โรงพยาบาลหัวเฉียว จ่ายยาโรควิกฤต (Stroke) ขาด 4 วันก่อนวันนัด ปล่อยคนไข้เสี่ยงชีวิต แถมสร้างภาระให้คนไข้รายวันต้องแบกรับ!
เนื้อหากระทู้:
ขอเล่าภูมิหลังสั้น ๆ ก่อนครับ ก่อนหน้านี้ผมแอดมิตเข้าห้อง ICU ด้วยอาการเส้นเลือดสมองอุดตัน (Stroke) ซึ่งระหว่างการรักษาก็มีเหตุการณ์หลายอย่างที่สร้างความค้างคาใจและเคลือบแคลงใจในมาตรฐานการดูแล จนถึงขั้นที่ผมต้องนัดเข้าไปพูดคุยขอคำชี้แจงกับทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลมาแล้วรอบหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นเราก็พยายามทำความเข้าใจและคิดว่าเรื่องจะจบลงด้วยดี... แต่ปรากฏว่าหลังจากนั้นไม่นาน กลับมีเรื่องชุ่ยครั้งใหญ่ที่ส่งผลอันตรายถึงชีวิตเกิดขึ้นซ้ำอีก
คือ วันสุดท้ายที่จะออกจาก รพ. เพื่อกลับบ้าน บุคลากรทางการแพทย์กำชับหนักหนาว่า "ยาที่ให้ไปห้ามหยุดยาเองโดยเด็ดขาด จนกว่าจะถึงวันนัดครั้งต่อไป" ซึ่งวันนัดของผมคือวันที่ 26/07/2569
แต่ปรากฏว่ายาต้านเกล็ดเลือด (ยาละลายลิ่มเลือด) ที่โรงพยาบาลให้มา 2 ตัว กลับไม่สมดุลกันเลย:
ตัวที่ 1 (Clopidogrel): ให้มาแค่ 20 เม็ด เท่ากับยาจะหมดก่อน และ ขาดไป 4 เม็ด กว่าจะถึงวันนัด!
ตัวที่ 2 (Aspirin): จ่ายเกินมาให้ถึง 45 เม็ด (เกินวันนัดไปยาว ๆ)
ความชุ่ยในการคำนวณยาครั้งนี้ มันสร้างความเดือดร้อนให้ผมมากครับ เพราะผมเป็น พนักงานรายวัน และมีวันหยุดแค่วันอาทิตย์วันเดียว:
ถ้าผมต้องลาเพื่อเดินทางไปขอยาที่ รพ. เพิ่ม ผมก็โดนหักเงินรายวัน ลาไปก็ไม่ได้เงิน
จะให้ไปตอนเย็นหลังเลิกงาน ร่างกายที่เพิ่งฟื้นจาก Stroke ก็เหนื่อยล้ามาทั้งวันแล้ว
ถ้าต้องไปวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดวันเดียวที่ผมควรจะได้พักผ่อน และต้องซักผ้ารีดผ้าเตรียมทำงานสัปดาห์ต่อไป ผมก็ต้องเสียเวลาไปอีก
ค่าน้ำมันรถ ค่าเดินทางไป รพ. ก็เป็นต้นทุน เงินค่าน้ำมันไม่ได้ได้มาฟรี ๆ
ผมอยากถามตรง ๆ ว่า ทั้ง โรงพยาบาลหัวเฉียว และ สำนักงานประกันสังคม จะรับผิดชอบต่อความสะเพร่าที่เสี่ยงถึงชีวิตคนไข้ และการผลักภาระค่าใช้จ่าย/เวลาให้คนไข้แบบนี้อย่างไร? ต้องให้ผมช็อกคาบ้านเพราะยาหมดก่อนถึงวันนัดใช่ไหมถึงจะกระตือรือร้นกัน?
