ผู้มากด้วยการเรียนการฟังการตรึกธรรม การแสดงธรรม และการสาธยายธรรม แต่ไม่ชื่อว่าเป็นผู้อยู่ในธรรมเป็นไฉน

ในครั้งพุทธกาลนั้น มีสาวกจำนวนมากที่บรรลุขณะฟังธรรม ทำไมจขกท.ถึงพิมพ์ว่า “ขณะฟังธรรม“ คำตอบคือเพราะมันมีปัจจัยหลายอย่างมากที่ใครซักคนจะฟังธรรมแล้วบรรลุได้ทันที ซึ่งถ้าเราไม่ทราบถึงปัจจัยเหล่านั้นไว้บ้าง ก็จะเข้าใจไปว่าฟังธรรมอย่างเดียวก็ละกิเลสได้ บรรลุธรรมได้ โดยดูจากครั้งพุทธกาลแค่ฟังธรรมก็บรรลุแล้ว จนกลายเป็นเอาเหตุการณ์การบรรลุธรรมของสาวกมาเป็นบรรทัดฐานแทนอริยมรรค 8 ไปเลย

จขกท.เชื่อว่าครูบาอาจารย์ที่เก่งจริงๆสามารถแสดงธรรมได้ตรงจุดและทำให้ผู้ฟังโยนิโสมนสิการตามไปจนบรรลุธรรมได้ เช่นครูบาอาจารย์อย่างพระพุทธเจ้าและพระสาวก แล้วทำไมท่านเหล่านั้นไม่ได้สอนให้สาวกเรียนและฟังธรรมอย่างเดียวล่ะ แต่กลับสอนให้ละนิวรณ์ด้วยบ้าง เจริญสมถะบ้าง เจริญอานาปานสติบ้าง เป็นต้น ตรงนี้ก็น่าจะเป็นหลักฐานยืนยันได้อย่างหนึ่งว่าการเรียนและฟังธรรมอย่างเดียวจนบรรลุไม่สามารถเกิดกับทุกคนได้ ดังนั้นควรหรือไม่ควรที่จะส่งเสริมกันให้เรียนและฟังธรรมอย่างเดียวจนบรรลุ

อย่างพระสูตรในสปอยล์ที่จขกท.ยกมาด้านล่างนี้ ท่านก็แสดงว่าการเรียนการฟังการตรึกธรรม การแสดงธรรม และการสาธยายธรรมอย่างเดียวก็ยังไม่ชื่อว่าผู้อยู่ในธรรม อย่าประมาท และอย่าเป็นผู้เดือดร้อนในภายหลัง

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่