เศรษฐกิจกับคนหนุ่ม

กระทู้คำถาม
Don't your moment but there has in real world.

ชีวิตคนพัฒนาเพราะแข่งขันกับตัวเอง
จะต้องเอาชนะทั้งความยากลำบาก
และสุขภาพความคิดจิตใจ
ที่จะทำให้ชัยชนะต่อตัวเอง
มีการพัฒนาอะไรให้สามารถดำรงชีพ
ให้มีอาชีพหารายได้ได้ตามปัจจัยจำเป็นเพียงพอ

คนหนุ่มไม่ค่อยมีใจสปอร์ต เขียมๆ หยอดๆ ไม่มีเงินตราพอจะมีอำนาจ ได้อะไรดีๆ ก็ไม่ได้มีชีวิตแบบโก้ๆเหมือนคนหนุ่มที่เงินถึงมือถึง
คนหนุ่มสมัยนี้ส่วนใหญ่ถ้าคนไม่มีงานทำ ก็มักเป็นคนจน ไม่ค่อยมีคนหนุ่มนักธุรกิจเก่งๆที่มีเงินช้อปปิ้ง มีแต่คนหนุ่มเป็นคนยากจน
อำนาจซื้อของคนหนุ่มสมัยนี้เงียบกว่าในสมัยสิบกว่าปีที่แล้วมากเลย คนหนุ่มส่วนใหญ่ในเมืองไทย ไม่พอจะเป็นสถานะนายทุนได้หรอก
มีแต่คนทำงานเป็นกลุ่มแรงงานมั้ง คนหนุ่มสมัยนี้เป็นคนจนหรือคนรวยมากกว่าครับ
อายุ 33 ปี ประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงในเมืองไทยได้มั้ยหรือจะเป็นชีวิตคนธรรมดา มีเงิน400 ก็คิดว่าไม่พอซื้ออะไรเลย

เอกชน ตอนอายุ 33 ปีคุณมีความสำเร็จในชีวิตในฐานะอะไรบ้างครับ หรือมีอาชีพเป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงานหรือเป็นนักธุรกิจเจ้าของกิจการครับ

ความเจริญก้าวหน้าในชีวิตเป็นวัยทำงานเมื่ออายุ 33 ปี สิ่งที่มีความสัมพัทธ์หนุนให้ชีวิตประสบความสำเร็จในสถานภาพ
คือการทำงานด้วยผลงานเป็นที่ประจักษ์หรือการมีทักษะในการทำงานด้วยไอคิวและอีคิวรวมถึงบุคลิกแห่งความฉลาดครับ
รายได้ที่มักบ่นว่าเงินไม่ค่อยพอใช้นั้นเพราะไม่พอใช้สร้างฐานะให้โก้หรูร่ำรวย
หรือเงินไม่พอใช้ให้ชีวิตสบายแต่แล้วโชคของคน จะได้ใช้เงินเพื่อปัญหาอะไร
และการที่คนหนุ่มมักคิดว่ารายได้ไม่พอใช้กับอาชีพที่ทำงานไม่สมดุล ส่วนใหญ่ไม่พอใช้สร้างฐานะให้ร่ำรวยหรือไม่พอใช้แบบยังชีพไม่สบายครับ
มีปัญหาชีวิตอะไรบ้างครับที่ทำให้คนหนุ่มสาวยุคสมัยนี้ ต้องการเป็นคนมีเงินมากกว่ายุคก่อนๆ

