บ้านหมุน หินปูนในหูหลุด EP8

กระทู้สนทนา
EP8
17มีค.68
   หลังจากที่ทำใจได้ว่าจะไม่สนใจข้อเสีย คือความน่ากลัวที่ยังคาดเดาไม่ได้ของเก้าอี้ TRV ที่จะหมุนผู้ป่วยให้สนุก สนาน หรือวิงเวียนมากขึ้นก็สุดที่จะเดา แต่จะสนใจเฉพาะ ข้อดีของเก้าอี้นี้ ที่คุณหมอและนักกายภาพบำบัดใช้เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่งในการรักษาโรคหินปูนในหูชั้นในหลุด (BPPV)  โดยการหมุนผู้ป่วย แบบ360 องศาในแนวระนาบและดิ่ง
(โอ๋ยโย๋....หนาวไปถึงกระดูกสันหลัง 555)  เพื่อปรับตำแหน่งหินปูนให้กลับเข้าที่อย่างแม่นยำ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงกว่าการทำกายภาพบำบัดแบบเดิม....คิดๆไปก็น่าลองไปนั่งแล้วใช่ไหมล่ะ เพื่อสะสมประสบการณ์ เรียนรู้ในการรักษา  เพราะเจ้าเก้าอี้นี้เหมาะมากโดยเฉพาะในผู้ป่วยสูงอายุ ผู้ที่มีปัญหาคอ หรือผู้ที่มีอาการบ้านหมุนรุนแรงเช่นข้าพเจ้า ที่รักษาด้วยการทำกายภาพบำบัดมาแล้วรวมเก้าครั้งจากสามคุณหมอก็ยังไม่ยอมหายขาดจากอาการสักกะที
     เมื่อทำใจได้แล้ว และก็ยอม รับกับทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นในการรักษา  จิตใจก็สงบไม่ทุรน ทุราย อ้อเป็นเช่นนี้เอง  กินได้ นอนหลับ ใช้ชีวิตไปตามปกติ ถึงวันนัดก็ออกจากบ้านไปรพ. แต่เช้า  ไปเดินตลาดนัดในรพ. ย้อมใจซะสามรพ. เริ่มจากนัดรพ.ราชวิถี เดินเรื่อยมาถึงนัดรพ.เด็ก ข้ามถนนไปนัดรพ. พระมงกุฏ แล้วเดินต่อไปถึงรพ.รามา โห ใจนิ่งมาก ช้อปอะไรไม่ได้สักอย่าง555 เดินตัวปลิว สบายๆไปนั่งรอคิวตรวจช่วงบ่าย
   บ่ายโมงปุ๊ป คุณหมอเจ้าของไข้เปิดประตูมาเองเลยนะ มาเรียกเราปั๊บ พอเข้าไปโอ้โหเจ้าหน้าที่เต็มห้องเลยนะมีน้องๆหน้าใสๆประมาณ 3 คนแล้วก็มีคุณหมอหนุ่มน้อยเพิ่มขึ้นอีก1  ทั้งหมดรวมกันก็ 5 ท่าน ยังบอกคุณหมอเลยว่าโอ้โหทำไมมากันเยอะเลย เดี๋ยวพี่เผลอร้องโวยวายทำเสียงดังไป ก็จะอายแย่เลยสินะเนี่ย555 คุณหมอบอกมาเยอะๆมาช่วยกัน ว่าแล้วก็เชิญคนไข้นั่งเก้าอี้ แล้วช่วยกันจับตัวคนไข้ล้อค ตั้ง แต่ส่วนหัว แขน และขา ตรึงให้แน่นหนา เพื่อความปลอดภัยเวลาหมุนๆๆ  คุณหมอมาอธิบายคร่าวๆถึงขั้นตอนของการรักษา ซึ่งทุกขั้นตอนจะมีคุณหมอและทีมงานคอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาไม่ต้องกลัวเรื่องความปลอดภัย เพราะจากนี้ต่อไปจะไม่ปลอดภัยแล้ว ...เอ๊ย.....
