บ้านหมุน หินปูนในหูหลุด EP6

กระทู้สนทนา
EP6

18กพ.69 ออกจากบ้านตั้งแต่ตีสี่ห้าสิบ ฝ่าการจราจรที่ยังไม่คับคั่งบนถนนพระราม2 ถึงรพ.ตั้งแต่หกโมง คนไข้เต็มรพ.แล้ว
   พบคุณหมอลูกหยี ตอนเก้าโมงกว่าๆเพื่อติดตามอาการและทำกายภาพบำบัดเหมือนเดิม คุณหมอชมว่าอาการดีขึ้น มีหลานๆนศพ.  มาฝึกเรียนรู้อาการ และการรักษาด้วยแหละ น่าเสียดายที่วันนี้อาการบ้านหมุนน้อยลงเยอะเมื่อเทียบกับครั้งแรกๆที่มารักษา  ตอนที่ตะแคงหัวไปทางซ้ายและขวาอย่างเร็ว อาการบ้านหมุนจะค่อยๆหมุนและจะหยุดค่อนข้างเร็ว แหมเอาใจช่วยหลานๆแทบแย่ ด้วยการพยายามไม่ยกนิ้วชี้ขึ้นเพ่งเพื่อให้อาการหมุนหยุดเร็วขึ้น ด้วย เกรงว่าหลานๆจะไม่ทันเห็นอาการลูกตากระตุกที่เกิดขึ้นเมื่อมีอาการหมุนของบ้าน
   เดินออกจากห้องตรวจด้วยอาการเกือบปกติ น้องไม่ต้องคอยประคับประคอง และเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย
  เช้าวันใหม่  บ้านหมุนแต่เช้า ตั้งแต่ตื่นเลยค่ะ ถามคุณหมอไว้แล้ว คุณหมอบอกอาจเป็นเพราะหินปูนก้อนอื่นอาจหลุดมาอีก ให้ทำอะไรช้าๆ เรียนรู้บทเรียนจากคราวที่แล้ว ต้องนอนพักนิ่งๆเกือบทั้งวัน อาการจึงจะดีขึ้น

