZxKVfSRdoBbcTwK6VftMv2RqYWbpkVh84bztgU7jkNkXYkk1n6yScZ7Hl
.
.
‘โรม’ เชื่อระดับบิ๊กไฟเขียวจนเกิดทุจริตสอบท้องถิ่น ซัด ‘อนุทิน’ เป็น มท.1มานาน ปัดความรับผิดชอบไม่ได้
https://www.matichon.co.th/politics/news_5816278
.
“โรม” ชี้ ทุจริตสอบท้องถิ่น ต้องมีคนรับผิดชอบ ซัด”อนุทิน”เป็น มท.1 มานาน จะปัดความรับผิดชอบไม่ได้เด็ดขาด เชื่อระดับบิ๊กไฟเขียว จนเกิดมหากาพย์ทุจริต มองความผิดไม่ใช่ทุจริต อาจมีข้อหาอั้งยี่- อาชญากรรมลักษณะอื่น
.
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม เวลา 09.30 น.ที่รัฐสภา นาย
รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการพิจารณาการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ว่า การประชุมกมธ.ฯสัปดาห์ที่แล้วให้น้ำหนักไปในเรื่อง TOR ที่บอกว่ารัดกุมแต่ไม่ได้รัดกุมเลย ในแง่ของการปกป้องข้อมูล ข้อเท็จจริงต่างๆ เพราะข้อมูลต่างๆ ที่มีการอ้างถึงในแฟลชไดรฟ์ไม่ได้มีการเข้ารหัสอะไรเลย ฉะนั้นการแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อมูลสามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งในวันนี้ทางมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ได้เดินทางมาให้ข้อมูลในวันนี้เนื่องจากมศว ตกเป็นเป้าสำหรับการวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องทุจริตสอบท้องถิ่น วันนี้ทางมศว จะได้มาอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น
.
นาย
รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังพบว่า ก่อนที่มศว จะเข้ามาเป็นผู้รับจ้างจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)มีมหาวิทยาลัยบูรพา น่าจะได้รับเป็นคู่สัญญา แต่ต่อมาอาศัยอำนาจของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และมีการอ้างถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงได้มีการทำหนังสือไปที่กรมบัญชีกลาง เพื่อทำการเปลี่ยนแปลงคู่สัญญา ที่จากเดิมเป็น ม.บูรพา กลายเป็นมศว ซึ่งในวันนั้นมีการอ้างว่า ม.บูรพา มีการทุจริตคอร์รัปชั่น ปรากฏว่าเอา ม.บูรพาออก แล้ววันนี้มาเป็น มศว ไม่รู้ว่าทุจริตหนักกว่าเดิมหรือไม่ ก็เป็นที่น่าสังเกตอยู่เหมือนกันว่าความไม่ชอบมาพากลของการจัดสอบเกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน และดูเหมือนภาครัฐก็ไม่ได้มีมาตรการอะไร ที่จะนำไปสู่การป้องกัน การทุจริตการสอบได้จริง
.
นาย
รังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า การประชุมของ กสถ. ที่จะต้องมีหน้าที่ประกาศรายชื่อ แต่การประกาศรายชื่อของกสถ. ที่จะต้องมีรายนามของผู้ที่สอบได้ แต่ไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลเหล่านั้นจริงๆ ทั้งที่จำเป็นต้องตรวจสอบรายชื่อก่อน และการตรวจสอบรายชื่อคงไม่ใช่แค่ดูว่า มศว รายงานมาอย่างไร ต้องเอาข้อมูลมาตรวจสอบ ทั้งแฟลชไดรฟ์ แม้กระทั่งกระดาษคำตอบ เพราะการประกาศรายชื่อเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ทุกอย่างผิดพลาดไปหมด และทุกอย่างกลายเป็นทุจริตไปหมด จนนำไปสู่การบรรจุคนนับหมื่นคน สิ่งเหล่านี้ยอมรับไม่ได้ จะมาบอกว่าเป็นความสะเพร่า บกพร่องโดยสุจริต จนรับไม่ได้เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และสอดคล้องกับการทุจริตการสอบที่เชื่อได้ว่า มีการว่าจ้างด้วยเม็ดเงินจำนวนมหาศาล และอาจจะมีเม็ดเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหลายพันล้าน
.
