วันนี้จะแนะนำเว็บไซต์ exportpotential เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่พัฒนาโดย International Trade Centre (ITC) ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากสำหรับนักลงทุน โดยเฉพาะในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ความไม่แน่นอนสูง
1. ระบุโอกาสในตลาดที่มีการเติบโตสูง (Identifying High-Growth Markets)
ในยุคที่ห่วงโซ่อุปทานโลกเปลี่ยนไป (Global Supply Chain Shift) เว็บไซต์นี้ช่วยให้นักลงทุนสามารถ วิเคราะห์ได้ว่าสินค้าประเภทใดมี "Export Potential" หรือศักยภาพที่จะเติบโตได้สูงจนถึงปี 2030 สิ่งนี้ช่วยในการตัดสินใจเลือกอุตสาหกรรมที่จะเข้าไปลงทุน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจส่งออกโดยตรง หรือธุรกิจที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของสินค้านั้นๆ
2. มองเห็น "ช่องว่าง" ของตลาด (Finding the "Gap")
ฟีเจอร์เด่นอย่าง "Potential to baseline exports gap" ช่วยให้นักลงทุนเห็นถึงความต่างระหว่างการส่งออกในปัจจุบันกับศักยภาพที่ควรจะเป็น
สำหรับนักลงทุน: หากคุณพบว่าสินค้าใดสินค้าหนึ่งมี "ช่องว่าง" ขนาดใหญ่ หมายความว่าตลาดนั้นยังมีความต้องการที่ยังไม่ถูกเติมเต็ม ซึ่งเป็นโอกาสในการเข้าไปลงทุนขยายการผลิตหรือทำตลาดในประเทศเหล่านั้นครับ
3. คัดกรองข้อมูลผลิตภัณฑ์และประเทศปลายทาง (Product & Market Diversification)
เศรษฐกิจช่วงนี้มีความเสี่ยงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) การกระจายความเสี่ยงเป็นเรื่องสำคัญ
เครื่องมือนี้ช่วยให้คุณเลือก "Markets" (ผู้ซื้อ) และ "Exporters" (ผู้ขาย) ได้ทั่วโลก ช่วยให้นักลงทุนสามารถวางแผนการกระจายความเสี่ยงโดยไม่ต้องพึ่งพาตลาดเดียว หรือมองหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ๆ ที่มีศักยภาพสูงและมีความมั่นคงกว่าเดิม
4. ใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจแบบมีเหตุผล (Data-Driven Decision Making)
การวิเคราะห์เศรษฐกิจในปัจจุบันทำได้ยากหากไม่มีข้อมูลรองรับ
เว็บไซต์นี้ช่วยให้คุณเห็นภาพรวมว่าโลกกำลังมุ่งไปที่สินค้าหมวดไหนเป็นหลัก เช่น กลุ่มยานยนต์, สินค้าอิเล็กทรอนิกส์, หรือทองคำ ทำให้นักลงทุนสามารถใช้ข้อมูลจริงในการเปรียบเทียบแทนการคาดเดา
บทสรุปสำหรับนักลงทุน
ในสภาวะที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับการปรับฐานใหม่ Export Potential Map เปรียบเสมือนแผนที่นำทางที่ช่วยให้คุณทราบว่า "โลกกำลังต้องการอะไร" และ "ประเทศไหนมีโอกาสเติบโต" ช่วยให้การตัดสินใจลงทุนของคุณแม่นยำและมองเห็นเป้าหมายในระยะยาวชัดเจนขึ้น
หมายเหตุ ข้อมูลเว็ปนี้ไม่ได้อัพเดทแบบ real time คืออัพจากฐานข้อมูล ถึงปี 2024 หลังจากนั้นจะอัพปีละ 2 ครั้ง ดังนั้นเว็ปนี้ส่วนใหญ่เอาไว้ดูเทรนด์อะนะ
เรามาดูจัดอันดับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั่วโลก (World to World) ข้อมูล 10 อันดับแรกที่มีศักยภาพสูงสุด (เรียงลำดับจากกราฟในภาพ) ได้แก่
1. Motor vehicles for the transport of <10 persons รถยนต์สำหรับขนส่งบุคคล (ไม่เกิน 10 ที่นั่ง)
2. Electronic integrated circuits: processors/controllers วงจรรวมอิเล็กทรอนิกส์ (พวกหน่วยประมวลผล/ตัวควบคุม)
3. Gold, unwrought, for non-monetary purposes ทองคำที่ยังไม่แปรรูป (สำหรับวัตถุประสงค์ที่ไม่ใช่การเงิน)
4. Medicaments for retail sale, n.e.s. ยารักษาโรคสำหรับการขายปลีก
5. Electronic integrated circuits, n.e.s. วงจรรวมอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ
6. Human & animal blood, blood fractions & immunological products เลือดมนุษย์และสัตว์, ส่วนประกอบของเลือด และผลิตภัณฑ์ทางภูมิคุ้มกัน
7. Mobile phones โทรศัพท์มือถือ
8. Parts of telecommunication devices, n.d.a. ชิ้นส่วนอุปกรณ์โทรคมนาคม
9. Electronic integrated circuits: memories วงจรรวมอิเล็กทรอนิกส์ (พวกหน่วยความจำ)
10 Iron ores & concentrates, non-agglomerated แร่เหล็กและหัวแร่เหล็ก (แบบที่ยังไม่ได้อัดก้อน)
ระหว่างลองหาข้อมูลก็เจอข้อมูลที่เกินคาดหลายอย่างเช่น การนำเข้าของประเทศญี่ปุ่น จะเห็นว่าผลิตภัณฑ์ที่ครองแชมป์อันดับหนึ่งด้วยมูลค่าการนำเข้าสูงที่สุดแบบทิ้งห่างรายการอื่นๆ คือ
Human & animal blood, blood fractions & immunological products (โลหิตของมนุษย์และสัตว์, ส่วนประกอบของเลือด และผลิตภัณฑ์ทางภูมิคุ้มกันวิทยา) ก็เลยสงสัยถามเอไอ ได้คำตอบว่า ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงที่สุดในโลก ความจริงข้อนี้ทำให้ความต้องการด้านระบบสาธารณสุขและเวชภัณฑ์ขั้นสูงพุ่งทะยานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นึกถึงไทยเราเองอนาคตน่าจะคล้ายๆ กัน
ความจริงตอนหาข้อมูลเจออะไรเกินคาดหลายอย่าง ถ้าไม่ลืมเดี๋ยวจะทยอยเล่าในกระทู้หน้าละกัน ใครมีความคิดเห็น หรือไปเจอข้อมูลอะไรก็แลกเปลี่ยนกันได้นะ

ที่มา
exportpotential
จัดอันดับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั่วโลก (World to World) ข้อมูล 10 อันดับแรกที่มีศักยภาพสูงสุด
1. ระบุโอกาสในตลาดที่มีการเติบโตสูง (Identifying High-Growth Markets)
ในยุคที่ห่วงโซ่อุปทานโลกเปลี่ยนไป (Global Supply Chain Shift) เว็บไซต์นี้ช่วยให้นักลงทุนสามารถ วิเคราะห์ได้ว่าสินค้าประเภทใดมี "Export Potential" หรือศักยภาพที่จะเติบโตได้สูงจนถึงปี 2030 สิ่งนี้ช่วยในการตัดสินใจเลือกอุตสาหกรรมที่จะเข้าไปลงทุน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจส่งออกโดยตรง หรือธุรกิจที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของสินค้านั้นๆ
2. มองเห็น "ช่องว่าง" ของตลาด (Finding the "Gap")
