เปิดแผนใหม่ย้ายท่าเรือคลองเตย ปักหมุด 'สถานบันเทิงไร้กาสิโน' ริมเจ้าพระยา

วิเคราะห์แนวคิดย้ายภารกิจขนส่งสินค้าจากท่าเรือคลองเตยไปแหลมฉบัง
เปิดตัวเลขขีดความสามารถท่าเรือ แผนพัฒนาที่ดิน 2,353 ไร่ ผลต่อต้นทุนโลจิสติกส์ และอนาคตชุมชนกว่า 40,000 คน



แนวคิดย้ายภารกิจขนส่งสินค้าจากท่าเรือกรุงเทพ หรือท่าเรือคลองเตย ไปยังท่าเรือแหลมฉบัง กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง หลังนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยเมื่อกลางเดือนกรกฎาคม 2569 ว่า กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการทยอยย้ายงานขนส่งสินค้าทั้งหมดออกจากพื้นที่คลองเตย

แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายจัดระบบท่าเรือพาณิชย์ของประเทศให้เหมาะกับสภาพเมืองและโครงสร้างเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยให้ท่าเรือแหลมฉบังซึ่งเป็นท่าเรือน้ำลึกและตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางขนส่งสินค้าหลัก ขณะที่พื้นที่ท่าเรือคลองเตยอาจถูกนำมาพัฒนาเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ที่อยู่อาศัย และบริการสาธารณะรูปแบบใหม่

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจครั้งนี้เกี่ยวข้องกับหลายมิติ ตั้งแต่ขีดความสามารถของท่าเรือ ต้นทุนโลจิสติกส์ การใช้ประโยชน์ที่ดิน กฎหมายผังเมือง ไปจนถึงความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยของชุมชนคลองเตยกว่า 40,000 คน

ตรวจมติ ครม.เดิม ก่อนกำหนดทิศทาง
ขั้นตอนแรกที่กระทรวงคมนาคมเตรียมดำเนินการ คือการตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีในช่วงก่อนก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบัง ว่ามีเจตนารมณ์ให้ท่าเรือแห่งใหม่รองรับการย้ายภารกิจจากท่าเรือกรุงเทพทั้งหมดหรือไม่

หากพบว่ามีมติรองรับ กระทรวงคมนาคมสามารถนำมติดังกล่าวมาใช้เป็นกรอบดำเนินงานต่อได้ แต่หากไม่มีรายละเอียดชัดเจน จะต้องหารือภายในกระทรวง ร่วมกับการท่าเรือแห่งประเทศไทย หรือ กทท. ก่อนเสนอให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีพิจารณา

แนวคิดย้ายท่าเรือคลองเตยไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยในเดือนเมษายน 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เคยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาการย้ายท่าเรือออกจากเขตเมือง เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองและการจราจรหนาแน่นจากรถบรรทุก

อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมในช่วงเวลานั้นชี้แจงว่า แนวทางที่ศึกษาเป็นการย้ายภารกิจเพียงบางส่วน ขณะที่ในเดือนพฤษภาคม 2568 กทท. ยังยืนยันว่าจะไม่ย้ายท่าเรือกรุงเทพ แต่จะปรับปรุงเครื่องมือ บุคลากร และระบบเทคโนโลยี พร้อมพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ควบคู่กันไป

อ่านรายละเอียดข่าวทั้งหมด

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่