นาย
รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า การประชุมกมธ.ฯวันนี้ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)ที่เกี่ยวพันกับการยึดอายัดเส้นทางการเงิน เพราะการกระทำความผิดและทุจริตแบบนี้เป็นเรื่องเงิน ดังนั้นการยึดอายัดเงินเป็นเรื่องที่ต้องเร่งทำไม่จำเป็นต้องรอให้เขาโยกย้ายถ่ายโอนไปที่อื่นก่อน แล้วสุดท้ายความเสียหายเหล่านี้ก็ไม่สามารถยึดอายัดได้ จนกลายเป็นปัญหาต่อไป ส่วนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.)ที่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการกระทำการทุจริต และไม่ใช่เรื่องทุจริตอย่างเดียว น่าจะมีข้อหาอั้งยี่ หรือเป็นอาชญากรรมในลักษณะอื่นๆอีกหรือไม่ ซึ่งต้องไปหารือในที่ประชุม
.
นาย
รังสิมันต์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่เชิญนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เพราะได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบในเรื่องนี้ แต่ก็ไม่ ไม่แน่ใจว่าจะได้รับความร่วมมือมากแค่ไหน
.
เมื่อถามว่าการเพิกถอนรายชื่อกว่า 5,000 คนที่ยังเป็นข้อถกเถียงอยู่ว่าเป็นอำนาจของใคร นาย
รังสิมันต์ กล่าวว่า ประเด็นเพิกถอนเป็นอีกประเด็นหนึ่ง แต่ตอนนี้มี 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่บรรจุเข้าไปแล้วจะทำอย่างไรต่อ และอีกกลุ่มคือยังไม่ได้เข้าบรรจุ ดังนั้นเบื้องต้นขอดูในประเด็นที่ว่าใครจะต้องรับผิดชอบกับกรณีนี้แล้วจะจบอย่างไร ส่วนรายชื่อที่มีปัญหามีมากน้อยแค่ไหน จากการที่ใช้ฐานข้อมูลจากแฟลชไดรฟ์ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าแฟลชไดรฟ์ ผ่านการแก้ไขมาแล้วหรือยัง อาจจะเป็นการแก้ไขยังไม่เสร็จ หรืออาจจะเป็นการแก้ไขเสร็จแล้ว เพื่อจำกัดความเสียหายก็ได้
.
“
วันนี้ถ้าเราไม่สามารถเข้าถึงเอกสารได้ คำตอบตรงๆ ผมไม่มั่นใจจริงๆ ว่าข้อมูลที่ออกมา เป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ดังนั้นต้องกลับไปที่กระดาษคำตอบก่อนและตรวจสอบ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรตั้งประเด็นเฉพาะคดีทุจริต อาจจะเป็นอั้งยี่หรือข้อหาอื่นๆ รวมไปถึงการยึดอายัดทรัพย์ เพื่อไล่ดูเส้นทางการเงินด้วย แต่แน่นอนข้อจำกัดของเรื่องนี้ การจ่าย เขาจ่ายเป็นเงินสด คงไม่สามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยๆ เส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงถึงก็ควรจะมีมาตรการอะไรออกมา”นาย
รังสิมันต์ กล่าว
JJNY : ตาวัย72 เส้นเลือดสมองตีบ ถูกตัดสิทธิ์│ยิ่งชีพเปิดใจ กลัวยกฟ้อง│‘โรม’ ซัด ‘อนุทิน’│น้ำมันพุ่งสูงสุดรอบ 5 สัปดาห์
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10332845
.
.
ชายวัย 72 เส้นเลือดสมองตีบ ถูกตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เหตุมีชื่อรถ จยย. 2 คัน ทั้งที่เป็นรถเก่ากว่า 30 ปี ใช้งานไม่ได้มานานแล้ว วอนรัฐ “ขอให้ได้สิทธิ์อีกสักรอบก่อนตายได้ไหม”
.
