ว่าไปแล้ว…เราเป็นคนผิดไหม
ครอบครัวเรามีลูกสาว 4 คน เราเป็นคนที่สอง
ตอนเราอายุประมาณ 9 ขวบ แม่เป็นหนี้จากการกู้เงินมาค้าขาย และยังถูกโกงจากแชร์ลูกโซ่อีก ทำให้ครอบครัวต้องแบกรับภาระหนักมาก แม่พยายามทำทุกอย่างเพื่อหาเงิน ไม่ว่าจะเป็นขายขนมไทย เปิดร้านซักรีด ขายของในโรงเรียนประถม หรือเปิดร้านอาหาร เปลี่ยนอาชีพบ่อยมากเพราะแต่ละอย่างไปได้ไม่นาน
แต่คนที่เหนื่อยที่สุดในสายตาเราคือพ่อ เพราะพ่อไม่ได้แค่หาเงิน แต่ยังต้องช่วยแม่ทำงานทุกอย่าง
ตอนเปิดร้านซักรีด พ่อต้องออกทุนให้ ช่วยรับส่งผ้า ส่วนพี่สาวต้องตากผ้ากองใหญ่ทุกวัน เราทั้งห้าคนอาศัยกันอยู่ในบ้านหลังเล็ก ๆ อย่างแออัด
พอแม่ขายขนมไทย พ่อต้องทำไส้ ผสมแป้ง ส่วนเรากับพี่ต้องไปขายของหลังเลิกเรียนและทุกวันเสาร์อาทิตย์ น้องอีกสองคนก็ช่วยขูดมะพร้าว ยกของ
ยอมรับว่าตอนนั้นเรากับน้องเบื่อและไม่อยากทำ เพราะยังเป็นเด็ก แต่สุดท้ายก็ทำ เพราะสงสารพ่อกับแม่
ช่วงนั้นพี่สาวป่วยหนัก ไอเป็นเลือด เมื่อตรวจจึงพบว่าเป็นโรคปอด แต่ถึงอย่างนั้นแม่ก็ยังให้พี่ไปขายของต่อ
เวลาต้องห่อขนม ญาติ ๆ จะมาช่วยกันทั้งบ้าน แม้แต่ยาย ซึ่งเป็นคนเลี้ยงเราตั้งแต่อายุเพียง 16 วัน ทั้งที่อายุมากแล้วก็ยังต้องมาช่วย
สุดท้ายแม่ก็สู้ไม่ไหว เพราะหนี้สินมีหลายทาง และวันหนึ่งแม่ก็ทิ้งพวกเราไป
ตอนนั้นเป็นช่วงปิดเทอมก่อนขึ้น ม.2
วันนั้นเป็นครั้งแรกที่เราเห็นพ่อร้องไห้ พ่อพยายามตามหาแม่ ติดต่อทุกคน แต่ไม่มีใครรู้ว่าแม่อยู่ที่ไหน
ตอนนั้นเรารู้สึกหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งโกรธ ทั้งใจหาย ทั้งเสียใจ สงสารตัวเอง สงสารน้อง ๆ และสงสารพ่อ
ตากับยายก็ร้องไห้ไป ด่าแม่ไป เรารู้ว่าลึก ๆ แล้วท่านรักลูกสาวของท่านมาก เพียงแต่รับเรื่องนี้ไม่ได้
เวลาผ่านไปประมาณครึ่งปีถึงหนึ่งปี อาการของพี่สาวก็ดีขึ้นจนหายขาด
หลังจากนั้นพวกเรายังไปขายขนมที่ตลาดกลางคืนแถวบ้านอยู่พักหนึ่ง แต่สุดท้ายก็เลิก เพราะคนเดินตลาดน้อยลง
ช่วงนั้นเอง แม่ติดต่อกลับมา
แม่พูดกับเราว่า “ไม่น่าเชื่อเลยว่าคนที่ยังทำต่อจะเป็นหนู”
แม่บอกว่า เพราะแม่ไม่ได้เลี้ยงเรามาเท่ายาย ตั้งแต่เกิดเรากับน้องคนเล็กอยู่กับยาย ส่วนแม่เลี้ยงพี่สาวและน้องคนที่สามมากกว่า
แม่รักพี่สาวเรามาก แต่พี่สาวกลับเกลียดแม่มากเช่นกัน