ขออภัย ต้องปลอดภัยสินะ 5555....น่าจะจริงเพราะว่ามีบุคลากรล้อมรอบกายขนาดนี้คงไม่ปล่อยให้คนไข้ หัวทิ่มตกลงมาจากเก้าอี้อย่างแน่ นอน
     ยกที่ 1 เริ่มขึ้นหลังจากที่คุณหมอบอกว่าเดี๋ยวจะหมุนเกัาอี้ให้เอนหงายลงมา แล้วจะพลิกทางซ้าย จากนั้นก็มีอุปกรณ์มาปิดตาทราบว่าเป็นกล้องสำหรับให้คุณหมอสามารถสังเกตทิศทางการเคลื่อนที่หรือการกระตุกของนัยน์ตาดำที่จะไปปรากฎในจอคอมพิวเตอร์อย่างชัดเจน
     ถึงจะเตรียมใจมาแล้วก็ตาม แม้กระนั้นก็ยังอดตื่นตระหนก  ตกใจไม่ได้เมื่อจู่ๆเก้าอี้ก็ถูกหมุนให้หงายลงไปแล้วเหวี่ยงไปทางซ้ายอย่างรวดเร็ว จนภาพในหัวหมุนติ้วๆไป จนเผลอร้องออกมาว่าหมุนแล้วๆๆๆ มันเหมือนกับตกลงไปในน้ำ และดำดิ่งลึกลงไปอย่างรวด เร็วในความมืดที่เคว้งคว้าง เสียงคุณหมอร้องบอกว่าไม่ต้องกลัวๆคุณหมออยู่ข้างๆไม่ต้องตกใจ ให้ลืมตาโตๆ ก็ได้แต่สงบใจ ลืมตาให้โตที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเท่าที่ค้นคว้า หาอ่านมาก่อนหน้านี้พบว่าเจ้าเครื่องนี้จะทำให้คุณหมอสามารถมองเห็นการเคลื่อน ไหวของลูกกะตาดำของเราได้อย่างชัดเจนในขณะที่เราเกิดอาการบ้านหมุน ได้ยินคุณหมอสองท่านถกเถียงกันมาก มายถึงอาการของเรา ว่ามันจะเป็นอะไรกันแน่เพราะรู้สึกว่าค่อนข้างจะพิสดารนอกตำราเดี๋ยวหมุนซ้าย หมุนขวา เดี๋ยวเหวี่ยงไปทางนู้นทางนี้ แต่เราไม่ค่อยรู้สึกอะไรมาก มีอาการบ้านหมุนเคว้งคว้างให้ตกใจเพียงครู่เดียว แล้วค่อยๆจางไปช้าๆ รู้สึกแต่ว่าเหมือนอยู่ใต้น้ำคนเดียวอย่างโดดเดี่ยว แต่ก็พยายามทำใจว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัว เสียงน้องผู้หญิงที่เป็นเจ้าหน้าที่ช่วยดูแลเครื่องมือบอกมาว่าพี่ไม่ต้องกลัวนะมันเป็นการรักษาเดี๋ยวพี่ก็จะหาย ใจชื้นมาเลยหายกลัว หายตกใจ กับความจริงที่ว่า เรามาเพื่อรักษา จะเจออะไรเราก็ต้องอดทนเพื่อรักษาให้อาการของเราดีขึ้น
ื   สักพักหนึ่งเสียงคุณหมอ
บอกว่าเอาล่ะจะพลิกไปทางขวา โอ้..ตายแล้วทางขวาเหรอจะเวียนหัวแค่ไหนก็ไม่รู้อ่ะ