วันที่ 22 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้สูงอายุรายหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา สะท้อนปัญหาหลักเกณฑ์การพิจารณาสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐ หลังถูกตัดสิทธิทั้งที่ปัจจุบันป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ โดยสาเหตุเพียงเพราะมีชื่อครอบครองรถจักรยานยนต์เก่า 2 คัน ซึ่งมีอายุกว่า 30 ปี และอยู่ในสภาพชำรุดจนไม่สามารถใช้งานได้
.
นายล้าน หาญเวช อายุ 72 ปี ชาวบ้านหนองสะเดา หมู่ 4 อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า การตรวจสอบสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐรอบล่าสุดพบว่าตนไม่ได้รับสิทธิ์ โดยระบบแจ้งเหตุผลว่ามีชื่อถือครองรถจักรยานยนต์ 2 คัน ทำให้ไม่ผ่านเกณฑ์ ทั้งที่รถทั้งสองคันเป็นรถเก่าอายุกว่า 30 ปี ใช้งานไม่ได้มานานแล้ว แต่ยังไม่ได้จำหน่ายออกจากทะเบียน
.
สมัยยังแข็งแรงเคยทำงานรับจ้างก่อสร้าง เป็นช่างเชื่อม และขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง เพื่อหาเลี้ยงครอบครัว แต่ตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ต้องหยุดทำงานทั้งหมด หลังป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบ ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแรง เดินลำบาก และไม่สามารถขับรถจักรยานยนต์ได้อีก โดยลูกสาวก็ห้ามขับรถ เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตราย
.
ยอมรับว่า รู้สึกเสียใจอย่างมากเมื่อทราบว่าถูกตัดสิทธิ์ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้รับสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐมาโดยตลอด พร้อมระบุว่า เงินช่วยเหลือจากรัฐมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน เมื่อไม่ได้รับสิทธิ์ ทำให้รู้สึกกังวลและถึงกับนอนไม่หลับ
.
นายล้าน กล่าวต่อว่า อยากวิงวอนให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะแม้จะมีชื่อครอบครองรถจักรยานยนต์ 2 คัน แต่รถทั้งหมดเก่า ชำรุด และไม่สามารถใช้งานได้
.
อีกทั้งตนยังเป็นผู้ป่วย ไม่สามารถประกอบอาชีพหรือหารายได้เหมือนในอดีต จึงอยากให้การพิจารณาสิทธิ์ยึดสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริง มากกว่าดูเพียงข้อมูลการถือครองทรัพย์สินในทะเบียน
.
สำหรับการยื่นอุทธรณ์สิทธิ์ นายล้าน ระบุว่า ขณะนี้ยังต้องรอให้ลูกสาวมีเวลาพาไปดำเนินการ เนื่องจากสถานที่รับยื่นอุทธรณ์อยู่ค่อนข้างไกล และตนเดินทางด้วยตัวเองไม่สะดวก เพราะเดินลำบากจากอาการป่วย
.
ฝากความหวังถึงภาครัฐ ขอให้พิจารณาทบทวนสิทธิ์ของผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่เดือดร้อนจริง พร้อมบอกว่า “ก่อนตาย ขอให้ได้สิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐกลับมาอีกสักรอบหนึ่งได้ไหม”
.
.
ยิ่งชีพ เปิดใจ เปิดชื่อ 9 นักการเมืองเอี่ยวโกงเลือกส.ว. ไม่ใช่พลีชีพ หรือกล้าหาญ แต่กลัวกกต.ยกฟ้องมากกว่า
https://www.matichon.co.th/politics/news_5816275
.
ยิ่งชีพ เปิดใจ เปิดชื่อ 9 นักการเมืองเอี่ยวโกงเลือกส.ว. ไม่ใช่พลีชีพ หรือกล้าหาญ แต่กลัวกกต.ยกฟ้องมากกว่า
.