พี่โกรธที่แม่ทำให้พ่อลำบาก ทำให้ครอบครัวลำบาก และทิ้งหนี้หลายแสนบาทไว้ให้พ่อเป็นคนรับผิดชอบ จนทุกวันนี้พ่อก็ยังใช้หนี้ไม่หมด
ตอนนี้เราอายุ 17 ปี พี่สาวอายุ 21 ปี น้องคนที่สามอายุ 15 ปี และน้องคนเล็กอายุ 13 ปี
ทุกครั้งที่มีคนพูดถึงแม่ พี่สาวจะด่าแม่อย่างรุนแรงเสมอ
แต่เราไม่ชอบเวลาที่เป็นแบบนั้น
ไม่ใช่เพราะเราไม่เข้าใจความเจ็บปวดของพี่ เราเข้าใจว่าพี่ลำบากมากกว่าพวกเรา ต้องช่วยงานหนักกว่า และรับความกดดันมากกว่า
แต่สำหรับเรา…
ไม่ว่าแม่จะเคยทำผิดแค่ไหน แม่ก็ยังเป็นแม่ของเรา
เวลาเราพยายามพูดแทนแม่ หรือไม่อยากให้พี่ด่าแรง ๆ พี่ก็มักจะบอกว่าเราโลกสเจ้บอกว่า
“เอ็งไม่เคยลำบากเท่าพี่ จะมาเข้าใจอะไร”
เราไม่เคยเถียงว่าพี่ไม่ลำบาก เพราะพี่ลำบากจริง
แต่ในอีกมุมหนึ่ง เราก็เห็นว่าแม่เคยรักพี่จริง ๆ
ส่วนตัวเราเอง แทบไม่เคยได้รับความรักจากแม่มากนัก เพราะคนที่เลี้ยงเรามาตั้งแต่เกิดคือยาย
เราไม่เคยเรียกร้องหรือโกรธเรื่องนั้นเลย
เรารู้สึกขอบคุณทุกสิ่งที่ได้รับ ไม่ว่าจะจากพ่อ จากตา จากยาย หรือแม้แต่จากแม่ ในส่วนที่แม่เคยมอบให้
จนบางครั้งเราก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่า…
เราผิดไหม ที่ยังเลือกจะไม่เกลียดแม่
เราผิดไหม ที่ยังเลือกจะไม่เกลียดแม่
ครอบครัวเรามีลูกสาว 4 คน เราเป็นคนที่สอง
ตอนเราอายุประมาณ 9 ขวบ แม่เป็นหนี้จากการกู้เงินมาค้าขาย และยังถูกโกงจากแชร์ลูกโซ่อีก ทำให้ครอบครัวต้องแบกรับภาระหนักมาก แม่พยายามทำทุกอย่างเพื่อหาเงิน ไม่ว่าจะเป็นขายขนมไทย เปิดร้านซักรีด ขายของในโรงเรียนประถม หรือเปิดร้านอาหาร เปลี่ยนอาชีพบ่อยมากเพราะแต่ละอย่างไปได้ไม่นาน
แต่คนที่เหนื่อยที่สุดในสายตาเราคือพ่อ เพราะพ่อไม่ได้แค่หาเงิน แต่ยังต้องช่วยแม่ทำงานทุกอย่าง
ตอนเปิดร้านซักรีด พ่อต้องออกทุนให้ ช่วยรับส่งผ้า ส่วนพี่สาวต้องตากผ้ากองใหญ่ทุกวัน เราทั้งห้าคนอาศัยกันอยู่ในบ้านหลังเล็ก ๆ อย่างแออัด
พอแม่ขายขนมไทย พ่อต้องทำไส้ ผสมแป้ง ส่วนเรากับพี่ต้องไปขายของหลังเลิกเรียนและทุกวันเสาร์อาทิตย์ น้องอีกสองคนก็ช่วยขูดมะพร้าว ยกของ
ยอมรับว่าตอนนั้นเรากับน้องเบื่อและไม่อยากทำ เพราะยังเป็นเด็ก แต่สุดท้ายก็ทำ เพราะสงสารพ่อกับแม่
ช่วงนั้นพี่สาวป่วยหนัก ไอเป็นเลือด เมื่อตรวจจึงพบว่าเป็นโรคปอด แต่ถึงอย่างนั้นแม่ก็ยังให้พี่ไปขายของต่อ
เวลาต้องห่อขนม ญาติ ๆ จะมาช่วยกันทั้งบ้าน แม้แต่ยาย ซึ่งเป็นคนเลี้ยงเราตั้งแต่อายุเพียง 16 วัน ทั้งที่อายุมากแล้วก็ยังต้องมาช่วย
