ผมสังเกตว่าวงการเครื่องเสียงทำไมมีการพัฒนาได้ช้าครับ หรือไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย

ตอนนี้เรามียุค AI และ quantum คอมพิวเตอร์ ทีวีก็กำลังก้าวสู่ระดับ 8k
แต่ทำไมวงการเครื่องเสียง คนยังนิยมฟังเพลง ด้วยระบบเดิมๆอยู่ครับ เช่นฟังแอมป์หลอด ยังฟังเพลงจากแผ่นไวนิลจากยุคเก่า
แก้ไขข้อความเมื่อ

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 2
เออ...ผมอยากถามว่า

ร้านเครื่องเสียงรถยนต์ ยังสุขสบายดีอยู่มั้ย

เพราะแต่ก่อน วิทยุติดรถมา ดาดๆ ไม่ค่อยดี ลำโพงก็ถูกๆ

ผู้คนจึงเข้าร้านเครื่องเสียง เปลี่ยนวิทยุ เปลี่ยนลำโพง
ใส่ชุดเครื่องเสียงไฮเอ็นเป็นแสนๆ

พอหลังๆในช่วง10ปีที่ผ่านมา เริ่มใช้ของมีแบรนด์เช่นKenwood ลำโพงก็มีแบรนด์เช่นBose

แล้วร้านเครื่องเสียงเขาขายอะไร
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 5
มันจบแล้วครับนาย

ผู้ตอบเคยทำงานในสายงานผลิต วิทยุ แอมปลิฟาย ลำโพง เทปคาสเสท เกิดทันยุคไวนิล รีล คาสเสท MD CD DVD MP3 ยุคแรกๆไวนีลไม่ทันได้ผลิตแต่ได้ใช้ นั่งดมกลิ่นโอโซนจากแอมป์หลอดพร้อมฟังเพลง แหมมันไพเราะ

สเตอริโอเริ่มในยุค 60's ก่อนหน้านั้นเรายังต้องฟังเพลงในระบบโมโน เพราะการบันทึกแผ่นเสียงเป็นสเตอริโอยังพัฒนาไม่แล้วเสร็จ ตามมาด้วยระบบเทปรีลสเตอริโอ และกำเนิดเทปคาสเสท ปัญหาการบันทึกเสียงถูกแก้ไขเรื่อยมา หูของมนุษย์รับฟังเสียงได้ในช่วงความถี่ 20Hz - 20kHz ซึ่งระบบเสียงสมัยก่อนยังตอบสนองได้ไม่ดีนัก แผ่นเสียงต้องมีหลายสปีด เทปรีลก็ต้องมีหลายสปีด เพื่อให้บันทึกเสียงได้ในระดับที่กว้างมากขึ้น พอมาถึงยุคเทปคาสเสท มันหมุนด้วยความเร็วเดียวเท่านั้น การบันทึกเสียงตอบสนองได้ไม่ดีในทุกย่านความถี่ ก็เลยมีเทคนิคต่างๆเข้ามาเสริมเช่น ดอลบี้ ลำโพงอันเป็นตัวกำเนิดเสียงขั้นสุดท้าย ก็ต้องมีหลายดอกในตู้เดียว เพื่อให้ตอบสนองความถี่ได้ครอบคลุม

มันต้องพัฒนากันมาดุเดือดในยุคอนาลอก แต่พอทะลุมาถึงยุคดิจิตอล การบันทึกเสียงให้ครอบคลุมในทุกย่านความถี่กลายเป็นเรื่องง่าย ไล่มาตั้งแต่อุปกรณ์ต้นกำเนิดเช่นไมโครโฟน ยันถึงลำโพงและหูฟังรุ่นใหม่ ตอบสนองนีดของนักฟังได้ครบถ้วน จนไม่เหลืออะไรให้พัฒนาทางเทคนิคมากมายอีกแล้ว

หูของคนเรารับฟังได้ในย่านที่แคบมาก เทคโนโลยีด้านนี้จึงถูกพัฒนามาจนแทบครบถ้วน ไม่รู้จะทำอะไรอีกแล้ว
ความคิดเห็นที่ 28
...เท่าที่สังเกตดูรอบๆตัว คนรุ่นใหม่ ไล่ตั้งแต่ gen Y ตอนปลาย ไปจนถึง เจน Z และ เด็กเจน Alpha
...คนรุ่นใหม่เหล่านี้ ส่วนใหญ่ เริ่มไม่ได้อะไรกับ คุณภาพของภาพและเสียง แล้วนะ
...ดูหนัง ก็ดูในจอ Tablet/Notebook หรือ จอมือถือเล็กๆนี่แหละ ฟังเพลงก็ฟังผ่านลำโพงมือถือ (เสียงกระป๋องกระแป๋ง) , หูฟังแแถม (หรือซื้อหูฟังใหม่ ไม่เกิน 400 บาท) หรือฟังลำโพง-เครื่องเสียง ที่ติดมากับรถยนต์ ส่วน Source ก็เอา Streaming หรือ MP3 160K ธรรมดาๆ