  20กพ.69 รีบมารพ.แต่เช้าตรู่เช่นเดิม เพื่อมาทำกายภาพบำบัดกับอจ.แพทย์อีกท่านนึง... ถนนพระรามสองมีการปิดช่องทางเดินรถสองช่อง ทั้งขาเข้าและออก นัยว่าเพื่อความปลอดภัย ..ตรงไหนหว่า?? และอย่างไร??? 5555 มันก็เสี่ยงตลอดแหละ หากการบังคับใช้กฏหมายยังอ่อนแอแบบนี้ นึกถึงคำคมบทนึงขึ้นมาทันที..."เมื่อเงินขึ้นเสียง...ความจริงก็ก้มหน้า"
แล้วเมื่อไหร่ความจริงถึงจะเปิดหน้าสู้สักทีล่ะคะ..รอค่ะ..รอ...อยากเห็นจริงๆ....
    วันนี้คนไข้รู้สึกว่าอาการดีขึ้นจากการทำกายภาพของคุณหมอลูกหยีเมื่อวันก่อน และพยายามไม่ก้ม ไม่เงย ไม่ทำอะไรตามที่คุณหมอ และเอกสารคู่มือห้ามทำอย่างเด็ดขาด รวมถึงการพักผ่อนอย่างเกินพอเพียง หลับตั้งแต่สองทุ่ม ตื่นเจ็ดโมงเช้ามาโดยตลอด โห..หลับได้งัยเนี่ย เกือบสิบสองชม.ต่อคืนเชียว นะเนี่ย555
  แต่ท่านอจ.แพทย์ นักกาย ภาพคนเก่งยังไม่ค่อยพอใจผลการรักษาที่คนไข้ยังไม่ยอมหาย100% สักกะที โธ่คุณหมอขา เพิ่งมาพบกันครั้งที่3คนไข้ยังรู้สึกว่าอาการตัวเองดีมากขึ้นเพราะฝีมือคุณหมอทั้งสองท่าน รอบนี้คุณหมอเลยทำ กายภาพเบาๆ จัดการหูข้างขวาไปก่อนข้างเดียว โดย
คราวนัเน้นให้พยายามกลับมานอนตะแคงซ้าย เพื่อจัดการให้หินปูนที่จัดเรียงให้เข้าที่ในหูขวาตอนทำกายภาพไม่กระเด็นออกมาให้วุ่นวายอีกออกจากห้องกายภาพก็สามารถเดินได้อย่างตรงทาง มีอาการปกติ  แต่ในใจก็คิดล่วงหน้าไปแล้วตามประสบการณ์ ว่าคอยดูวันพรุ่งนี้เถอะ...ใช่เลย ตื่นขึ้นมายังไม่กล้าลุกจากที่นอน ต้องรอสักพักจึงลุกขึ้นนั่ง ..น่านงัยมาแล้ว อาการโยกเยก..เหมือนเมาเลย คงเหมือนที่คุณหมอบอก...อาจมีเจ้าหินปูนบางก้อนที่ไม่ยอมเข้าที่หนีออกมาเดินเล่นอีกแล้ววว
   ค่อยๆประคองตัวลงจากเตียงจับไม้คธาไว้แน่น ล้างหน้า แปรงฟัน ทานข้าว...อันนี้คือจัดอาหารเหลวให้น้องหมาอาวุโสทานก่อน นางไม่สบายช่วงเดียวก๊ะเราเลย ตับอ่อนนางอักเสบ เพราะอ้วน และปรนเปรออาหารไขมันสูงให้มากเกินไป...ตอนนี้หลังจากรักษาด้วยการให้น้ำเกลือ ฉีดยา ไปแล้วจนอาการดีขึ้นก็ต้องมาจัดการคุมเรื่องอาหารตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
ช่วงนี้นางกินอาหารเหลว ย่อยง่ายไขมันต่ำ digestro low fat รสเป็ดซะด้วย วันละ4มื้อๆละ70ก. เพื่อให้ตับอ่อนมีเวลาพักและดูดซึมอาหารที่ทานแล้วให้หมดในแต่ละมื้อ..
หมาก็แก่ ...คนก็ ยังไม่ค่อยแก่ 555 ก็ดูแลกันไป
   หลังจากทานข้าวเช้า ทานยา ก็นอนต่อถึงเที่ยง อาการค่อยๆดีขึ้น การนอนกลางวันคงเป็นการหลอกล่อให้หินปูนเข้าที่ได้อีกทางหนึ่ง หลังจากที่กลางคืนเจ้าหินปูนดันหลุดออกมาเดินเล่น....คาดว่าพรุ่งนี้และวันต่อไป ถ้าไม่เผลอไปทำท่าต้องห้าม...อาการคงทรงๆ และอาจดีขึ้น...อยากให้ดีขึ้นจังเพื่อนำไปเสนอคุณหมอผู้ทุ่มเทให้กับการรักษาอย่างมาก...ลุ้นค่ะลุ้น
    อ้อคุณหมอบอกให้ย้ายมาอยู่กทม.สักพักได้ไหม ไม่งั้นรักษาไปแล้วเดินทางไป กลับแบบนี้ เจอถนนไม่ดี รถกระแทก หินปูนก็ไม่เข้าที่สักที เห็นด้วยกับคุณหมอค่ะ แต่ชีวิตจริงมันไม่ง่ายเลยอ่ะ ถึงแม้เพื่อนที่เป็นคุณหมอเช่นกันก็บอกมาว่าการทำกายภาพ บำบัดถ้ายังไม่หายขาด พอ
กลับไปเจอภาวะเดิมๆก็เหมือนเดิม...ก็พยายามแก้ไขเท่าที่ทำได้ ไม่ต้องถึงกะย้ายบ้านเนอะ เอาแค่เปลี่ยนการเดินทางจากการใช้รถขนาดเล็กที่คล่องตัว วิ่งฉิวดีแต่ด้วยน้ำหนักรถค่อนข้างเบาทำให้นั่งแล้วสะเทือนมากในสภาพถนนวิบากที่มีการก่อสร้างแบบไม่รู้จบ  ในชื่อถนนเจ็ดชั่วโคตร   . ..โหชื่อถนนช่างน่ากลัวมว้ากกก
    ต้องหารถคันใหม่ที่ใหญ่กว่า และมีสมรรถนะการขับเคลื่อน ที่นิ่งมากกว่า น่าจะช่วยบรรเทาปัญหาลงได้บ้างเน้อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่