  ...ลอง...ลองดู...สุดท้ายก็พบว่าไม่ได้เวียนอย่างที่คิด แต่ก็รู้สึกว่าเหมือนตกอยู่ใต้น้ำลึกสัก 30 วินาทีต่อมาเสียงคุณหมอบอกว่าเอาล่ะจะจับให้นั่งตัวตรงแล้วนะ จากนั้นเก้าอี้ก็ถูกหมุนเปลี่ยนให้เราขึ้นมานั่งตัวตรงบนเก้าอี้ตามเดิม เหมือนถูกงมขึ้นจากน้ำ ยังงัยยังงั้นเลย 555  ยังอยู่ในอาการตกใจ และเวียนหัว เสียงคุณหมอบอกว่าดีแล้ว เพราะนั่นคืออาการที่หินปูนกำลังพากันเคลื่อนกลับเข้าที่เข้าทาง คุณหมอถามว่าจะนั่งอยู่ในความมืดแบบนี้ หรือจะให้เปิดตา ก็บอกว่าขอเจอแสงสว่างหน่อยเถอะ...จากนั้นอาการเวียนหัวทุเลาลงจึงได้เห็นภาพการกระตุกหรือการเคลื่อนไหวของลูกกะตาดำของตัวเองที่ถูกบันทึกไว้บนหน้าจออย่างชัดเจน เดี๋ยวก็มีการกระตุก หรือว่าเคลื่อนที่ไปมาทางขวาที-ซ้ายที  ซ้ำไปซ้ำมาอย่างรวดเร็ว แล้วก็ค่อยๆช้าลง...ดูภาพแล้วก็น่าปวดหัวเหมือนกัน
    ยังไม่ทันได้พักร่างสักเท่าไร เสียงคุณหมอหนุ่มน้อย ก็บอกว่าเอ้าเดี๋ยวจะหมุนเก้าอี้ให้หงายลงไปอีกครั้ง เล่นเอาใจหาย รีบบอกว่าขอพักทำใจอีกแป๊บนึง น้องๆที่มาช่วยคุณหมอดูแลการทำงานของเจ้าเก้าอี้ และคอยลุ้นป้าอยู่น่ารักมากเลย มีการส่งเสียงเชียร์และชมตลอดเวลาที่ป้าตกอยู่ในความมืดว่า เก่ง...เก่งมากค่ะ  
   ดังนั้นจึงร้องขอให้สาวสวยคนนั้นช่วยจับมือป้าไว้ในการเหวี่ยงรอบต่อๆไป... มันช่วยเพิ่มกำลังใจ และรู้สึกมั่นใจราวกับว่าจะปลอดภัยมากขึ้น เมื่อมีใครสักคนคอยอยู่ข้างๆและจับมือเราไว้
   การเหวี่ยงในรอบต่อๆไป มีทั้งถูกจับเก้าอี้หงายลงตะแคงซ้าย และทางขวาอย่างรวดเร็ว และมีแบบคว่ำหน้าด้วยนะ แถมรอบนี้ก็ได้ยินเสียงคุณหมอถกเถียงกันอีกแล้วว่า เอ๊ะทำไมถึงเป็นแบบนี้ เอ๊ะทำไมไม่เป็นแบบนั้น เอ๊ะแล้วเราจะทำยังไงดี หรือจะจับคนไข้มาใช้กายภาพบำบัดแบบมือหมุนบนเตียงแบบเก่าดี แต่คุณหมอหนุ่มน้อยก็เสนอว่าเราสามารถหมุนคนไข้แบบรอบครึ่งโดยใช้เก้าอี้มหัศจรรย์ตัวนี้ได้ จาก  นั้นการหมุนแบบรอบครึ่งก็เกิดขึ้นโดยที่มีป้าคอยลุ้นแบบตื่นเต้น และใจสั่นขวัญแขวนอยู่อย่างเงียบๆ
   พอถูกพลิกให้หงายหลังลงมาอีกรอบอย่างรวดเร็วก็ยังรู้สึกตกใจในความมืดเพราะถูกปิดตา กับท่าทางที่ถูกล็อคไว้ ทำให้นึกถึงท่าของทารกในครรภ์มารดาขึ้นมาทันที รู้สึก เหมือนดำดิ่งอยู่กับตัวเองพร้อมๆกับความรู้สึกกลัว และตกใจ จากนั้นใจก็เปลี่ยนเป็นแค่รับรู้ในสิ่งที่เป็นอยู่ แต่ไม่ได้กลัวหรือตกใจ ใจจึงสงบลงในที่สุด.....ป่วยทางกายครั้งนี้ได้บทเรียนทางใจหลายบทมากเลยนะเนี่ย...