        ปัญหาชีวิตคนมีอาชีพอิสระส่วนใหญ่ ไม่ใช่ปัญหาการด้อยสิทธิ์ทำกิน แต่การบริหารก็มักจะมีรายได้ไม่พอจะสร้างอาชีพให้มีฐานะร่ำรวย คนทุกคนมีสิทธิ์ฝันให้ชีวิตมีฐานะร่ำรวยเพื่อความสบายในชีวิตมากขึ้นและเพื่อสิทธิรายได้ให้ดีขึ้นได้ แต่ก็ขอให้เก่งในลู่ทางที่ถูกต้อง บริหารอาชีพก็ไม่ได้เก่งเรื่องการสร้างฐานะให้ร่ำรวย แต่ก็อยากมีสิทธิ์เลือกคุณภาพที่ดีพอทั้งนั้น เศรษฐกิจไม่ได้สร้างดาวอาชีพอะไรได้ดีมากให้คนจะสามารถทำฝันความก้าวหน้าในอาชีพได้ตามฝันทุกประการ มีแต่ศิลปินที่มีความคิดฉลาดพอจะประยุกต์ผลงานให้เข้ากับเศรษฐกิจและถูกใจผู้คน แต่หากเศรษฐกิจฝืดเคือง ถ้าสิทธิทำมาหากินตกต่ำมากด้วยอาชีพ คนก็มักคิดถึงการมีสิทธิทำกินก่อนการฝันจะสร้างแต่ฐานะจนเป็นบ้าความรวย กรณีศึกษาจากวงการเพลงก็ได้ครับ เช่น สมัยก่อนค่ายแกรมมี่และอาร์เอสเป็นค่ายเพลงที่เน้นการทำเพลงไทย-สากล เป็นธุรกิจรายได้หลักแล้วสร้างความร่ำรวยให้แก่บริษัทมาก แต่ด้วยสถานกาณ์ของเศรษฐกิจโลกยุคต้มยำกุ้ง ทำให้เศรษฐกิจในประเทศเราเกิดภาวะฟองสบู่คือเฟื่องฟูจนถึงจุดอิ่มตัวแล้วแตกสลาย บริษัทแกรมมี่และอาร์เอสประสบปัญหายอดขายเทปไม่ออก มีการละเมิดลิขสิทธิ์ง่ายขึ้น ประกอบกับเศรษฐกิจที่กำลังฝืดเคืองวันต่อวัน ค่ายอาร์เอสและแกรมมี่จึงผุดไอเดียทำเพลงไทยลูกทุ่งดูบ้าง แล้วก็เป็นผลสำเร็จเมื่อเพลงลูกทุ่งของทั้งสองค่ายสามารถครองใจแฟนเพลงไทยได้ทุกหย่อมหญ้า จนมีฐานะร่ำรวยมากขึ้นและช่วยให้ทั้งสองค่ายเพลงอยู่รอดในตลาดเพลงไทยมาถึงทุกวันนี้ครับ จากอัลเทอร์เนทีฟของวงการเพลงกลายเป็นลูกทุ่งอินดี้มากมายในสมัยนี้ก็ด้วยความนิยมของผู้บริโภคมากกว่าการทำผลงานสื่อความหมายยากที่จะสอนผู้คนซึ่งเขาต่างก็ต้องการเพียงความสุขเข้าใจง่าย ซื้อง่ายเหมือนบะหมี่เกี๊ยว อาชีพทำมาหากินอย่างอื่นก็ใช้ชีวิตยุ่งยาก ใช้สมองยุ่งยาก ไม่ได้ยากแต่คนมีอาชีพทำศิลปะสื่อ แต่การจะรับเอาสิ่งที่สำเร็จในผลการกระทำต่อการธุรกิจ ให้สามารถเข้าใจกันง่ายๆไม่เสียเวลาไปเริ่มเรียนอะไรมากอีก ก็น่าจะพอแล้วในการแบ่งหน้าที่ดีมีมาตรฐานความนิยมต่อกันและกันในสังคม ทำเป็นศิลปะหรูหราแต่ถ้าจะอยู่ในสภาพแวดล้อมแล้วต้องปรับเปลี่ยนความกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมให้ได้ ก็จะเป็นเรื่องยากที่คนมีศิลปะหรูหราบางคนทำไม่ได้เลย แต่ถ้าตามชีวิตจริงมีฐานะเศรษฐกิจของตัวเองมีอาชีพอะไรก็มักใช้ศิลปะของการเป็นคนทำงานที่จะต้องมีธรรมชาติของอาชีพให้มีลักษณะของตัวเอง

