ฌาปนกิจเจ๊งเพราะคนสมัครน้อยลง แล้ว "ประกันสังคม" ที่คนเกิดน้อยลงล่ะ จะเริ่มออกอาการตอนไหน?




ช่วงนี้เราคงเห็นข่าวใหญ่ตามหน้าหนังสือพิมพ์และสื่อต่างๆ เกี่ยวกับวิกฤต "สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์" ในหลายพื้นที่
ที่สมาชิกพากันรวมตัวเข้าแจ้งความร้องเรียนและฟ้องร้องดำเนินคดี
เพราะสมาคมขาดสภาพคล่องอย่างหนัก สมาชิกเสียชีวิตแต่ทายาทกลับไม่ได้เงินช่วยเหลือ
หรือได้ไม่ครบตามสิทธิ ต้นเหตุหลักมาจากปัญหาคลาสสิกคือ "คนรุ่นใหม่มาสมัครสมาชิกน้อยลง แต่มีสมาชิกสูงอายุเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ"
จนระบบหมุนเงินไม่ทันและล่มสลายลง

ตามข่าว

ฌาปนกิจสงเคราะห์ ล่มสลาย เจาะปัญหาสังคมไทย ต้นเหตุคนตายไม่ได้เงิน

เอาผิดนายทะเบียน-กก. สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ปล่อยกิจการล่ม... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_10236528

จี้ปฏิรูประบบฌาปนกิจท้องถิ่น หลังสมาคมฯ ขาดสภาพคล่องเสียหาย 4.6 พันล้าน

พอกับมามองภาพใหญ่ของประเทศ ตัวเลขสถิติประชากรไทยย้อนหลังยิ่งน่าตกใจเข้าไปใหญ่ เพราะตอกย้ำวิกฤต "เด็กเกิดน้อย" แบบดิ่งลงเหว:

ปี 2565: เด็กเกิดใหม่เหลือเพียง 502,107 คน
ปี 2567: เด็กเกิดใหม่ร่วงลงเหลือ 462,240 คน (ต่ำกว่า 5 แสนคนเป็นประวัติการณ์ในรอบหลายสิบปี)
ปี 2568: ตัวเลขเด็กเกิดใหม่ยิ่งดิ่งลงไปอีกอยู่ที่ราว 416,574 คนเท่านั้น
ในขณะที่ตัวเลขคนตายพุ่งสูงเกิน 5 แสนคนต่อปีต่อเนื่องกันมาหลายปี ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยแบบเต็มรูปแบบอย่างรวดเร็ว
เมื่อโครงสร้างประชากรเปลี่ยนไปแบบนี้ ทำให้เกิดคำถามชวนคิดถึงระบบ "ประกันสังคม" ที่ใช้หลักการคล้ายกัน
คือเอาเงินคนรุ่นปัจจุบันไปจ่ายให้คนรุ่นก่อนหน้า
เมื่ออัตราการเกิดลดฮวบ แรงงานใหม่ที่จะเข้ามาสมทบกองทุนลดลงสวนทางกับจำนวนผู้สูงอายุที่รอรับเงินบำนาญชราภาพที่ยาวนานขึ้น

คำถามคือ...
ถ้าฌาปนกิจท้องถิ่นทยอยล่มสลายเพราะคนสมัครน้อยลง

สรุปคือ เรากำลังส่งเงินประกันสังคมเพื่ออนาคตตัวเอง หรือกำลังผ่อนจ่ายแชร์ลูกโซ่ระดับประเทศที่รอวันล่มสลาย? ถึงคิวพวกเราแก่ตัวลง จะยังมีเงินเหลือให้เราจริงๆ หรือแค่กินแกลบ?

ชวนมาแลกเปลี่ยนมุมมองกันครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่