ใครเคยเจอเหตุการณ์แบบผมบ้างรบกวนช่วยแสดงความคิดเห็นหน่อยครับ
นี่เป็นแค่เรื่องแรกที่ผมเจอ... หลังจากนี้จะมีภาค 2 และ 3 ตามมา รอติดตามได้เลยครับ
โรงพยาบาลหัวเฉียว จ่ายยาโรควิกฤต (Stroke) ขาด 4 วันก่อนวันนัด ปล่อยคนไข้เสี่ยงชีวิต แถมสร้างภาระให้คนไข้รายวันต้องแบกรับ
เนื้อหากระทู้:
ขอเล่าภูมิหลังสั้น ๆ ก่อนครับ ก่อนหน้านี้ผมแอดมิตเข้าห้อง ICU ด้วยอาการเส้นเลือดสมองอุดตัน (Stroke) ซึ่งระหว่างการรักษาก็มีเหตุการณ์หลายอย่างที่สร้างความค้างคาใจและเคลือบแคลงใจในมาตรฐานการดูแล จนถึงขั้นที่ผมต้องนัดเข้าไปพูดคุยขอคำชี้แจงกับทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลมาแล้วรอบหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นเราก็พยายามทำความเข้าใจและคิดว่าเรื่องจะจบลงด้วยดี... แต่ปรากฏว่าหลังจากนั้นไม่นาน กลับมีเรื่องชุ่ยครั้งใหญ่ที่ส่งผลอันตรายถึงชีวิตเกิดขึ้นซ้ำอีก
คือ วันสุดท้ายที่จะออกจาก รพ. เพื่อกลับบ้าน บุคลากรทางการแพทย์กำชับหนักหนาว่า "ยาที่ให้ไปห้ามหยุดยาเองโดยเด็ดขาด จนกว่าจะถึงวันนัดครั้งต่อไป" ซึ่งวันนัดของผมคือวันที่ 26/07/2569
แต่ปรากฏว่ายาต้านเกล็ดเลือด (ยาละลายลิ่มเลือด) ที่โรงพยาบาลให้มา 2 ตัว กลับไม่สมดุลกันเลย:
ตัวที่ 1 (Clopidogrel): ให้มาแค่ 20 เม็ด เท่ากับยาจะหมดก่อน และ ขาดไป 4 เม็ด กว่าจะถึงวันนัด!
ตัวที่ 2 (Aspirin): จ่ายเกินมาให้ถึง 45 เม็ด (เกินวันนัดไปยาว ๆ)
ความชุ่ยในการคำนวณยาครั้งนี้ มันสร้างความเดือดร้อนให้ผมมากครับ เพราะผมเป็น พนักงานรายวัน และมีวันหยุดแค่วันอาทิตย์วันเดียว:
ถ้าผมต้องลาเพื่อเดินทางไปขอยาที่ รพ. เพิ่ม ผมก็โดนหักเงินรายวัน ลาไปก็ไม่ได้เงิน
จะให้ไปตอนเย็นหลังเลิกงาน ร่างกายที่เพิ่งฟื้นจาก Stroke ก็เหนื่อยล้ามาทั้งวันแล้ว
ถ้าต้องไปวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดวันเดียวที่ผมควรจะได้พักผ่อน และต้องซักผ้ารีดผ้าเตรียมทำงานสัปดาห์ต่อไป ผมก็ต้องเสียเวลาไปอีก
ค่าน้ำมันรถ ค่าเดินทางไป รพ. ก็เป็นต้นทุน เงินค่าน้ำมันไม่ได้ได้มาฟรี ๆ
ผมอยากถามตรง ๆ ว่า ทั้ง โรงพยาบาลหัวเฉียว และ สำนักงานประกันสังคม จะรับผิดชอบต่อความสะเพร่าที่เสี่ยงถึงชีวิตคนไข้ และการผลักภาระค่าใช้จ่าย/เวลาให้คนไข้แบบนี้อย่างไร? ต้องให้ผมช็อกคาบ้านเพราะยาหมดก่อนถึงวันนัดใช่ไหมถึงจะกระตือรือร้นกัน?
ใครเคยเจอเหตุการณ์แบบผมบ้างรบกวนช่วยแสดงความคิดเห็นหน่อยครับ
นี่เป็นแค่เรื่องแรกที่ผมเจอ... หลังจากนี้จะมีภาค 2 และ 3 ตามมา รอติดตามได้เลยครับ