...คนรุ่นนี้ ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตง่ายๆ เอาสะดวก-เอาเร็ว-เอาประหยัด เข้าว่า นี่แหละ (แค่นี้พอแล้ว)
...ไม่ได้ขวนขวายอะไรให้มันวุ่นวาย-เสียเวลาชีวิต หรือสนใจจะเข้าวงการ Hi-End อะไรพวกนี้เลย
...และส่วนใหญ่ ก็ฟังเพลงแบบ Ambient กัน (เปิดคลอ หรือฟังแล้วทำอะไรอย่างอื่นไปด้วย)
...แทบไม่มีเลย ที่จะมีสมาธิยาว-มีเวลาว่างได้ขนาด มาตั้งใจนั่งฟังเพลงอย่างเดียว (ฟังแบบเก็บรายละเอียดเครื่องดนตรี-เสียงร้อง-งานบันทึกเสียง) แบบหมดทั้งอัลบั้ม !!

...ส่วน คนที่ยัง บ้าเครื่องเสียงหลักหมื่น-หลักแสน , บ้าจอทีวีใหญ่ๆ (ต้องเป็น OLED เท่านั้น) / แผ่น CD ก็ต้องเกรด Gold หรือ SHM หรือไป แผ่นเสียง, SACD ถ้าไฟล์เสียงก็ต้องระดับ 96kHz 24bit ขึ้นไป / พวกหูฟังเทพมีเป็นสิบๆ ยังไม่รวมพวก DAC , DAP , Amp จิ๋ว ที่กองเต็มบ้าน !!
...และใช้เวลา+เงินทอง เที่ยวแสวงหา-หมกมุ่นกับข่าวสารชาววงการ หาข้อมูล-เปรียบเทียบตัวนั้นตัวนี้ หรือไปลองฟังตามงานต่างๆ ฯลฯ
...หรือมีห้องฟังเพลง มีเวลานั่งฟังเพลงได้เป็นชั่วโมงๆ เก็บทุกรายละเอียดเสียง
...ส่วนใหญ่ ก็มีแต่ เจน Babyboom (ไปสวรรค์เกือบหมดแล้ว) กับ เจน X และ Y นี่แหละครับ

...บริษัทผู้ผลิต ก็ต้องปรับตัว และออกอุปกรณ์ที่ใช้งานง่าย-สะดวกขึ้น
...และตอบโจทย์-รูปลักษณ์โดนใจ คนรุ่นใหม่ๆ เช่น ลำโพง BT ตัวจิ๋ว ที่ Move ไปไหนมาไหนได้
...ต้องยอมรับว่า ช่วงนี้ อุปกรณ์เครื่องเสียงจีน มาแรงจริง ตั้งแต่รุ่นล่างยันรุ่นบน พี่จีนเก็บหมดทุก Segment เลย
...คุณภาพเสียงต่างกันนิดเดียว แต่ราคาทิ้งกันเป็นทุ่ง !! (คนรุ่นใหม่นี่โชคดีจริงๆ ได้คุณภาพเสียงแบบนี้ในราคาสุดประหยัด)

...ผมเอง ก็เลิก+ขายทิ้งหมดแล้วครับ พวกเครื่องเสียงแพงๆ หลังๆมันแยกออก-ได้อรรถรสแค่ช่วงแรกๆ หลังจากผ่านไป 15 นาที พอหูมันเริ่มชิน-ปรับตัวได้ ก็แยกอะไรไม่ออก (หูไม่สนใจรายละเอียดเสียง-ตาไม่สนใจรายละเอียดภาพ) แต่ไปสนใจที่เนื้อหาตัว Media แทน
...เหมือนไปกินอาหารดีๆ-แพงๆ ที่ มันจะอร่อยแค่คำแรกๆที่เข้าปาก หรือไปสนใจการสนทนากับผู้คน มากกว่ารสชาติอาหาร
...ปัจจุบันนี้ ฟังหูฟัง ตัวละหลักร้อยต่อมือถือ ดูทีวี LCD เล็กๆ 32" แบบ HD ธรรมดาๆ ก็มีความสุขแล้ว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่