จากกรณี นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ยื่นหลักฐานเกี่ยวกับคดีฮั้วเลือก ส.ว. ให้ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) โดยข้อมูลที่นำมายื่นกับวิปฝ่ายค้านวันนี้ มีข้อมูลของรัฐมนตรีและ ส.ส.รวม 9 คน ซึ่งเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลหลักฐานมาตั้งแต่ช่วงต้นๆ ตั้งแต่ปี 2568
.
โดยหลังจาก 9 รายชื่อนั้นได้เผยแพร่ออกไป ก็ได้มีนักการเมืองที่ปรากฏชื่ออกมายืนยันว่า ตนบริสุทธิ์ และเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายกับ นายยิ่งชีพ
.
ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม นายยิ่งชีพ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ระบุว่า
.
ตอนที่คิดว่าจะไปยื่นหนังสือให้ฝ่ายค้านตรวจสอบฝ่ายรัฐบาลเรื่องการโกงเลือกส.ว. สารภาพว่า ไม่ได้คิดเรื่องการพลีชีพ การกล้าหาญ การเอาตัวไปเสี่ยงอะไรมากนัก มันไม่ได้ผ่านสมองว่า ฉันจะโดนอะไรบ้างนะ และฉันต้องฮึบ ฉันต้องกล้า ฉันต้องยืนหยัด … ไม่ได้เป็นจังหวะแบบนี้เลยครับ
.
ความกลัวมีแต่ว่า กกต. จะสั่งยกฟ้องพวกนี้ไปหมด โดยสาธารณะไม่ได้รู้ความจริงเลยหรือเปล่า กลัวว่าเราจะทำอะไรได้ไม่ทัน ทำได้ไม่ดี แล้วมาเสียใจทีหลังหรือเปล่า แล้วทำไมไม่มีใครพูดอะไรให้มันตรงๆ ก็เพราะข้อกล่าวหาต่อคนของพรรคภูมิใจไทยที่ผ่านมา มันลอยไปลอยมา เป็นตัวย่อบ้าง เป็นชื่อสมญาบ้าง เป็นคำกล่าวของคนนั้นคนนี้
.
หน้าที่ของผมคือ การจับข้อเท็จจริงที่รู้ๆ กันอยู่แล้ว ออกข่าวออกสื่อมาหลายครั้งแล้วแต่ไม่ดัง เอามาเรียบเรียงต่อเข้าด้วยกัน ให้เป็นระบบ แล้วนำเสนอรวมกันครั้งเดียว ไม่ได้คิดจะทำสิ่งใหม่ เรื่องพวกนี้เคยได้ยินคนพูดถึงมาแล้วนับไม่ถ้วน
.
อาจจะมีต้องใช้ความรู้และทักษะบ้าง คือ ก่อนจะนำเสนอก็เปิดหาโดยละเอียดว่า แต่ละคำ แต่ละประโยคจะอ้างอิงจากไหน ไม่ได้คิดขึ้นเอง ประเมินแล้วว่าถ้ามีคดีความจะอธิบายคำไหนประโยคไหนอย่างไร หลังแถลงเสร็จนักข่าวมากประสบการณ์ที่นั่งฟังอยู่ยังยิ้มให้พร้อมส่ายหัวว่า ไม่มีอะไรใหม่ … รู้กันมานานแล้ว
.
สิ่งที่อยากยืนยันมีเรื่องเดียว คือ ไม่ได้พูดลอยๆ นะครับ พวกเราทำการบ้านเรื่องนี้มาตลอด เรารู้มากกว่าที่เราพูดไปแล้วมาก ถังข้อมูลเรื่องนี้มันใหญ่กว่านั้นมาก แค่วันนี้เลือกนำเสนอเท่านี้ก่อน แล้ววันหลังจะมีมากกว่านี้ ก็จะค่อยๆ ตามมา ถ้าโดนฟ้องก็พร้อมจะนำเสนอหลักฐานและพยานที่มากขึ้น ชัดเจนขึ้น เป็นทางการมากขึ้น ถ้าไม่ต้องฟ้องกันก็ดีกว่า
.