สุดท้ายแม่ก็สู้ไม่ไหว เพราะหนี้สินมีหลายทาง และวันหนึ่งแม่ก็ทิ้งพวกเราไป
ตอนนั้นเป็นช่วงปิดเทอมก่อนขึ้น ม.2
วันนั้นเป็นครั้งแรกที่เราเห็นพ่อร้องไห้ พ่อพยายามตามหาแม่ ติดต่อทุกคน แต่ไม่มีใครรู้ว่าแม่อยู่ที่ไหน
ตอนนั้นเรารู้สึกหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งโกรธ ทั้งใจหาย ทั้งเสียใจ สงสารตัวเอง สงสารน้อง ๆ และสงสารพ่อ
ตากับยายก็ร้องไห้ไป ด่าแม่ไป เรารู้ว่าลึก ๆ แล้วท่านรักลูกสาวของท่านมาก เพียงแต่รับเรื่องนี้ไม่ได้
เวลาผ่านไปประมาณครึ่งปีถึงหนึ่งปี อาการของพี่สาวก็ดีขึ้นจนหายขาด
หลังจากนั้นพวกเรายังไปขายขนมที่ตลาดกลางคืนแถวบ้านอยู่พักหนึ่ง แต่สุดท้ายก็เลิก เพราะคนเดินตลาดน้อยลง
ช่วงนั้นเอง แม่ติดต่อกลับมา
แม่พูดกับเราว่า “ไม่น่าเชื่อเลยว่าคนที่ยังทำต่อจะเป็นหนู”
แม่บอกว่า เพราะแม่ไม่ได้เลี้ยงเรามาเท่ายาย ตั้งแต่เกิดเรากับน้องคนเล็กอยู่กับยาย ส่วนแม่เลี้ยงพี่สาวและน้องคนที่สามมากกว่า
แม่รักพี่สาวเรามาก แต่พี่สาวกลับเกลียดแม่มากเช่นกัน
พี่โกรธที่แม่ทำให้พ่อลำบาก ทำให้ครอบครัวลำบาก และทิ้งหนี้หลายแสนบาทไว้ให้พ่อเป็นคนรับผิดชอบ จนทุกวันนี้พ่อก็ยังใช้หนี้ไม่หมด
ตอนนี้เราอายุ 17 ปี พี่สาวอายุ 21 ปี น้องคนที่สามอายุ 15 ปี และน้องคนเล็กอายุ 13 ปี
ทุกครั้งที่มีคนพูดถึงแม่ พี่สาวจะด่าแม่อย่างรุนแรงเสมอ
แต่เราไม่ชอบเวลาที่เป็นแบบนั้น
ไม่ใช่เพราะเราไม่เข้าใจความเจ็บปวดของพี่ เราเข้าใจว่าพี่ลำบากมากกว่าพวกเรา ต้องช่วยงานหนักกว่า และรับความกดดันมากกว่า
แต่สำหรับเรา…
ไม่ว่าแม่จะเคยทำผิดแค่ไหน แม่ก็ยังเป็นแม่ของเรา
เวลาเราพยายามพูดแทนแม่ หรือไม่อยากให้พี่ด่าแรง ๆ พี่ก็มักจะบอกว่าเราโลกสเจ้บอกว่า
“เอ็งไม่เคยลำบากเท่าพี่ จะมาเข้าใจอะไร”
เราไม่เคยเถียงว่าพี่ไม่ลำบาก เพราะพี่ลำบากจริง
แต่ในอีกมุมหนึ่ง เราก็เห็นว่าแม่เคยรักพี่จริง ๆ
ส่วนตัวเราเอง แทบไม่เคยได้รับความรักจากแม่มากนัก เพราะคนที่เลี้ยงเรามาตั้งแต่เกิดคือยาย
เราไม่เคยเรียกร้องหรือโกรธเรื่องนั้นเลย
เรารู้สึกขอบคุณทุกสิ่งที่ได้รับ ไม่ว่าจะจากพ่อ จากตา จากยาย หรือแม้แต่จากแม่ ในส่วนที่แม่เคยมอบให้
จนบางครั้งเราก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่า…
เราผิดไหม ที่ยังเลือกจะไม่เกลียดแม่