ในครั้งพุทธกาลนั้น มีสาวกจำนวนมากที่บรรลุขณะฟังธรรม ทำไมจขกท.ถึงพิมพ์ว่า “ขณะฟังธรรม“ คำตอบคือเพราะมันมีปัจจัยหลายอย่างมากที่ใครซักคนจะฟังธรรมแล้วบรรลุได้ทันที ซึ่งถ้าเราไม่ทราบถึงปัจจัยเหล่านั้นไว้บ้าง ก็จะเข้าใจไปว่าฟังธรรมอย่างเดียวก็ละกิเลสได้ บรรลุธรรมได้ โดยดูจากครั้งพุทธกาลแค่ฟังธรรมก็บรรลุแล้ว จนกลายเป็นเอาเหตุการณ์การบรรลุธรรมของสาวกมาเป็นบรรทัดฐานแทนอริยมรรค 8 ไปเลย
จขกท.เชื่อว่าครูบาอาจารย์ที่เก่งจริงๆสามารถแสดงธรรมได้ตรงจุดและทำให้ผู้ฟังโยนิโสมนสิการตามไปจนบรรลุธรรมได้ เช่นครูบาอาจารย์อย่างพระพุทธเจ้าและพระสาวก แล้วทำไมท่านเหล่านั้นไม่ได้สอนให้สาวกเรียนและฟังธรรมอย่างเดียวล่ะ แต่กลับสอนให้ละนิวรณ์ด้วยบ้าง เจริญสมถะบ้าง เจริญอานาปานสติบ้าง เป็นต้น ตรงนี้ก็น่าจะเป็นหลักฐานยืนยันได้อย่างหนึ่งว่าการเรียนและฟังธรรมอย่างเดียวจนบรรลุไม่สามารถเกิดกับทุกคนได้ ดังนั้นควรหรือไม่ควรที่จะส่งเสริมกันให้เรียนและฟังธรรมอย่างเดียวจนบรรลุ
อย่างพระสูตรในสปอยล์ที่จขกท.ยกมาด้านล่างนี้ ท่านก็แสดงว่าการเรียนการฟังการตรึกธรรม การแสดงธรรม และการสาธยายธรรมอย่างเดียวก็ยังไม่ชื่อว่าผู้อยู่ในธรรม อย่าประมาท และอย่าเป็นผู้เดือดร้อนในภายหลัง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ ผู้มากด้วยการเรียนการฟังการตรึกธรรม การแสดงธรรม และการสาธยายธรรม แต่ไม่ชื่อว่าเป็นผู้อยู่ในธรรมเป็นไฉน
[๗๓] ครั้งนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่ง เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาค ว่าข้า แต่พระองค์ผู้เจริญ ที่เรียกว่าผู้อยู่ในธรรมๆ ดังนี้ ภิกษุชื่อว่าเป็นผู้อยู่ในธรรม ด้วยเหตุ เพียงเท่าไรหนอ
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเรียนธรรมคือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาดก อัพภูตธรรมเวทัลละ เธอย่อม ปล่อยให้วันคืนล่วงไป ละการหลีกออกเร้นอยู่ ไม่ประกอบความสงบใจในภายใน เพราะการเรียนธรรมนั้น ภิกษุนี้เรียกว่าเป็นผู้มากด้วยการเรียน ไม่ชื่อว่าเป็นผู้อยู่ในธรรม
อีกประการหนึ่ง ภิกษุย่อมแสดงธรรม ตามที่ได้สดับมาแล้ว ตามที่ได้เรียน มาแล้ว แก่ผู้อื่นโดยพิสดาร เธอย่อมปล่อยให้วันคืนล่วงไป ละการหลีกออกเร้นอยู่ ไม่ประกอบความสงบใจในภายใน เพราะการแสดงธรรมนั้น ภิกษุนี้เรียกว่า เป็นผู้มาก ด้วยการแสดงธรรม ไม่ชื่อว่าเป็นผู้อยู่ในธรรม
