เงิน สปสช. เหมาจ่าย จากจำนวนประชากร ซึ่งมากกว่า 50% ไม่ได้มาใช้สิทธิ เพราะยังไม่สูงอายุ
โรงพยาบาล จึงเอาเงินเหมาจ่ายส่วนของคนที่ไม่มาใช้สิทธิ มาโป๊ะ ให้กับคนที่มารักษา แต่กระนั้นเงินรพ.ก็ติดลบทุกเดือน
แต่อีก 10 ปีข้างหน้า จะมีคนเหมาจ่ายบัตรทองมาใช้สิทธิถึง 60 -70% เมื่อนั้น รอวันล่มสลายได้ คนจะแห่กันมา รพ. จนหมอทำไม่ไหว
หมอที่รับตรวจคนไข้วันละสองร้อยคน ต้องมีผิดพลาดได้ ถ้าไม่ทำประกันไว้ เตรียมจ่ายค่าเสียหายจนหมดตัว หรืออาจเจอคดีอาญาเพิ่มอีก
แค่ปวดท้อง ก็มีได้เป็นสิบสาเหตุ ถ้าไม่ส่งตรวจทุกอย่าง ต้องพลาดสักครั้งล่ะ
ประกันสังคม ก็เหมือนกัน ใช้ระบบเหมาจ่าย แต่คนในระบบประกันสังคมอยู่ในวัยทำงาน ไม่ค่อยเป็นอะไร รพ.ที่รับประกันสังคม จึงกำไรทุกปี
แน่นอนว่า ยิ่งรักษาคนไข้ประกันสังคมให้น้อยที่สุดยิ่งดี เงินเหมาจ่ายจะเหลือเยอะๆ ดังนั้นอย่าหวังว่าจะได้รับการรักษาที่ดี
>>ระบบเหมาจ่าย ไม่ใช่ระบบที่ดี รพ.ที่รักษาเต็มที่ จะขาดทุนมหาศาล ส่วน รพ.ที่รักษาแบบส่งๆ จะกำไร
และไม่มีประเทศไหนในโลกที่ทำแบบนี้ บารัค โอบามา เคยเอาวิธีของไทยไปทดลองทำ ปรากฏว่าไม่กี่เดือน รีบยกเลิกทันที
ตอนนี้ รัฐบาลเลยแก้ปัญหาด้วยการเร่งผลิตแพทย์เพิ่ม มีคณะแพทย์ชื่อแปลกๆ เกิดขึ้นใหม่เต็มไปหมด
ประเทศที่พัฒนาแล้ว คุณภาพประชากรสูงกว่า เทคโนโลยีการสอนเหนือกว่า เครื่องมือแพทย์ทันสมัยกว่า ยังแก้ปัญหาแพทย์ขาดแคลนไม่ได้เลย
ยุโรป ญี่ปุ่น อเมริกา ฯลฯ เขารู้ว่า การเร่งผลิดแพทย์ โดยไม่ได้คุณภาพ อันตรายมากๆ ที่ออสเตรเลีย กว่าจะจบแพทย์เชี่ยวชาญจริงๆ ต้องเรียนถึง 12 ปี เป็นอย่างน้อย
เรากำลังแก้ปัญหาแบบฟิลิปปินส์ ในที่สุดแพทย์ล้นประเทศจริงๆ แต่ไม่มีคุณภาพ จนระบบสาธารณสุขของประเทศล่มสลาย
และไม่ใช่ค่ารักษาจะถูกลง ทุกวันนี้ โรงพยาบาลเอกชนในฟิลิปปินส์ ค่ารักษาแพงกว่าในไทยอีก
เพราะ คนชั้นกลาง กับ คนรวยของที่นั่น ไม่กล้าเข้าโรงพยาบาลรัฐ ที่คุณภาพของแพทย์ไม่น่าเชื่อถือ
เรากำลังแก้ไขปัญหาสาธารณสุขผิดทิศทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สปสช. ที่เอาเงินภาษีมาละเลงแบบไม่ยั้งคิด
ลองคิดดูว่า ถ้าวันใดที่โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคล่ม แล้วคนไทยที่เกษียณไม่ได้เตรียมเงินไว้สำหรับรักษาตัวไว้เลย (ส่วนใหญ่ด้วย)
จะทำอย่างไร
เท่าที่อ่าน กระทู้เกษียณใน pantip ทุกคนหวังพึ่งโครงการ 30 บาทหมด บอกว่า หลังเกษียณใช้เดือนละ 15,000 ก็อยู่ได้ โดยไม่คิดเลยว่า ถ้าเจ็บป่วยขึ้นมาแล้วต้องจ่ายเอง มันระดับแสนบาทเลยนะ