แต่พอสักพักนึงเริ่มคุ้นกับเจ้าเก้าอี้มหัศจรรย์ตัวนี้แล้ว.... ก็เริ่มนึกสนุกขึ้นมา เพราะว่า
อาการบ้านหมุนเหมือนมีน้อยลง และค่อยๆหายไปจนแทบไม่มีอาการ จึงมีอาการสนุกเข้ามาแทนที่ หลังจากอารมณ์ที่รับรู้แต่ว่าเราต้องอยู่คนเดียวเงียบๆในความมืดก็ดูใจตัวเองว่าตกใจหรือเปล่าก็พบว่าไม่เป็นไรใจเราสงบ และรู้สึกว่าแอบสนุกกับการอยู่คนเดียวเงียบๆแบบนี้ เดี๋ยวก็เหวี่ยงซ้าย
เดี๋ยวก็เหวี่ยงขวา เข้าใจแล้วแหละว่า ทำไมเค้าถึงชอบเข้า ไปเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกที่หมุนไป...เหวี่ยงไป แล้วก็เหวี่ยงมากัน  อ๋อ...มันสนุก เร้าใจแบบนี้นี่เอง
    จากนั้นการกายภาพบำบัดโดยเก้าอี้มหัศจรรย์ก็จบลง จำไม่ได้แล้วว่าหมุนไปกี่รอบ แต่อาการบ้านหมุน และอาการหนักหัวที่เป็นมาก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะหายไปเป็นปลิดทิ้ง พร้อมๆกับความยินดีของคุณหมอทั้งสองท่าน และน้องๆจากบริษัทเก้าอี้วิเศษที่มาคอยดูแล ช่วยเหลือคุณหมอในการใช้เก้าอี้...ไม่แน่ใจว่าวันนี้เราได้ใช้ประโยชน์ในการรักษาเต็มศักยภาพของเก้าอี้หรือยังนะเนี่ย...
    คุณหมอเจ้าของไข้ ให้ไปพบคุณหมอลูกหยีในนัดต่อไป 27มีค.69 เพื่อให้วินิจฉัยว่าอาการบ้านหมุนหายไปอย่างถาวรแล้ว เอ๊ะหรือแค่หลอกให้หลงดีใจชั่วคราว ขอให้เป็นแบบถาวรดีกว่านะ 555
   ก็ให้รู้สึกขอบคุณคุณหมอทั้งสองท่านมากมาย รวมทั้งน้องๆที่มาช่วยลุ้น ช่วยเชียร์และช่วยดูแลการใช้เก้าอี้มหัศจรรย์อย่างใกล้ชิด...รู้สึกว่าเป็นหนี้บุญคุณทั้งคุณหมอทั้งเจ้าหน้าที่ทุกท่านและเก้าอี้มหัศจรรย์ตัวนี้ เก้าอี้ TRV ขอบคุณมากๆเลยค่ะสำหรับผู้ประดิษฐ์คิดค้นเก้าอี้ TRV มีประโยชน์มากๆเลย คุณหมอ
บอกด้วยความภูมิใจว่าเป็นเก้าอี้ตัวเดียวในประเทศไทยและมีที่รพ.รามาแห่งเดียวเท่า นั้นนะเนี่ย...แอบคิดในใจว่าถ้าไม่มีบุญจริงคงไม่ได้นั่งแน่นอน 555
