ยอมถอยเพื่อไปต่อ! เปิดสาเหตุทรัมป์ยอมรับเงื่อนไขจริยธรรม ปลดล็อกร่างกฎหมายคริปโต CLARITY Act



วงการคริปโตสหรัฐฯ กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังมีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยอมรับหลักการเงื่อนไขด้านจริยธรรม (Ethics Provision) ที่เป็นหนึ่งในอุปสรรคใหญ่ที่ทำให้ร่างกฎหมาย CLARITY Act ค้างเติ่งในวุฒิสภามาหลายเดือน

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ
CLARITY Act คือร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วตั้งแต่กรกฎาคม 2025 และผ่านคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาไปตั้งแต่พฤษภาคม 2026 แต่ติดหล่มเรื่องเงื่อนไขจริยธรรมมาตลอด เพราะเป็นเรื่องที่พัวพันกับตัวทรัมป์เองโดยตรง — ปีที่แล้วทรัมป์มีรายได้เกี่ยวข้องกับคริปโตราว 1.4 พันล้านดอลลาร์ ทั้งจากเหรียญมีม $TRUMP และแพลตฟอร์ม DeFi ของครอบครัว

ดีลนี้แก้ปัญหาอะไร
เงื่อนไขจริยธรรมที่เป็นประเด็นคือการกำหนดว่า "เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงจะทำธุรกิจคริปโตหาผลประโยชน์ระหว่างดำรงตำแหน่งได้แค่ไหน" ทำเนียบขาวระบุว่าเป็น "เงื่อนไขจริยธรรมที่ครอบคลุมที่สุดเท่าที่เคยมีมา" แต่ ณ ตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยถ้อยคำที่แน่ชัด และวุฒิสมาชิกเดโมแครตสายที่คัดค้าน (Chris Murphy, Chris Van Hollen, Jeff Merkley) ก็ยังไม่ได้ถอนคำค้าน

ด่านต่อไป
วุฒิสภามีเวลาถึงต้นเดือนสิงหาคมก่อนปิดสมัยประชุม ผู้นำเสียงข้างมาก John Thune ประกาศจะดันให้มีการโหวตในสภาก่อนปิดสมัย โดยมีการพูดถึงสัปดาห์นี้เป็นช่วงเป้าหมาย แต่กฎหมายนี้ต้องได้เสียง 60 เสียงถึงจะผ่าน หมายความว่าต้องได้แรงหนุนจากเดโมแครตด้วย ไม่ใช่แค่รีพับลิกันโหวตกันเอง
หากผ่านวุฒิสภา ร่างจะกลับไปที่สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาอีกรอบ ก่อนส่งให้ทรัมป์ลงนาม

สาระสำคัญของกฎหมาย
ถ้าผ่านจริง CLARITY Act จะวางกรอบให้ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) และ CFTC กำกับดูแลตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลร่วมกัน ลดความซ้ำซ้อนของกฎเกณฑ์ และปิดช่องโหว่ทางกฎหมายที่เคยเกิดกรณีแบบ FTX

มุมมองตลาด
ตลาดพนันคาดการณ์อย่าง Polymarket สะท้อนความไม่แน่นอนชัดเจน — อัตราต่อรองที่กฎหมายจะผ่านในปี 2026 แกว่งขึ้นลงระหว่าง 31-48% ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ตามแต่ข่าวความคืบหน้าการเจรจาในแต่ละวัน สะท้อนว่าเรื่องนี้ยังไม่จบง่ายๆ แม้ทรัมป์จะเปิดไฟเขียวแล้วก็ตาม
หากกฎหมายผ่านได้จริง จะเป็นก้าวสำคัญที่สร้างความชัดเจนทางกฎหมายให้ตลาดคริปโตในสหรัฐฯ เป็นครั้งแรก ซึ่งนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าอาจดึงดูดเม็ดเงินสถาบันเข้าสู่ตลาดมากขึ้น แต่ก็ยังต้องรอดูว่าจะฝ่าด่านเสียงโหวต 60 เสียงในวุฒิสภาได้จริงหรือไม่

บทความนี้เป็นการรายงานข่าวและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือคำแนะนำผลิตภัณฑ์ทางการเงิน

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่