...ต้องอบรมด้วยหรือ ?

กระทู้สนทนา
      หลายปีก่อน ที่บางปลา กระทุ่มแบน สมุทรสาคร มีโรงงานผลิตกระดาษคร๊าฟท์ เบอร์ใหญ่ของประเทศ เชิญอาจารย์ผมไปเป็นวิทยากร บรรยายให้ว่าที่หัวหน้างานระดับต้น และกลางที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ประจำปี รวมทั้งพนักงานเข้าใหม่ในระดับบังคับบัญชา กว่า 40 คน มีทั้งหญิงและชาย...
      ทุกคนตั้งใจรับความรู้ เพราะรู้ว่า ต้องไปเป็นหัวหน้างาน (Line Leader, Junior Foreman) ตามหลักสูตร “เตรียมความพร้อมสู่การเป็นหัวหน้างานอย่างมีผลสำเร็จ” หลักสูตรที่บริษัทใหญ่หลายๆแห่ง นิยมจัดขึ้น ไม่เว้นหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ แทบทุกแห่ง
      ที่ใช้เวลาอบรมมากที่สุด เท่าที่เคยเจอ เป็นโรงงานผลิต Consumer Products ของญี่ปุ่น เจ้าใหญ่ในนิคมภาดตะวันออก ใช้เวลาอบรมวันละ 6 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 2 วัน เป็นเวลาทั้งหมด 48 ชั่วโมง นอกนั้นทำงานตามตามปกติ เข้าไปมีส่วนร่วมอยู่ 2 รุ่น
      ทุกวันที่มีการอบรม ทั้งเช้าและบ่าย จะต้องมีการออกไปฝึกพูดหน้าชั้น นำเสนอ...เกี่ยวกับสิ่งที่ได้รับจากการอบรมที่ผ่านมา  บางครั้งก็มีการตั้งตุ๊กตาปัญหา/อุปสรรคที่เกิดขึ้นจริง ร่วมกันวิคราะห์ เสนอทางออก

      หัวหน้างานทุกระดับ ค้องมีทักษะการสื่อสารที่ชัดเจน ให้กับทีมงาน เพื่อทำงานได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ มีทัศนคตที่ถูกต้อง ต่องาน-เพื่อนพนักงาน-องค์กร

     ข้อดีของหลักสูตรที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ การที่พนักงานทุกคน รับรู้ว่า ว่าที่หัวหน้างานใหม่ทุกคน จะมีความรู้ และรับการถ่ายทอดประสบการณ์ สามารถเป็นหัวหน้างานที่ดีได้...
     สำหรับผู้อยู่ในโครงการ..ต่างตั้งใจ สนใจสอบถาม รับความรู้ มีส่วนร่วม เต็มใจฝึกทักษะต่างๆที่จำเป็นต่อการเป็นหัวหน้างานที่ดี ในเรื่องการ สอน-สั่ง-มอบหมาย-ติดตามงาน....และมั่นใจที่จะออกไปเป็นหัวน้างานที่ดี สูงขึ้นๆไปตามลำดับ
    ส่วนพนักงานที่เหลือ ก็ให้ความนับถือว่าที่หัวหน้างานใหม่ทั้งหลาย มั่นใจว่า จะมีหัวหน้าที่ดี มีความรู้ในการนำ รู้งาน คอยดูแล สนับสนุนช่วยเหลือ มีความเป็นธรรม ในระบบอย่างแน่นอน.ต่างก็มุ่งมั่นทำงานอย่างมีประสิทธภาพ เพื่อให้ได้รับการคัดเลือกในรุ่นต่อๆไป
     ระหว่างเวลาพัก หรือก่อนเริ่มในแต่ละช่วง ผู้บังคับบัญชาระดับสูงขึ้นไปของผู้เข้าโครงการฯ ต่างก็แวะเวียนมาเสวนากับผู้เข้าโครงการ ฯ ไม่เลือกว่าใครอยู่แผนก/ฝ่ายใดเลย
    การที่ผู้บริหารงานระดับสูง ให้ความสนใจหลักสูตรอบรมพัฒนาพนักงานในสังกัด มีข้อดีมากมาย เคยเห็นในหลายแห่ง เช่นที่โรงงานทำขนมปังเจ้าใหญ่ของประเทศที่บางชัน ผู้จัดการฝ่ายร่วม 10 คน เข้าฟังในฐานะผู้สังเกตการอยู่หลังห้อง ตั้งแต่ต้นจนจบ
      โดยเฉพาะโรงงานที่มีผู้บริหารชาวญี่ปุ่น จะเข้ามากล่าวเปิด เป็นภาษาอังกฤษ ภาษาไทยก็มีนะส่วนที่ใช้ภาษาญี่ปุ่น ก็มีล่าม ซึ่งได้ใจผู้เข้ารับการอบรมอย่างมาก
       แต่กลับกัน หลายบริษัท/โรงงานที่มีผู้บริหารเป็นคนไทย เห็นเดินผ่านห้องอบรม ให้ไปเชิญมาให้กำลังใจพนักงาน...ผมรีบครับ....อย่างนี้ จะได้ใจลูกน้องได้อย่างไร ?
      ตามอาจารย์ไปช่วยแจกเอกสาร กำกับเวลา ดูแลเบรค และมื้อกลางวันของอาจารย์ หลังหมดหน้าที่ เตร่ไปยืนชมโรงงานอยู่หน้าห้องอบรม คิดอะไรไปตามเรื่อง
    เสียงทักจากพนักงานชายที่เดินผ่านมาถามขึ้นว่า “มาจัดอบรมเรื่องอะไรหรือครับ ?
    ตอบกลับไปตามมารยาทว่า “การเป็นหัวหน้างานที่ดี...ครับ”
    เขาหันมามอง (ดูเหมือนหมิ่น..นิดๆ) แล้วพูดต่อว่า
    “เรื่องแค่นี้...ต้องสอนกันด้วยหรือ ?”  
    อ้าว...เมิ..ง...ไม่สอนแล้วอาจารย์ตูจะมีเงินจ้างตูหรือ ? ....
“แค่พูดกับพวกผมดี ๆ ...ก็พอ” แล้วเขาก็เดินจากไป..
    
          เล่าให้อาจารย์ฟังก่อนเริ่มภาคบ่าย อาจารย์ก็ถือโอกาส “ขาย” เราเลย ว่า เป็นคนเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง
          ระเบิดลงเซ็งแซ่กันทั้งห้อง จากว่าที่หัวหน้าที่ได้ตำแหน่งใหม่....ยกเว้นพวกที่เข้าใหม่...สังเกตุเห็นพวกคนใหม่ “หน้าถอดสี”กับแทบทุกคน.
          สายตาคาดคั้น จ้องเขม็ง สาดเสียงรัวๆ
   “มันเป็นใคร ใคร พูด ชื่ออะไร รูปร่างหน้าตายังไง ????” บอกมานะ....
         ต้องหันมองอาจรารย์ให้ช่วย...ไม่งั้นคงม้วยแน่ๆ

         บัตรประจำตัวพนักงาน เห็นชัดว่าชื่อ-สกุล ตำแน่ง แผนกอะไร....จำได้เพราะยืนประจันหน้ากันใกล้ๆ...
         ว่างๆ....ช่วยกันจินตนาการต่อกันเอาเองนะครับว่า พนักงานคนนั้นจะได้รับการกระทำต่ออย่างไร ? หากผมบอก ชื่อ-นามสกุล ตำแหน่ง สังกัดแผนกอะไร ??
 
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่