JJNY : แม่ป่วยมะเร็งถูกติดสิทธิ์│60 กม.ขี่ข้าม จว.เพื่อทวนสิทธิ│โตโต้ฟ้องกลับขบวนการสร้างหลักฐานเท็จ│ญี่ปุ่นประท้วงจีน

ลูกสาวโอด แม่ป่วยมะเร็งถูกติดสิทธิ์ บัตรคนจน ธนาคารช่วยไม่ได้ ตัดพ้อทำไมยากเย็น
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10331441
.

.
ลูกสาวโอด แม่ป่วยมะเร็งถูกติดสิทธิ์ บัตรคนจน ธนาคารช่วยไม่ได้ ตัดพ้อทำไมการพิสูจน์ความเป็น “คนจน” จึงยากเย็นแบบนี้ จี้รัฐบาลตรวจสอบ
.
วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังคงเป็นประเด็นที่ประชาชนในหลายพื้นที่ให้ความสนใจ หลังมีผู้ลงทะเบียนจำนวนไม่น้อย ออกมาระบุว่า ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณา จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้ได้รับสิทธิ์
.
น.ส.สุปราณี ดาวศุกร์ อายุ 39 ปี ชาวบ้านบ้านสุชัยพัฒนา หมู่7 ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้กับแม่ ซึ่งกำลังป่วยเป็นโรคมะเร็ง เบาหวาน ความดันฯ โดยหวังว่าจะได้รับสิทธิ์ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตและการรักษาพยาบาล เพราะเดิมเคยได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่ก่อนแล้ว
.
ซึ่งหลังจากตรวจสอบผลการลงทะเบียนในวันแรก พบว่า แม่ผ่านเกณฑ์และได้รับสิทธิ์ตามเงื่อนไข ทำให้ครอบครัวรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก แต่เมื่อกลับมาตรวจสอบอีกครั้งในวันถัดมา กลับพบว่า สิทธิ์ดังกล่าวถูกตัดออกจากระบบโดยไม่ทราบสาเหตุ สร้างความตกใจและสับสนให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก ทำไมการพิสูจน์ความเป็น “คนจน” จึงยากเย็นแบบนี้
.
หลังเกิดเหตุได้รีบเดินทางไปยังธนาคารฯ เพื่อรับบริการตรวจสอบสิทธิ์ ขอให้เจ้าหน้าที่ธนาคารช่วยตรวจสอบข้อมูลในระบบ แต่ผลการตรวจสอบ พบว่าไม่มีข้อมูลการได้รับสิทธิ์ปรากฏอยู่ในระบบแต่อย่างใด โดยเจ้าหน้าที่ฯ แจ้งว่า ไม่สามารถดำเนินการแก้ไขหรือให้ความช่วยเหลือใด ๆ ได้ เนื่องจากไม่มีข้อมูลอยู่ในฐานข้อมูลของระบบ
.
ซึ่งกรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้น สร้างความผิดหวังให้กับครอบครัวของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงสาเหตุของการถูกตัดสิทธิ์ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในครั้งนี้
.

.
ไป-กลับ 60 กม. ขี่พ่วงข้างข้ามจังหวัด เพื่อยื่นทบทวนสิทธิ
.
ตาวัย 82 ปี ขี่ จยย.พ่วงข้างข้ามจังหวัด ไป-กลับ 60 กม. เพื่อยื่นทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังไม่ผ่านเกณฑ์เพราะรถเก่าที่ชั่งกิโลขายไปนานกว่า 20 ปีแล้ว แต่ชื่อยังติดครอบครอง
.
วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่สำนักงานขนส่งจังหวัดอุทัยธานี โดยวันนี้ยังคงมีประชาชนเดินทางมาเข้าคิวรับบริการตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลการครอบครองรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เพื่อใช้ประกอบการยื่นทบทวนสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกันอย่างต่อเนื่องเช่นเดิม โดยพบว่ามีประชาชนทั้งในจังหวัดอุทัยธานีและจังหวัดใกล้เคียงเดินทางมาตั้งแต่ช่วงเช้า
.
จากการตรวจสอบพบว่ามีประชาชนบางรายเดินทางไกลจากอำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ขนส่งช่วยดำเนินการแก้ไขข้อมูล หลังระบบระบุว่ามีรถอยู่ในครอบครอง 2 คัน ทั้งที่ได้ขายรถทั้งไปแล้วกว่า 21 ปี โดยในขณะนั้นเป็นการโอนลอย และเพิ่งมาทราบว่าชื่อผู้ครอบครองในระบบยังคงเป็นชื่อตนเอง ส่งผลให้ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
.
ขณะที่ประชาชนชาวอำเภอหนองฉาง ซึ่งเข้ารับบัตรคิวตั้งแต่ช่วงเช้า เปิดเผยว่า เดินทางมาเพื่อให้เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าปัจจุบันไม่ได้มีรถอยู่ในครอบครองตามที่ระบบระบุ เนื่องจากรถคันดังกล่าวเคยมีเมื่อหลายสิบปีก่อน และยืนยันว่าไม่มีบุตรหลานหรือบุคคลในครอบครัวนำชื่อของตนไปใช้ซื้อรถแต่อย่างใด พร้อมฝากถึงรัฐบาลให้ช่วยตรวจสอบฐานข้อมูลให้รอบคอบมากกว่านี้ เพราะขณะนี้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล เช่น อำเภอบ้านไร่ ซึ่งต้องเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาติดต่อราชการตลอดทั้งวัน ทั้งที่ส่วนใหญ่ไม่มีรถอยู่ในครอบครองจริง
.
ด้าน นายละอัย อายุ 82 ปี ชาวบ้านตำบลท่าน้ำอ้อย อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้ขับรถ จยย.พ่วงข้างคู่ใจ เดินทางมายังสำนักงานขนส่งจังหวัดอุทัยธานี เนื่องจากเป็นจุดที่ใกล้บ้านที่สุด โดยรวมระยะทางไป-กลับประมาณ 60 กิโลเมตร เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยถอดถอนชื่อรถที่ระบบระบุว่ามีอยู่ในครอบครองจำนวน 2 คัน นายละอัย กล่าวว่า รถคันแรกได้ขายเป็นเศษเหล็กหรือชั่งกิโลไปนานกว่า 20 ปีแล้ว ส่วนอีกคันคือรถซาเล้งเก่าที่ใช้ประกอบอาชีพและใช้เดินทางอยู่ในปัจจุบัน หลังดำเนินการแก้ไขข้อมูลกับสำนักงานขนส่งเสร็จแล้ว จะเดินทางไปยังธนาคารเพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าได้ดำเนินการแก้ไขข้อมูลกับกรมการขนส่งทางบกเรียบร้อยแล้ว เพื่อใช้ประกอบการยื่นทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในขั้นตอนต่อไป
.