ขอบคุณการเรียนวิชานิติศาสตร์ ที่ไม่ได้เพียงทำให้รู้กฎหมายอยู่บ้าง แต่ทำให้ชอบนั่งอ่านอะไรเยอะๆ พออ่านแล้วรู้ว่าจะโน้ตส่วนที่สำคัญเอามาใช้งานต่อได้อย่างไร ข้อมูลเรื่องการโกงเลือกส.ว. นั้นไม่ได้ลอยนะครับ แต่ “หนัก” มากเลยครับ”
.
https://www.facebook.com/pow.ilaw/posts/pfbid0i3vxTAmHZxKVfSRdoBbcTwK6VftMv2RqYWbpkVh84bztgU7jkNkXYkk1n6yScZ7Hl
.
.
‘โรม’ เชื่อระดับบิ๊กไฟเขียวจนเกิดทุจริตสอบท้องถิ่น ซัด ‘อนุทิน’ เป็น มท.1มานาน ปัดความรับผิดชอบไม่ได้
https://www.matichon.co.th/politics/news_5816278
.
“โรม” ชี้ ทุจริตสอบท้องถิ่น ต้องมีคนรับผิดชอบ ซัด”อนุทิน”เป็น มท.1 มานาน จะปัดความรับผิดชอบไม่ได้เด็ดขาด เชื่อระดับบิ๊กไฟเขียว จนเกิดมหากาพย์ทุจริต มองความผิดไม่ใช่ทุจริต อาจมีข้อหาอั้งยี่- อาชญากรรมลักษณะอื่น
.
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม เวลา 09.30 น.ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการพิจารณาการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ว่า การประชุมกมธ.ฯสัปดาห์ที่แล้วให้น้ำหนักไปในเรื่อง TOR ที่บอกว่ารัดกุมแต่ไม่ได้รัดกุมเลย ในแง่ของการปกป้องข้อมูล ข้อเท็จจริงต่างๆ เพราะข้อมูลต่างๆ ที่มีการอ้างถึงในแฟลชไดรฟ์ไม่ได้มีการเข้ารหัสอะไรเลย ฉะนั้นการแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อมูลสามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งในวันนี้ทางมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ได้เดินทางมาให้ข้อมูลในวันนี้เนื่องจากมศว ตกเป็นเป้าสำหรับการวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องทุจริตสอบท้องถิ่น วันนี้ทางมศว จะได้มาอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น
.
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังพบว่า ก่อนที่มศว จะเข้ามาเป็นผู้รับจ้างจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)มีมหาวิทยาลัยบูรพา น่าจะได้รับเป็นคู่สัญญา แต่ต่อมาอาศัยอำนาจของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และมีการอ้างถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงได้มีการทำหนังสือไปที่กรมบัญชีกลาง เพื่อทำการเปลี่ยนแปลงคู่สัญญา ที่จากเดิมเป็น ม.บูรพา กลายเป็นมศว ซึ่งในวันนั้นมีการอ้างว่า ม.บูรพา มีการทุจริตคอร์รัปชั่น ปรากฏว่าเอา ม.บูรพาออก แล้ววันนี้มาเป็น มศว ไม่รู้ว่าทุจริตหนักกว่าเดิมหรือไม่ ก็เป็นที่น่าสังเกตอยู่เหมือนกันว่าความไม่ชอบมาพากลของการจัดสอบเกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน และดูเหมือนภาครัฐก็ไม่ได้มีมาตรการอะไร ที่จะนำไปสู่การป้องกัน การทุจริตการสอบได้จริง
.
นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า การประชุมของ กสถ. ที่จะต้องมีหน้าที่ประกาศรายชื่อ แต่การประกาศรายชื่อของกสถ. ที่จะต้องมีรายนามของผู้ที่สอบได้ แต่ไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลเหล่านั้นจริงๆ ทั้งที่จำเป็นต้องตรวจสอบรายชื่อก่อน และการตรวจสอบรายชื่อคงไม่ใช่แค่ดูว่า มศว รายงานมาอย่างไร ต้องเอาข้อมูลมาตรวจสอบ ทั้งแฟลชไดรฟ์ แม้กระทั่งกระดาษคำตอบ เพราะการประกาศรายชื่อเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ทุกอย่างผิดพลาดไปหมด และทุกอย่างกลายเป็นทุจริตไปหมด จนนำไปสู่การบรรจุคนนับหมื่นคน สิ่งเหล่านี้ยอมรับไม่ได้ จะมาบอกว่าเป็นความสะเพร่า บกพร่องโดยสุจริต จนรับไม่ได้เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และสอดคล้องกับการทุจริตการสอบที่เชื่อได้ว่า มีการว่าจ้างด้วยเม็ดเงินจำนวนมหาศาล และอาจจะมีเม็ดเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหลายพันล้าน
.
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า การประชุมกมธ.ฯวันนี้ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)ที่เกี่ยวพันกับการยึดอายัดเส้นทางการเงิน เพราะการกระทำความผิดและทุจริตแบบนี้เป็นเรื่องเงิน ดังนั้นการยึดอายัดเงินเป็นเรื่องที่ต้องเร่งทำไม่จำเป็นต้องรอให้เขาโยกย้ายถ่ายโอนไปที่อื่นก่อน แล้วสุดท้ายความเสียหายเหล่านี้ก็ไม่สามารถยึดอายัดได้ จนกลายเป็นปัญหาต่อไป ส่วนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.)ที่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการกระทำการทุจริต และไม่ใช่เรื่องทุจริตอย่างเดียว น่าจะมีข้อหาอั้งยี่ หรือเป็นอาชญากรรมในลักษณะอื่นๆอีกหรือไม่ ซึ่งต้องไปหารือในที่ประชุม
.
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่เชิญนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เพราะได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบในเรื่องนี้ แต่ก็ไม่ ไม่แน่ใจว่าจะได้รับความร่วมมือมากแค่ไหน
.
เมื่อถามว่าการเพิกถอนรายชื่อกว่า 5,000 คนที่ยังเป็นข้อถกเถียงอยู่ว่าเป็นอำนาจของใคร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ประเด็นเพิกถอนเป็นอีกประเด็นหนึ่ง แต่ตอนนี้มี 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่บรรจุเข้าไปแล้วจะทำอย่างไรต่อ และอีกกลุ่มคือยังไม่ได้เข้าบรรจุ ดังนั้นเบื้องต้นขอดูในประเด็นที่ว่าใครจะต้องรับผิดชอบกับกรณีนี้แล้วจะจบอย่างไร ส่วนรายชื่อที่มีปัญหามีมากน้อยแค่ไหน จากการที่ใช้ฐานข้อมูลจากแฟลชไดรฟ์ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าแฟลชไดรฟ์ ผ่านการแก้ไขมาแล้วหรือยัง อาจจะเป็นการแก้ไขยังไม่เสร็จ หรืออาจจะเป็นการแก้ไขเสร็จแล้ว เพื่อจำกัดความเสียหายก็ได้
.
“วันนี้ถ้าเราไม่สามารถเข้าถึงเอกสารได้ คำตอบตรงๆ ผมไม่มั่นใจจริงๆ ว่าข้อมูลที่ออกมา เป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ดังนั้นต้องกลับไปที่กระดาษคำตอบก่อนและตรวจสอบ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรตั้งประเด็นเฉพาะคดีทุจริต อาจจะเป็นอั้งยี่หรือข้อหาอื่นๆ รวมไปถึงการยึดอายัดทรัพย์ เพื่อไล่ดูเส้นทางการเงินด้วย แต่แน่นอนข้อจำกัดของเรื่องนี้ การจ่าย เขาจ่ายเป็นเงินสด คงไม่สามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยๆ เส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงถึงก็ควรจะมีมาตรการอะไรออกมา”นายรังสิมันต์ กล่าว