อย่าซีเรียสกับเวลาในแต่ละวันว่าจะไม่มีอะไรทำให้ชีวิตอยู่ได้มากเกินไป เรื่องของชีวิตมีความน่าเชื่อถือ มีหลักฐานอะไรล่ะ ถ้าเป็นลายลักษณ์อักษรก็ต้องมีที่บันทึก ถ้าการกระทำจะต้องมีวีดิโอเห็นคนปฎิบัติ ถ้าเป็นประสาทก็คืออาการวิตกกังวล ถ้างานหินวิทยาการชั้นสูง คนก็วิตกกังวลว่าจะทำได้ไม่ดีหรือทำไม่ได้เลยมากน้อย ตามแต่สุขภาพจิตและความตั้งใจในชีวิตจะทำได้เก่งมากหรือเปล่า ความวิตกกังวลจนประสาทกินทั้งปัญหาระแวงคนจะเข้าใจผิดต่างๆทำให้เสียเวลาชีวิต ก็เกิดขึ้นได้กับทุกคนแล้วแต่โชคชะตาเกิดมาเจอคนดีมากระดับไหนเป็นสภาพแวดล้อมชีวิตจริง ถ้าคนลดกรรมวาจาปากพันปัญหาสังคมไปได้มาก สังคมก็คงจะสงบสันติได้มาก ถ้าอาชีพทำมาค้าแล้วไม่ค่อยรวยมีปัญหาชีวิตทุกข์ในจิตใจ แต่ให้อย่ามีแต่นิสัยเราเองว่ามีปัญหาปากพันสังคมโทษนั้นนี้ไม่มีมูลเหตุ ก็ยังไงซะปัญหาจะเปลี่ยนอาชีพไปเป็นสื่อการพูดก็ไม่มีชื่อเสียงอะไรมากหรอกถ้าไม่มีความเก่งในอาชีพนั้นเรื่องการบริหารรายรับ-รายจ่ายเป็นพื้นฐานของคนจะสำเร็จอาชีพนั่นเอง

ถ้าได้เห็นคนพูดอะไรๆ
ก็ดูการพัฒนาบุคลิกการสื่อสารด้วย
ว่าสื่อสารด้วยจิตเป็นคนมีนิสัยการสื่อสารยังไง
ประเมินได้ว่าสื่อสารให้น่าฟังหรือไม่น่าฟัง

หลักฐานการสร้างสรรค์ว่า
เป็นคนทำงานมากกว่า
การมีชีวิตอยู่กับปัญหาความยากจน
จะต้องมีบ้างนะ
ถ้าชีวิตก็มีรายได้ดี
ถ้าปัญหาคือคนก็ไม่ค่อยซื้อ
จะอยู่กับการทำชีวิตให้มีปัญหาความยากจน
หรืออยู่กับการทำให้ฟื้นยากอยู่อย่างนั้นเหรอ

ทำไมท่านจะไม่มีเงินซื้อ ถ้าไม่ชอบก็อย่าทำงานบริการรับใช้ท่าน ถ้าคนอย่างมันไม่มีเงินจะมีอำนาจซื้ออะไรหรอก ชีวิตคนจะขึ้นก็เพราะมีโอกาสทำดีมาก ชีวิตคนจะตกต่ำเพราะมีโอกาสทำดีแต่เสียใจเพราะทำผิดพลาดเอง วาสนาของคนก็ไม่ถึงการได้ทำดีอะไรใหญ่สำเร็จหรอก จะทำงานให้เหนื่อยทำไม ถ้าลาภน้อยกว่าทุกขลาภ คนจึงมีการทำชีวิตให้มีความสุขด้วยจิตใจมากกว่าด้วยการหวังว่าจะได้ใช้เงินจำนวนมากจากการทำงานได้ยาวนาน จนชีวิตไม่ได้มีสภาพปกติ จากคนดีๆจะต้องเปลี่ยนแปลงกลายเป็นไม่ดีซะงั้น เพราะการทำมาหากิน

ชีวิตคนที่ประสบความสำเร็จเจริญก้าวหน้า
เพราะมีไอคิวอีคิวดีในการเป็นบุคลิกภาพที่น่ายอมรับ
มากกว่าคนมีปัญหาการทำงานไปมากจนสุขภาพจิตเสีย
และมีปัญหาในด้านของการแสดงออกเป็นบุคลิกภาพที่
เปลี่ยนแปลงไปเป็นคนด้อยสิทธิ์ด้อยเสียงน่าเชื่อถือ

ถ้าไม่ลงทุนก็จะต้องทำงาน
จึงจะมีรายได้เพิ่มเพื่อการ
อุปโภคบริโภคให้เพียงพอ
ทำงานหนักมีรายได้น้อยกว่า
ทำงานฉลาดสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่า
ชีวิตคนเกิดมาอย่าด้อยการทำงานฉลาดเกินไป
เท่านั้นเอง
ถ้าจะยังคงสถานะการเป็นคนมีภาพพจน์ดีๆ
หรือจะสื่อสารในเรื่องความรวยความจน
ให้มีบุคลิกดีๆอย่างยั่งยืน
จนถึงวัยชรา
ก็จะต้องดูแลสุขภาพและมีความดีเด่น
ไม่ให้เสียไปกับ
การละเล่นสนุกกับคนไม่มีเกรด

