เป็นคนนึงค่ะที่มีความฝัน อยากจะเป็นครูให้ได้ แต่สังคมความเป็นจริงไม่ใช่อย่างงั้น เมื่อก่อนที่บ้านไม่ได้สนับสนุนค่ะ แต่ตอนนี้ยอมรับแล้วจริงๆ แต่คิดที่สังคมในโรงเรียน เรายอมรับค่ะว่าเป็นคนคิดมากได้ง่ายมากจริงๆ
เราต้องการเข้ารอบพอร์ตของมหาลัยนึง แต่ ตั่งแต่ม.4เราไม่เคยได้ผลงานในสายที่เราอยากจะเข้าได้เลย เพราะ เราอาจจะไม่เก่งจริงๆและสิ่งที่ครูส่ง มันจำกัดคนค่ะ แต่อีก!!! เราเลือกที่จะสมัครรด(นักศึกษาวิชาทหาร)สำรองไว้เพื่อที่จะได้มีผลงานจิตอาสาเพราะเรารู้ตังอยู่แล้วว่าเราไม่ได้เก่งไปกว่าแต่เรามีแรงและความต้องการที่จะเข้า
คณะที่ต้องใช้ใจสอน จนความจริงก็ตบหน้าเราด้วยคำพูดของครูในสายการเรียน ช่วงนั้นเราต้องการลงสมัครสภานักเรียน เพื่อที่จะยื่นเข้าคณะการสอนภาษา ขออนุญาตไม่กล่าวถึงภาษาที่ต้องการศึกษาต่อนะคะ ครูท่านนั้นบอกเราว่า
ไม่จำเป็นค่ะ คณะนี้ไม่ได้ต้องการงานสภานักเรียนและผลงานสภานักเรียน หากไม่ยื่นคณะสังคมหรือ ฯลฯ. ก็ติดยาก ส่วนตัวเราเข้าฝ่ายประชาสัมพันธ์นะคะและได้ทำงานรับแขกเสมอ และ
ได้รับพิธีการสำคัญๆขอฃโรงเรียนตลอด
เช่นการไหว้ครู การเข้าพรรษา แห่เทียน หรทอการตอนรับคณะกรรรมสภานักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ และเรารู้สึกว่างานพวกนนี้คาดว่าจะสามารถยื่นคณะครูได้แต่ ครูท่านนั้นก็บอกว่ามันไม่เกี่ยวข้องกับการเป็นครูภาษาเลยสักนิด
ท่านยังคงยืนยันคำเดิมทำเอาเราหน้าชาเลยค่ะ555 แต่สุดท้ายงานศิลปะหัตถกรรมที่เคยมีชื่อเรา เราน้อยใจครูที่ไม่เคยเลือก
เราสักครั้งเลยจะไปแขางของสภานักเรียนแทน
แต่อีก!!! เรารถล้มเพราะเกิดอุบัติเหตุจากเพื่อนสนิทหลับในค่ะ เลยทำให้งานสภานักเรียนก็ไม่ได้ไปงานขอฃสายการเรีบนก็ไม่ได้ไป และโอกาสก็มาหาเป็นการแข่งเต้นคีตะมวยไทย แต่ที่บ้านกังวลเลยไม่อนมัติให้ไปค่ะ555(เศร้า)
สุดท้ายแล้วอะไรๆเราก็ไม่ได้ทำเกียรติบัตริของสายการเรียนก็มีแค่การเข้าค่ายและเป็นพี่สันทนาการรับน้องเท่านั้นค่ะ จน
โอกาสทองมาอีกครั้งการสัมภาษณ์แลกเปลี่ยน
เราที่ตัดสินใจยอมแพ้ไปแต่แล้วก็ลองสู้อีกสักครั้ง เราไม่ได้เก่งอะไรเลย เราลุ้นทุกวันภาวนาให้ได้ไปสุดท้าย ติดสำรองค่ะ เหมือนโลกจะถล่มลงมาตรงหน้าเลยค่ะ555 เราร้องไห้ออกมาจริงๆโคตรเศร้าไม่เคยประสบความสำเร็จ เสนอตัวตัวครูก็เอาแต่คนเดิมๆไปแข่งจน
เพื่อนถามว่า ‘ทำไมครูถึงเอาแต่คนเดิมๆไปแขางละคะ‘ ครูก็
บอกว่า ‘แล้วยอมรับไหมคะ? ว่าเพื่อนเก่งจริง‘ จังหวะหยุดโลกเลยค่ะเพื่อน ฝืนไม่ไหว เลยตัดสินใจเปลี่ยนคณะเลยค่ะและไม่ลงสอบอะไรทั้งนั้น เลือกที่เข้าอีกคณะนึงทันที ส่วนเราก็หน้าชาไม่แพ้กันได้แต่คิดว่า ‘แล้วคนไม่เก่งจะไม่มีสิทธิ์ได้รับโอกาสเลยสินะ‘ เรายอมแพ้กับสายนี้ไปแล้วแต่ก็มีเพื่อนๆดีๆคอยซัพพอร์ตให้กำลังใจว่า ความสำเร็จของเราจะไม่ได้จบแค่นี้แน่นอน จนเราได้รับโอกาส เราอ่านหนังสือทุกวันๆ พอไปแข่ง
เราแพ้ตั้งแต่รอบแรกเลยค่ะ555 ตลกดีค่ะ ความพยายาม
ทำร้ายคนจริงๆ จนตอนรี้เราเริ่มหมดหวัง หมดไฟ ไม่อยากเข้าคณะครูสอนภาษานี้ต่อ และตั้งใจว่าจะไปยื่นคณะสังคมที่ญาติแนะนำมาแทน
เราควรจะทำตามความฝันต่ออย่ายอมแพ้ หรือไปคณะสังคมเพื่อก้าวเดินต่อไปดีคะ?