    ขอรีวิวความรู้สึกของคนไข้หลังจากได้ใช้เก้าอี้ตัวนี้เพื่อทำกายภาพบำบัด เปรียบเทียบกับการทำกายภาพบำบัดแบบเดิมโดยหัตถการของคุณหมอ  ให้รู้สึกว่าการใช้เก้าอี้จะคุ้มค่า และให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ถึงแม้ว่าจะรู้สึกว่าน่ากลัวกว่าก็ตาม แต่ในความเป็นจริงไม่ได้น่ากลัวแบบที่คิด ที่เรากลัวไปก่อนเพราะเราไม่รู้ จิตจึงปรุงไปตามความคิดของตนเอง...หลังจากผ่านประสบการณ์ไม่ลอง...ไม่รู้ มาแล้ว จึงรู้สึกว่าเก้าอี้TRV ตัวนี้เป็นมิตรกับเรามาก สามารถช่วยทำให้ก้อนหินปูนกลับเข้าที่ได้อย่างตรงเป้าหมายขึ้น การรักษาในช่วงแรกอาจจะรู้สึกทรมาน และอึดอัด แต่ช่วงต่อๆไปพอเริ่มคุ้นชินกับการหมุนของเก้าอี้แล้วก็จะรู้สึกสบายขึ้น ก็ขอให้การรักษาครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่จะไม่ต้องมาพบเก้าอี้ตัวนี้อีกแล้ว ถึงแม้ว่าจะชอบมาก...มากก็ตาม555
    คุณหมอบอกว่าจริงๆแล้วอยากได้เครื่องมืออีกชนิดหนึ่งซึ่งยังไม่ได้คุยรายละเอียดกับท่านว่าคือชนิดไหนเพื่อใช้ช่วยกันกับเก้าอี้TRVในการรักษาคนไข้ให้มีอาการดีขึ้น ใจก็อยากจะช่วยคุณหมอเพื่อทำให้ฝันนั้นเป็นจริง...
  ประเทศเราน่าแปลกมาก งบประมาณมักจะไปตกอยู่กับสิ่งที่ไม่ค่อยสำคัญ แต่บังเอิญผู้ตั้งขอดันเป็นผู้มีความสำคัญ สำคัญด้านไหนก็ไม่รู้555

  อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีประโยชน์ต่อผู้ป่วย มักมีราคาสูง และอาจจะเกินงบประมาณที่ทางโรงพยาบาลมี จึงมักเป็นหน้าที่ของประชาชนแบบพวกเรา ที่เรียกขานกันว่า ผู้มีจิตศรัทธา ร่วมด้วยช่วยกันบริจาค เพื่อความมุ่งมั่นในการเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาของคุณหมอจะได้เป็นจริงค่ะ

   เดินทางกลับบ้านด้วยอาการลิงโลด เหมือนหายเป็นปกติอย่างฉับพลัน แต่พอตื่นเช้าขึ้นมา กลับพบว่ามึนและหนักหัวไปอีกสองวัน ต้องพึ่งยาที่คุณหมอให้ไว้ อาการถึงดีขึ้น คง
อยู่ในช่วงปรับตัวมังคะ...ไว้มาเล่าต่อไปนะคะหลังพบคุณหมอลูกหยีแล้วในสัปดาห์ต่อไป

ขอกราบขอบพระคุณ และขอบคุณ
คุณหมออลงกต เอมะสิทธิ์ คุณหมอกฤตนัย ธีรธรรมธาดา แผนกหู คอ จมูก
คุณน้องพยาบาล เจ้าหน้าที่จากบริษัทเก้าอี้TRV และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทุกท่านของคลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว โรงพยาบาลรามาธิบดี
       ขอบพระคุณมากค่ะ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่