คนรุ่นใหม่เกาหลีใต้แห่กู้เงินลงทุนในหุ้น AI ยอมใช้เลเวอเรจ 5 เท่า หวังพลิกชะตาสร้างตัวได้ ท่ามกลางราคาที่อยู่อาศัยพุ่งสูง แต่การ 'ปรับฐาน' ของตลาดล่าสุดกลับทำให้นักลงทุนรายย่อยขาดทุนหนัก แบงก์ชาติต้องออกโรงเตือนความเสี่ยงจากการลงทุนด้วยเลเวอเรจ
"ผมแทบหายใจไม่ออกจริงๆ" อี ซึงโฮ นักศึกษามหาวิทยาลัยวัยในกรุงโซลกล่าวกับรอยเตอร์ส หลังพอร์ตลงทุนที่เคย "เติบโตหลายเท่า" จากเงินออม 20 ล้านวอน จนมีมูลค่าเกือบ 300 ล้านวอน (เกือบ 7 ล้านบาท) "หายวับ" ภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์
นักศึกษาวัยเพียงแค่ 24 ปีรายนี้ สร้างผลตอบแทนมหาศาลขนาดนี้ด้วยการใช้ "เงินกู้มาร์จิ้น" ผ่านแอปพลิเคชันซื้อขายหุ้น ซึ่งเพียงกดปุ่มไม่กี่ปุ่มบนหน้าจอมือถือก็สามารถปลดล็อกการลงทุนด้วยเลเวอเรจเป็น 5 เท่าได้ทันที
แต่เมื่อหุ้นเกาหลีใต้พลิกเข้าสู่ช่วง "ปรับฐาน" ท่ามกลางการเทขายหุ้น AI ครั้งใหญ่ทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมา โบรกเกอร์ก็ทยอยบังคับขายหลักทรัพย์ (Forced Liquidation) จนกำไรทั้งหมดหายไป และมูลค่าพอร์ตลดลงต่ำกว่าเงินลงทุนตั้งต้น
เดิมพันหุ้นหวังสร้างตัว
แต่แม้จะเพิ่งเผชิญความเสียหายครั้งใหญ่ นักศึกษารายนี้ยังคงยืนยันว่าจะกลับใช้เงินกู้เล่นหุ้นอีกครั้งทันทีที่มีเงินทุนมากพอ เพราะสำหรับเขาแล้ว การใช้เลเวอเรจยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการสร้างตัว
"หุ้นเป็นสินทรัพย์ที่ผันผวนสูง ถ้าเป็นช่วงขาขึ้นก็จะทำเงินได้เร็ว" อี ซึงโฮกล่าว "ถ้าผมใช้เลเวอเรจ 5 เท่า ผมก็สามารถสร้างความมั่งคั่งได้เร็วกว่าคนอื่น 5 เท่า"
เป้าหมายของอีไม่ใช่การเก็งกำไรระยะสั้น แต่คือการมีได้มีอพาร์ตเมนต์สักห้องในกรุงโซลก่อนแต่งงานและสร้างครอบครัวได้
เรื่องราวของนักศึกษาหนุ่มรายนี้สะะท้อน "ปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในเกาหลีใต้" เมื่อคนหนุ่มสาวจำนวนมากหันมาใช้เงินกู้และผลิตภัณฑ์การลงทุนแบบเลเวอเรจ เพื่อหวังสร้างตัวสร้างความมั่งคั่งในตลาดหุ้น
เบื้องหลังปรากฏการณ์ดังกล่าว คือ "ราคาที่อยู่อาศัยในกรุงโซล" ที่เพิ่มขึ้นจนเฉลี่ยสูงเทียบเท่า "รายได้ 14 ปี" ทำให้บัณฑิตจบใหม่จำนวนมากรู้สึกว่าตัวเองแทบไม่มีโอกาสสร้างตัวได้เลยในชีวิตนี้หากใช้ความมั่งคั่งช่องทางการลงทุนหรือเก็บเงินแบบดั้งเดิม ส่งผลให้การลงทุนด้วยเลเวอเรจถูกมองว่าเป็นโอกาสสำคัญในการพลิกชีวิตสร้างตัวได้
อย่างไรก็ตาม ความเชื่อดังกล่าวกำลังถูกทดสอบครั้งใหญ่ หลังหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งเคยนำตลาด และทำให้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้มีผลประกอบการดีที่สุดในโลกในปีนี้ ปรับตัวลงอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา
อ่านต่อ:
https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1244032
ทำไมคนเกาหลีใต้แห่กู้เงินเล่นหุ้น? เปิดเบื้องหลังเดิมพันหุ้น AI รายย่อยเจ๊งหนัก
"ผมแทบหายใจไม่ออกจริงๆ" อี ซึงโฮ นักศึกษามหาวิทยาลัยวัยในกรุงโซลกล่าวกับรอยเตอร์ส หลังพอร์ตลงทุนที่เคย "เติบโตหลายเท่า" จากเงินออม 20 ล้านวอน จนมีมูลค่าเกือบ 300 ล้านวอน (เกือบ 7 ล้านบาท) "หายวับ" ภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์
นักศึกษาวัยเพียงแค่ 24 ปีรายนี้ สร้างผลตอบแทนมหาศาลขนาดนี้ด้วยการใช้ "เงินกู้มาร์จิ้น" ผ่านแอปพลิเคชันซื้อขายหุ้น ซึ่งเพียงกดปุ่มไม่กี่ปุ่มบนหน้าจอมือถือก็สามารถปลดล็อกการลงทุนด้วยเลเวอเรจเป็น 5 เท่าได้ทันที
แต่เมื่อหุ้นเกาหลีใต้พลิกเข้าสู่ช่วง "ปรับฐาน" ท่ามกลางการเทขายหุ้น AI ครั้งใหญ่ทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมา โบรกเกอร์ก็ทยอยบังคับขายหลักทรัพย์ (Forced Liquidation) จนกำไรทั้งหมดหายไป และมูลค่าพอร์ตลดลงต่ำกว่าเงินลงทุนตั้งต้น
เดิมพันหุ้นหวังสร้างตัว
แต่แม้จะเพิ่งเผชิญความเสียหายครั้งใหญ่ นักศึกษารายนี้ยังคงยืนยันว่าจะกลับใช้เงินกู้เล่นหุ้นอีกครั้งทันทีที่มีเงินทุนมากพอ เพราะสำหรับเขาแล้ว การใช้เลเวอเรจยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการสร้างตัว
"หุ้นเป็นสินทรัพย์ที่ผันผวนสูง ถ้าเป็นช่วงขาขึ้นก็จะทำเงินได้เร็ว" อี ซึงโฮกล่าว "ถ้าผมใช้เลเวอเรจ 5 เท่า ผมก็สามารถสร้างความมั่งคั่งได้เร็วกว่าคนอื่น 5 เท่า"
เป้าหมายของอีไม่ใช่การเก็งกำไรระยะสั้น แต่คือการมีได้มีอพาร์ตเมนต์สักห้องในกรุงโซลก่อนแต่งงานและสร้างครอบครัวได้
เรื่องราวของนักศึกษาหนุ่มรายนี้สะะท้อน "ปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในเกาหลีใต้" เมื่อคนหนุ่มสาวจำนวนมากหันมาใช้เงินกู้และผลิตภัณฑ์การลงทุนแบบเลเวอเรจ เพื่อหวังสร้างตัวสร้างความมั่งคั่งในตลาดหุ้น
เบื้องหลังปรากฏการณ์ดังกล่าว คือ "ราคาที่อยู่อาศัยในกรุงโซล" ที่เพิ่มขึ้นจนเฉลี่ยสูงเทียบเท่า "รายได้ 14 ปี" ทำให้บัณฑิตจบใหม่จำนวนมากรู้สึกว่าตัวเองแทบไม่มีโอกาสสร้างตัวได้เลยในชีวิตนี้หากใช้ความมั่งคั่งช่องทางการลงทุนหรือเก็บเงินแบบดั้งเดิม ส่งผลให้การลงทุนด้วยเลเวอเรจถูกมองว่าเป็นโอกาสสำคัญในการพลิกชีวิตสร้างตัวได้
อย่างไรก็ตาม ความเชื่อดังกล่าวกำลังถูกทดสอบครั้งใหญ่ หลังหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งเคยนำตลาด และทำให้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้มีผลประกอบการดีที่สุดในโลกในปีนี้ ปรับตัวลงอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1244032