ขอบคุณที่อ่านเรื่องราวของเด็กที่มีความฝันแต่ล้มเหลวคนนึงค่ะ
การศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา
เราต้องการเข้ารอบพอร์ตของมหาลัยนึง แต่ ตั่งแต่ม.4เราไม่เคยได้ผลงานในสายที่เราอยากจะเข้าได้เลย เพราะ เราอาจจะไม่เก่งจริงๆและสิ่งที่ครูส่ง มันจำกัดคนค่ะ แต่อีก!!! เราเลือกที่จะสมัครรด(นักศึกษาวิชาทหาร)สำรองไว้เพื่อที่จะได้มีผลงานจิตอาสาเพราะเรารู้ตังอยู่แล้วว่าเราไม่ได้เก่งไปกว่าแต่เรามีแรงและความต้องการที่จะเข้า
คณะที่ต้องใช้ใจสอน จนความจริงก็ตบหน้าเราด้วยคำพูดของครูในสายการเรียน ช่วงนั้นเราต้องการลงสมัครสภานักเรียน เพื่อที่จะยื่นเข้าคณะการสอนภาษา ขออนุญาตไม่กล่าวถึงภาษาที่ต้องการศึกษาต่อนะคะ ครูท่านนั้นบอกเราว่า
ไม่จำเป็นค่ะ คณะนี้ไม่ได้ต้องการงานสภานักเรียนและผลงานสภานักเรียน หากไม่ยื่นคณะสังคมหรือ ฯลฯ. ก็ติดยาก ส่วนตัวเราเข้าฝ่ายประชาสัมพันธ์นะคะและได้ทำงานรับแขกเสมอ และ
ได้รับพิธีการสำคัญๆขอฃโรงเรียนตลอด
เช่นการไหว้ครู การเข้าพรรษา แห่เทียน หรทอการตอนรับคณะกรรรมสภานักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ และเรารู้สึกว่างานพวกนนี้คาดว่าจะสามารถยื่นคณะครูได้แต่ ครูท่านนั้นก็บอกว่ามันไม่เกี่ยวข้องกับการเป็นครูภาษาเลยสักนิด
ท่านยังคงยืนยันคำเดิมทำเอาเราหน้าชาเลยค่ะ555 แต่สุดท้ายงานศิลปะหัตถกรรมที่เคยมีชื่อเรา เราน้อยใจครูที่ไม่เคยเลือก
เราสักครั้งเลยจะไปแขางของสภานักเรียนแทน
แต่อีก!!! เรารถล้มเพราะเกิดอุบัติเหตุจากเพื่อนสนิทหลับในค่ะ เลยทำให้งานสภานักเรียนก็ไม่ได้ไปงานขอฃสายการเรีบนก็ไม่ได้ไป และโอกาสก็มาหาเป็นการแข่งเต้นคีตะมวยไทย แต่ที่บ้านกังวลเลยไม่อนมัติให้ไปค่ะ555(เศร้า)
สุดท้ายแล้วอะไรๆเราก็ไม่ได้ทำเกียรติบัตริของสายการเรียนก็มีแค่การเข้าค่ายและเป็นพี่สันทนาการรับน้องเท่านั้นค่ะ จน
โอกาสทองมาอีกครั้งการสัมภาษณ์แลกเปลี่ยน
เราที่ตัดสินใจยอมแพ้ไปแต่แล้วก็ลองสู้อีกสักครั้ง เราไม่ได้เก่งอะไรเลย เราลุ้นทุกวันภาวนาให้ได้ไปสุดท้าย ติดสำรองค่ะ เหมือนโลกจะถล่มลงมาตรงหน้าเลยค่ะ555 เราร้องไห้ออกมาจริงๆโคตรเศร้าไม่เคยประสบความสำเร็จ เสนอตัวตัวครูก็เอาแต่คนเดิมๆไปแข่งจน
เพื่อนถามว่า ‘ทำไมครูถึงเอาแต่คนเดิมๆไปแขางละคะ‘ ครูก็
บอกว่า ‘แล้วยอมรับไหมคะ? ว่าเพื่อนเก่งจริง‘ จังหวะหยุดโลกเลยค่ะเพื่อน ฝืนไม่ไหว เลยตัดสินใจเปลี่ยนคณะเลยค่ะและไม่ลงสอบอะไรทั้งนั้น เลือกที่เข้าอีกคณะนึงทันที ส่วนเราก็หน้าชาไม่แพ้กันได้แต่คิดว่า ‘แล้วคนไม่เก่งจะไม่มีสิทธิ์ได้รับโอกาสเลยสินะ‘ เรายอมแพ้กับสายนี้ไปแล้วแต่ก็มีเพื่อนๆดีๆคอยซัพพอร์ตให้กำลังใจว่า ความสำเร็จของเราจะไม่ได้จบแค่นี้แน่นอน จนเราได้รับโอกาส เราอ่านหนังสือทุกวันๆ พอไปแข่ง
เราแพ้ตั้งแต่รอบแรกเลยค่ะ555 ตลกดีค่ะ ความพยายาม
ทำร้ายคนจริงๆ จนตอนรี้เราเริ่มหมดหวัง หมดไฟ ไม่อยากเข้าคณะครูสอนภาษานี้ต่อ และตั้งใจว่าจะไปยื่นคณะสังคมที่ญาติแนะนำมาแทน
เราควรจะทำตามความฝันต่ออย่ายอมแพ้ หรือไปคณะสังคมเพื่อก้าวเดินต่อไปดีคะ?
ขอบคุณที่อ่านเรื่องราวของเด็กที่มีความฝันแต่ล้มเหลวคนนึงค่ะ