อีกประการหนึ่ง ภิกษุย่อมกระทำการสาธยายธรรม ตามที่ได้สดับมาแล้ว ตามที่ได้เรียนมาแล้ว โดยพิสดาร เธอย่อมปล่อยให้วันคืนล่วงไป ละการหลีกออกเร้นอยู่ ไม่ประกอบความสงบใจในภายใน เพราะการสาธยายธรรมนั้น ภิกษุนี้เรียกว่า เป็นผู้มาก ด้วยการสาธยาย ไม่ชื่อว่าเป็นผู้อยู่ในธรรม
อีกประการหนึ่ง ภิกษุย่อมตรึกตาม ตรองตาม เพ่งตามด้วยใจ ซึ่งธรรมตามที่ได้ สดับมาแล้ว ตามที่ได้เรียนมาแล้ว เธอย่อมปล่อยให้วันคืนล่วงไปละการหลีกออกเร้นอยู่ ไม่ประกอบความสงบใจในภายใน เพราะการตรึกตามธรรมนั้น ภิกษุนี้เรียกว่า เป็นผู้มาก ด้วยการตรึกธรรม ไม่ชื่อว่าเป็นผู้อยู่ในธรรมภิกษุ ในธรรมวินัยนี้ ย่อมเล่าเรียนธรรม คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ คาถาอุทาน อิติวุตตกะ ชาดก อัพภูตธรรม เวทัลละ เธอย่อม ไม่ปล่อยให้วันคืนล่วงไป ไม่ละการหลีกออกเร้นอยู่ ประกอบความสงบใจในภายใน เพราะการเล่าเรียนธรรมนั้น ภิกษุชื่อว่าเป็นผู้อยู่ในธรรมอย่างนี้แล
ดูกรภิกษุ เราแสดงภิกษุผู้มาก ด้วยการเล่าเรียนธรรม แสดงภิกษุผู้มากด้วยการ แสดงธรรม แสดงภิกษุผู้มากด้วยการสาธยายธรรม แสดงภิกษุผู้มาก ด้วยการตรึกธรรม แสดงภิกษุผู้อยู่ในธรรม ด้วยประการฉะนี้
ดูกรภิกษุ กิจใดอันศาสดา ผู้หวังประโยชน์เกื้อกูลอนุเคราะห์ อาศัยความเอ็นดู พึงกระทำแก่สาวกทั้งหลาย กิจนั้นเราได้ทำแก่เธอทั้งหลายแล้ว ดูกรภิกษุ นั่นโคนต้นไม้ นั่นเรือนว่าง เธอจงเพ่งฌาน อย่าประมาท อย่าเป็นผู้มีความเดือดร้อนในภายหลัง นี้เป็น อนุสาสนีของเรา เพื่อเธอทั้งหลาย
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก หน้าที่ ๘๘-๙๐
ผู้มากด้วยการเรียนการฟังการตรึกธรรม การแสดงธรรม และการสาธยายธรรม แต่ไม่ชื่อว่าเป็นผู้อยู่ในธรรมเป็นไฉน
จขกท.เชื่อว่าครูบาอาจารย์ที่เก่งจริงๆสามารถแสดงธรรมได้ตรงจุดและทำให้ผู้ฟังโยนิโสมนสิการตามไปจนบรรลุธรรมได้ เช่นครูบาอาจารย์อย่างพระพุทธเจ้าและพระสาวก แล้วทำไมท่านเหล่านั้นไม่ได้สอนให้สาวกเรียนและฟังธรรมอย่างเดียวล่ะ แต่กลับสอนให้ละนิวรณ์ด้วยบ้าง เจริญสมถะบ้าง เจริญอานาปานสติบ้าง เป็นต้น ตรงนี้ก็น่าจะเป็นหลักฐานยืนยันได้อย่างหนึ่งว่าการเรียนและฟังธรรมอย่างเดียวจนบรรลุไม่สามารถเกิดกับทุกคนได้ ดังนั้นควรหรือไม่ควรที่จะส่งเสริมกันให้เรียนและฟังธรรมอย่างเดียวจนบรรลุ
อย่างพระสูตรในสปอยล์ที่จขกท.ยกมาด้านล่างนี้ ท่านก็แสดงว่าการเรียนการฟังการตรึกธรรม การแสดงธรรม และการสาธยายธรรมอย่างเดียวก็ยังไม่ชื่อว่าผู้อยู่ในธรรม อย่าประมาท และอย่าเป็นผู้เดือดร้อนในภายหลัง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้