เรือนหลังนั้น : คำมั่นเหนือกาลเวลา ตอนที่ 3

ตอนที่ 3 : หญิงสาวผู้ถือโคม

เสียงโซ่เหล็กกระทบกันดังเป็นจังหวะ
กึง...
กึง...
กึง...
ธีรัตน์ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องต้องห้าม ปลายนิ้วยังคงแตะอยู่บนลูกบิดทองเหลืองเก่าที่เย็นเฉียบผิดธรรมชาติ
"ถอยออกมา..."
เสียงเด็กชายดังขึ้นอีกครั้ง
ครั้งนี้ไม่ใช่เสียงขอร้อง
แต่เป็นคำสั่ง
ธีรัตน์หันไปมอง เด็กชายยืนตัวสั่น ดวงตาเบิกกว้างจ้องไปที่ประตู ราวกับหวาดกลัวบางสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
ทันใดนั้น...
เสียงร้องไห้จากด้านในก็เงียบลง
ตามมาด้วยเสียงของผู้หญิงแผ่วเบา
"อย่า...เปิด..."
โซ่ที่สั่นเมื่อครู่หยุดลงในทันที
ความเงียบกลับมาเยือนทั้งเรือน
แม้แต่เสียงฝนด้านนอกก็หายไป
ราวกับโลกทั้งใบกำลังกลั้นหายใจ
ธีรัตน์ค่อย ๆ ชักมือกลับ
ในวินาทีนั้นเอง เด็กชายก็ถอนหายใจยาว ก่อนจะยิ้มบาง ๆ
"วันนี้...เขายอมแล้ว"
"ใครยอม"
เด็กไม่ตอบ
เขาหันหลัง เดินไปตามระเบียงช้า ๆ
ก่อนร่างจะค่อย ๆ โปร่งใส
ละลายหายไปกับแสงจันทร์
เหลือเพียงความว่างเปล่า

รุ่งเช้า
คำปันกำลังตักน้ำจากโอ่งหน้าบ้าน
เมื่อเห็นสีหน้าของธีรัตน์ ชายชราก็เอ่ยขึ้นทันที
"เมื่อคืนขึ้นไปถึงห้องนั้นใช่ไหม"
ธีรัตน์พยักหน้า
"ลุงรู้ได้ยังไง"
คำปันหัวเราะแผ่ว ๆ
"คนที่บ้านเลือก...มักจะเดินไปถึงที่นั่น"
"บ้านเลือก?"
ชายชราใช้ขันตักน้ำรดลงบนรากต้นพิกุล
"เรือนนี้ไม่ได้เปิดรับทุกคน"
"หลายสิบปีมานี้ มีคนมาซื้อหลายครั้ง"
"นักธุรกิจบ้าง นักการเมืองบ้าง"
"บางคนจะรื้อบ้านสร้างรีสอร์ต"
"บางคนจะตัดไม้ไปขาย"
คำปันหยุดพูด พลางมองยอดเรือน
"ไม่มีใครอยู่ได้เกินสามคืน"
"เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา"
"บ้านไล่"
คำตอบสั้น ๆ นั้น ทำให้ธีรัตน์ไม่รู้จะถามอะไรต่อ

ช่วงสาย เขาเริ่มสำรวจบริเวณรอบเรือน
ด้านหลังเป็นสวนเก่า มีต้นมะม่วง ต้นชมพู่ และต้นพิกุลอายุนับร้อยปี
ไกลออกไปเป็นศาลาไม้หลังเล็กที่ทรุดโทรม
ระหว่างทาง เขาพบแท่นหินสี่เหลี่ยมถูกวัชพืชปกคลุม
เมื่อใช้มือปัดดินออก
ตัวอักษรโบราณก็ค่อย ๆ ปรากฏ
"เรือนเทวัญ"
"สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๘"
ด้านล่างมีชื่อผู้สร้าง
หลวงพิทักษ์เทเวศร์
และอีกบรรทัดหนึ่ง
เพื่อเป็นของขวัญแก่...
ตัวอักษรช่วงสุดท้ายแตกหายไป
ราวกับมีใครจงใจลบชื่อออก

บ่ายวันนั้น
ฝนตั้งเค้าอีกครั้ง
ธีรัตน์กลับเข้าเรือน พร้อมสมุดบันทึกเล่มเก่าที่พบเมื่อวาน
เขาพยายามใช้แสงเฉียงส่องลงบนกระดาษ
หมึกที่เลือนรางเริ่มปรากฏ
หน้าถัดไปมีข้อความเขียนไว้
"วันนี้ท่านหลวงพาข้าไปดูที่ดินริมแม่น้ำ"
"ท่านบอกว่าจะสร้างเรือนที่งดงามที่สุด"
"เราจะปลูกต้นพิกุลไว้หน้าบ้าน"
"เมื่อดอกพิกุลบาน..."
"ไม่ว่าท่านจะอยู่แห่งใด จะได้รู้ว่าข้ายังรอ"
ตัวอักษรบรรทัดสุดท้ายเปื้อนเป็นวง
เหมือนหยดน้ำตาเคยตกลงบนกระดาษ
ธีรัตน์ลูบตัวหนังสือเบา ๆ
ไม่รู้ทำไม...
หัวใจเขาจึงเจ็บอย่างประหลาด
เหมือนเคยได้ยินประโยคเหล่านี้มาก่อน