อีกหน่อย แพทย์ต้องทำประกันการรักษา เหมือนในต่างประเทศ ค่ารักษาพยาบาลจะสูงขึ้น จนคนไทยจ่ายไม่ไหว เศรษฐกิจพัง
โรงพยาบาล จึงเอาเงินเหมาจ่ายส่วนของคนที่ไม่มาใช้สิทธิ มาโป๊ะ ให้กับคนที่มารักษา แต่กระนั้นเงินรพ.ก็ติดลบทุกเดือน
แต่อีก 10 ปีข้างหน้า จะมีคนเหมาจ่ายบัตรทองมาใช้สิทธิถึง 60 -70% เมื่อนั้น รอวันล่มสลายได้ คนจะแห่กันมา รพ. จนหมอทำไม่ไหว
หมอที่รับตรวจคนไข้วันละสองร้อยคน ต้องมีผิดพลาดได้ ถ้าไม่ทำประกันไว้ เตรียมจ่ายค่าเสียหายจนหมดตัว หรืออาจเจอคดีอาญาเพิ่มอีก
แค่ปวดท้อง ก็มีได้เป็นสิบสาเหตุ ถ้าไม่ส่งตรวจทุกอย่าง ต้องพลาดสักครั้งล่ะ
ประกันสังคม ก็เหมือนกัน ใช้ระบบเหมาจ่าย แต่คนในระบบประกันสังคมอยู่ในวัยทำงาน ไม่ค่อยเป็นอะไร รพ.ที่รับประกันสังคม จึงกำไรทุกปี
แน่นอนว่า ยิ่งรักษาคนไข้ประกันสังคมให้น้อยที่สุดยิ่งดี เงินเหมาจ่ายจะเหลือเยอะๆ ดังนั้นอย่าหวังว่าจะได้รับการรักษาที่ดี
>>ระบบเหมาจ่าย ไม่ใช่ระบบที่ดี รพ.ที่รักษาเต็มที่ จะขาดทุนมหาศาล ส่วน รพ.ที่รักษาแบบส่งๆ จะกำไร
และไม่มีประเทศไหนในโลกที่ทำแบบนี้ บารัค โอบามา เคยเอาวิธีของไทยไปทดลองทำ ปรากฏว่าไม่กี่เดือน รีบยกเลิกทันที
ตอนนี้ รัฐบาลเลยแก้ปัญหาด้วยการเร่งผลิตแพทย์เพิ่ม มีคณะแพทย์ชื่อแปลกๆ เกิดขึ้นใหม่เต็มไปหมด
ประเทศที่พัฒนาแล้ว คุณภาพประชากรสูงกว่า เทคโนโลยีการสอนเหนือกว่า เครื่องมือแพทย์ทันสมัยกว่า ยังแก้ปัญหาแพทย์ขาดแคลนไม่ได้เลย
ยุโรป ญี่ปุ่น อเมริกา ฯลฯ เขารู้ว่า การเร่งผลิดแพทย์ โดยไม่ได้คุณภาพ อันตรายมากๆ ที่ออสเตรเลีย กว่าจะจบแพทย์เชี่ยวชาญจริงๆ ต้องเรียนถึง 12 ปี เป็นอย่างน้อย
เรากำลังแก้ปัญหาแบบฟิลิปปินส์ ในที่สุดแพทย์ล้นประเทศจริงๆ แต่ไม่มีคุณภาพ จนระบบสาธารณสุขของประเทศล่มสลาย
และไม่ใช่ค่ารักษาจะถูกลง ทุกวันนี้ โรงพยาบาลเอกชนในฟิลิปปินส์ ค่ารักษาแพงกว่าในไทยอีก
เพราะ คนชั้นกลาง กับ คนรวยของที่นั่น ไม่กล้าเข้าโรงพยาบาลรัฐ ที่คุณภาพของแพทย์ไม่น่าเชื่อถือ
เรากำลังแก้ไขปัญหาสาธารณสุขผิดทิศทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สปสช. ที่เอาเงินภาษีมาละเลงแบบไม่ยั้งคิด
ลองคิดดูว่า ถ้าวันใดที่โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคล่ม แล้วคนไทยที่เกษียณไม่ได้เตรียมเงินไว้สำหรับรักษาตัวไว้เลย (ส่วนใหญ่ด้วย)
จะทำอย่างไร
เท่าที่อ่าน กระทู้เกษียณใน pantip ทุกคนหวังพึ่งโครงการ 30 บาทหมด บอกว่า หลังเกษียณใช้เดือนละ 15,000 ก็อยู่ได้ โดยไม่คิดเลยว่า ถ้าเจ็บป่วยขึ้นมาแล้วต้องจ่ายเอง มันระดับแสนบาทเลยนะ