มีรายได้ไม่ได้หมายความว่า
จะต้องเก็บเงินให้มีมากขึ้น
แต่ผู้ฉลาดสามารถใช้เงินยังชีพให้รู้ทัน

คนจะมีระดับฐานะแบบไหน ต่างก็มีความต้องการตามการเห็นการพัฒนาศิลปะ คนที่แพ้ต่อการทำมาหากินให้ชีวิตมีศิลปะมากที่สุดแบบเลิศหรู
ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตเขาไม่มีศิลปะ แต่ชีวิตเขาเป็นศิลปะในแบบเกษตรกรรมเศรษฐกิจพอเพียงตามชนบท แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ดีหรือห่วย เราะคนในโลกเจริญก้าวหน้าบางคนยังโอดครวญเลยว่าชีวิตไม่ค่อยจะได้ท่องเที่ยวในเชิงเกษตรเลยจนขาดชีวิตที่มีความสุขในจิตใจ แต่ชีวิตเขาอยู่เพราะจิตใจอยู่ได้กับธรรมชาติ เพราะชีวิตมนุษย์นั้นหนอ คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก
สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจนั่นเอง

โตแล้วถ้าเคยทำงานจริงๆดีมาก่อนจริง ก็น่าจะมีเงินให้ใช้ ถ้าอยากทำธุรกิจเพราะอยากรวย ก็จะต้องใช้เงินซื้อบ้างสิ
สิ่งที่จะทำให้มีรายได้ทำให้ชีวิตเจริญพัฒนาอาชีพ และความสุขสบายในชีวิตน่ะ มีอะไรทำให้ชีวิตไม่มีปัญหาเป็นบุคคลล้มละลายบ้างมั้ยล่ะ
มีเงินแต่ไม่ได้ทำงานก่อสร้างเหรอ จึงล้มละลายไปเยอะจัง ชีวิตเป็นคนจนต่างๆ

เงินที่ทุกคนมีจะทำให้พอใช้ก็ได้
ถ้าไม่โลภอยากซื้อแต่ของแพงหรูหรา
แต่นักลงทุนที่มีการขังหุ้นห่านไว้
ให้ออกแต่ไข่ทองคำให้ตัวเองเก็บกิน
ได้มีเงินพอจะบริโภคอุปโภคหรูหราจากกำไรที่ลงทุนชัวร์มั้ยล่ะ
ก็ดูเอาสิอย่าใช้แต่ความคิดเข้าใจไปเองว่าชีวิตนักลงทุนคือคนมีระดับหรูหราอะไรมากกว่า การเห็นคนป่วยจิตคนนึงซึ่งล้มเหลวจากการลงทุนและไม่มีเงินสดก้อนเดิมอีกเลย

คนละเรื่อง สติจิตใจดีๆก็แยกแยะให้ชัดเจน อะไรเป็นเรื่องชีวิตจำเป็นต่อการทำงานหรืออย่ามีแต่ปัญหากลายเป็นคนสื่อสารมักเชื่อมโยงจิตให้สิ่งต่างๆ กลายเป้นเรื่องนั้นหมด สมัครทำงานก็คิดเรื่องงานเรื่องรายได้ ถ้าคิดสะระตะเป็นปัญหาสุขภาพจิต งานก็จะมีแต่คนโกงงานเล่นๆหมดน่ะสิ มีอาชีพทำมาหากินด้วยการทำงานแล้ว คนจะทำมาหากินยังไงก็เป็นสิทธิบริหาร ชีวิต เวลา และการกินอยู่ของเขา จะให้ลูกน้องที่ยังไม่ค่อยมีสิทธิ์บริหารชีวิตมากจะมาจัดการบริหารให้คนมีประสบการณ์มากแล้วทั้งหมด ก็แย่มากเลยนะสิ ถ้าปัญหาเก่าตัวเองก็ยังไม่สามารถทำให้ลดลงได้ จะให้มีปัญหาใหม่ๆเพราะการบริหารแบบที่ไม่เคยรู้
จะทำให้ชีวิตจะต้องขัดต่อเวลาของตัวเองที่เคยชิน อะไรๆต่างๆทั้งสุขภาพหรือสังคม ก็จะเป็นการทำให้ชีวิตมีสิ่งบั่นทอนมากกว่าน่ะสิ
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่