คืนนั้น
เขาฝัน
...
เสียงระฆังวัดดังมาจากอีกฟากของแม่น้ำ
ผู้คนแต่งกายแบบสมัยรัชกาลที่ 6 เดินกันขวักไขว่
เรือนเทวัญยังใหม่เอี่ยม
ไม้ทุกแผ่นส่งกลิ่นหอม
ผ้าม่านสีครีมพลิ้วไหวรับลม
หญิงสาวในผ้าซิ่นไหมสีงาช้างกำลังจัดแจกันดอกพิกุล
ใบหน้างดงามจนละสายตาไม่ได้
นางยิ้มอย่างอ่อนโยน
"ท่านหลวง..."
เสียงของนางหวานราวกับสายลม
ชายหนุ่มในเครื่องแบบขุนนางเดินเข้ามา
เขาสูงสง่า ดวงตาเปี่ยมด้วยความอบอุ่น
ในมือมีตะเกียงเจ้าพายุทองเหลือง
"หากวันใดข้ากลับดึก..."
เขายื่นตะเกียงให้นาง
"เจ้าจงจุดโคมนี้ไว้"
"ข้าจะมองเห็นแสง"
"แล้วจะกลับบ้าน"
หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ
"ถ้าท่านกลับช้ากว่าหนึ่งคืนเล่า"
ชายหนุ่มจับมือนาง
"ก็จุดต่อไป"
"ถ้าหนึ่งเดือน"
"ก็ยังจุด"
"หนึ่งปี"
"ก็ยังรอ"
หญิงสาวยิ้มทั้งน้ำตา
"ถ้าหนึ่งชาติ..."
ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ต่อให้กี่ชาติ..."
"ข้าจะกลับมาหาเจ้า"
ทันใดนั้น
ภาพทุกอย่างก็สั่นไหว
เสียงปืนดังขึ้นจากที่ไกล
ผู้คนแตกตื่น
หญิงสาวร้องเรียก
"ท่านหลวง!"
แต่ชายหนุ่มกลับถูกความมืดกลืนหายไป

ธีรัตน์สะดุ้งตื่น
เหงื่อชุ่มทั่วตัว
หัวใจเต้นแรง
เสียงหนึ่งดังขึ้นนอกหน้าต่าง
เขาเดินออกไปที่ระเบียง
ใต้ต้นพิกุล...
หญิงสาวคนเดิมยืนถือโคม
คราวนี้นางไม่ได้มองเขา
แต่มองไปยังทางน้ำ
สายตาเต็มไปด้วยความหวัง
ราวกับกำลังรอใครสักคน
นางยกโคมขึ้นสูง
แสงสีทองส่องผ่านสายฝน
ในแสงนั้น ธีรัตน์เห็นเงาของชายคนหนึ่งยืนอยู่ริมแม่น้ำ
แต่เมื่อกะพริบตา
เงานั้นก็หายไป
หญิงสาวก้มหน้าลงช้า ๆ
ไหล่ของนางสั่นน้อย ๆ
ราวกับกำลังร้องไห้
แล้วเสียงแผ่วเบาก็ลอยมาตามสายลม
"คืนนี้...ท่านก็ยังไม่กลับ"
สิ้นเสียงนั้น
โคมไฟในมือของนางก็ดับลง
ร่างทั้งร่างค่อย ๆ จางหายไป
เหลือเพียงดอกพิกุลสีขาวร่วงหล่นเต็มลาน
ธีรัตน์ยืนอยู่ที่เดิม
ไม่รู้ตัวเลยว่า...
น้ำตาของเขาไหลลงมาตั้งแต่เมื่อใด
และในเงาสะท้อนของกระจกหน้าต่าง
เบื้องหลังเขา
มีชายในชุดขุนนางยืนอยู่เงียบ ๆ
ดวงตาของชายผู้นั้นไม่ได้มองธีรัตน์
แต่มองหญิงสาวที่เพิ่งเลือนหายไป
พร้อมเอ่ยประโยคหนึ่งที่เบาราวเสียงลม
"รำเพย...ข้ากลับมาไม่ทัน"
เมื่อธีรัตน์หันกลับไป
ระเบียงทั้งสายก็ว่างเปล่า
แต่บนพื้นไม้...
มีแหวนทองวงหนึ่งวางอยู่
เป็นแหวนโบราณที่ด้านในสลักตัวอักษรเพียงสองคำ
"คำมั่นนิรันดร์"

ภาพประกอบหญิงสาวถือโคมไฟ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่