.
โตโต้ ฟ้องกลับ ขบวนการสร้างหลักฐานเท็จ กล่าวหาผิด 112 เตรียมยื่นฟัน ม.157 ตร.ไซเบอร์ด้วย https://www.matichon.co.th/politics/news_5814896
.
โตโต้ พร้อมทนายความ นำพยานหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดี ปมมีผู้โพสต์โซเชียลสร้างพยานหลักฐานเท็จ อ้างว่าทำผิด ม.112 ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง 19 ต.ค.
.
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายปิยรัฐ จงเทพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมนายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความ นำพยานหลักฐานซึ่งเป็นโพสต์โซเชียลมีเดีย มายื่นฟ้องผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการสร้างหลักฐานเท็จ นำมาใช้กล่าวหาตัวเองในคดีอาญา ความผิด มาตรา 112
.
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2563 โดยมีกลุ่มคนรักสถาบันเป็นโจทก์ฟ้องศาล อ้างว่าตัวเองถ่ายรูปที่บริเวณท้องสนามหลวงและโพสต์ข้อความเข้าข่ายความผิด มาตรา 112 ซึ่งภายหลังศาลได้ยกฟ้องคดีดังกล่าวเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 เนื่องจากศาลไม่เชื่อในพยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์
.
นายปิยรัฐยืนยันว่า ตัวเองไม่ได้เป็นผู้โพสต์ข้อความดังกล่าวในเพจเฟซบุ๊กที่ฝ่ายโจทก์นำมาใช้แอบอ้าง และในช่วงเวลาที่ปรากฏตามพยานหลักฐานที่ฝ่ายโจทก์นำมาใช้เป็นช่วงเวลาที่ตัวเองถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว ทำให้ไม่สามารถใช้เครื่องมือสื่อสารในการโพสต์ได้ สาเหตุที่ต้องเดินทางมาฟ้องในวันนี้เนื่องจากทราบมาว่า ฝั่งโจทก์มีความพยายามอุทธรณ์คดีต่อ
.
นายปิยรัฐกล่าวอีกว่า ส่วนจำเลยที่ตัวเองยื่นฟ้อง แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือประชาชน ซึ่งอ้างว่าเป็นกลุ่มคนรักสถาบัน โดยกรณีนี้แจ้งข้อกล่าวหาแจ้งความเท็จ สร้างหลักฐานเท็จ, ข้อหาปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐ คือพนักงานสอบสวน สังกัดกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโลยี หรือ บก.ปอท. ที่เห็นว่ามีความเชื่อมโยงในการรับเอกสารฉบับนี้เข้ามาและมีการนำมาแจ้งข้อกล่าวหา รวมถึงสรุปสำนวนส่งฟ้องศาล โดยจะดำเนินคดีเป็นรายบุคคล ซึ่งจะดำเนินคดีโดยแยกข้อกล่าวหากับกลุ่มประชาชน โดยเพิ่มมาตรา 157 ซึ่งจะต้องฟ้องที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ส่วนการยื่นฟ้องในวันนี้เบื้องต้นศาลนัดหมายไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 19 ต.ค.2569
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่