น้ำมันลดราคา 2 บาท... ดีใจได้ไม่สุด? เมื่อเบื้องหลังคือหนี้ 'กองทุนน้ำมัน' ที่พุ่งทะลุ 5.8 หมื่นล้าน!

น้ำมันลดราคาทีไร คนใช้รถอย่างเราก็ยิ้มออก รีบพุ่งตัวไปปั๊มกันใช่ไหมคะ? แต่รู้หรือไม่ว่า รอยยิ้มนี้อาจต้องแลกมาด้วยหนี้ก้อนโตระดับชาติในอนาคต! วันนี้ "เม้ามอยชีวิต" จะพามาเจาะลึกสถานะ 'กองทุนน้ำมัน' ที่กำลังวิกฤตหนัก ชนิดที่ว่าลดราคาปุ๊บ หนี้พุ่งปั๊บ!

เมื่อไม่นานมานี้ กบง. และ กบน. มีมติประกาศลดราคาน้ำมันดีเซลลง 2.56 บาท/ลิตร และเบนซิน 2.51 บาท/ลิตร ซึ่งมองเผินๆ เหมือนจะเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนตาดำๆ อย่างเรา แต่ความจริงที่น่าตกใจคือ การลดราคาครั้งนี้ "สวนทางกับทิศทางราคาน้ำมันโลก" ที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างชัดเจน


การฝืนกลไกตลาดแบบนี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ "กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง" ที่สถานะเดิมก็ร่อแร่ ติดลบอยู่แล้ว 57,362 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 5 ก.ค. 69) แต่หลังจากประกาศลดราคาไปได้เพียงแค่ 1 สัปดาห์ ตัวเลขกลับดิ่งเหวหนักกว่าเดิม สถานะกองทุนฯ ทะลุไปติดลบถึง 58,428 ล้านบาท!

ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า รัฐต้องควักเงินไปอุดหนุนส่วนต่างนี้มากกว่า 1,200 ล้านบาท ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 7 วันเท่านั้น! หลายฝ่ายจึงเริ่มตั้งคำถามถึงนโยบายที่บี้ให้ลดราคาขายปลีกลงว่า นี่คือการบริหารงานแบบขอไปทีเพื่อเอาใจฐานเสียง หรือเป็นการอุ้มนายทุนแล้วผลักภาระหนี้สินระยะยาวมาทิ้งไว้ให้ประชาชนตาดำๆ ที่ต้องจ่ายภาษีในอนาคตกันแน่?

ในมุมของการเงินส่วนบุคคล เรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า เราไม่อาจหวังพึ่งพานโยบายระยะสั้นที่ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นตอได้ การเตรียมพร้อมรับมือกับค่าครองชีพและวางแผนการเงินสำรองของตัวเองให้แข็งแกร่ง คือทางรอดเดียวในยุคที่หนี้สาธารณะและหนี้กองทุนต่างๆ กำลังพอกพูนเป็นหิมะถล่มครับ


    เพื่อนๆ ชาวพันทิปมีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้คะ? การลดราคาน้ำมันแบบยอมให้กองทุนติดลบหนักขึ้นเรื่อยๆ เป็นผลดีต่อประชาชนจริงๆ หรือเป็นการสร้างหนี้ซ่อนรูปที่รอวันระเบิด? มาร่วมแชร์มุมมองและพูดคุยกันได้เลยค่ะ!

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่