ฟีเจอร์เด่นอย่าง "Potential to baseline exports gap" ช่วยให้นักลงทุนเห็นถึงความต่างระหว่างการส่งออกในปัจจุบันกับศักยภาพที่ควรจะเป็น
สำหรับนักลงทุน: หากคุณพบว่าสินค้าใดสินค้าหนึ่งมี "ช่องว่าง" ขนาดใหญ่ หมายความว่าตลาดนั้นยังมีความต้องการที่ยังไม่ถูกเติมเต็ม ซึ่งเป็นโอกาสในการเข้าไปลงทุนขยายการผลิตหรือทำตลาดในประเทศเหล่านั้นครับ
3. คัดกรองข้อมูลผลิตภัณฑ์และประเทศปลายทาง (Product & Market Diversification)
เศรษฐกิจช่วงนี้มีความเสี่ยงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) การกระจายความเสี่ยงเป็นเรื่องสำคัญ
เครื่องมือนี้ช่วยให้คุณเลือก "Markets" (ผู้ซื้อ) และ "Exporters" (ผู้ขาย) ได้ทั่วโลก ช่วยให้นักลงทุนสามารถวางแผนการกระจายความเสี่ยงโดยไม่ต้องพึ่งพาตลาดเดียว หรือมองหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ๆ ที่มีศักยภาพสูงและมีความมั่นคงกว่าเดิม
4. ใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจแบบมีเหตุผล (Data-Driven Decision Making)
การวิเคราะห์เศรษฐกิจในปัจจุบันทำได้ยากหากไม่มีข้อมูลรองรับ
เว็บไซต์นี้ช่วยให้คุณเห็นภาพรวมว่าโลกกำลังมุ่งไปที่สินค้าหมวดไหนเป็นหลัก เช่น กลุ่มยานยนต์, สินค้าอิเล็กทรอนิกส์, หรือทองคำ ทำให้นักลงทุนสามารถใช้ข้อมูลจริงในการเปรียบเทียบแทนการคาดเดา
บทสรุปสำหรับนักลงทุน
ในสภาวะที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับการปรับฐานใหม่ Export Potential Map เปรียบเสมือนแผนที่นำทางที่ช่วยให้คุณทราบว่า "โลกกำลังต้องการอะไร" และ "ประเทศไหนมีโอกาสเติบโต" ช่วยให้การตัดสินใจลงทุนของคุณแม่นยำและมองเห็นเป้าหมายในระยะยาวชัดเจนขึ้น
หมายเหตุ ข้อมูลเว็ปนี้ไม่ได้อัพเดทแบบ real time คืออัพจากฐานข้อมูล ถึงปี 2024 หลังจากนั้นจะอัพปีละ 2 ครั้ง ดังนั้นเว็ปนี้ส่วนใหญ่เอาไว้ดูเทรนด์อะนะ
เรามาดูจัดอันดับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั่วโลก (World to World) ข้อมูล 10 อันดับแรกที่มีศักยภาพสูงสุด (เรียงลำดับจากกราฟในภาพ) ได้แก่
1. Motor vehicles for the transport of <10 persons รถยนต์สำหรับขนส่งบุคคล (ไม่เกิน 10 ที่นั่ง)
2. Electronic integrated circuits: processors/controllers วงจรรวมอิเล็กทรอนิกส์ (พวกหน่วยประมวลผล/ตัวควบคุม)
3. Gold, unwrought, for non-monetary purposes ทองคำที่ยังไม่แปรรูป (สำหรับวัตถุประสงค์ที่ไม่ใช่การเงิน)
4. Medicaments for retail sale, n.e.s. ยารักษาโรคสำหรับการขายปลีก
5. Electronic integrated circuits, n.e.s. วงจรรวมอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ
6. Human & animal blood, blood fractions & immunological products เลือดมนุษย์และสัตว์, ส่วนประกอบของเลือด และผลิตภัณฑ์ทางภูมิคุ้มกัน
7. Mobile phones โทรศัพท์มือถือ
8. Parts of telecommunication devices, n.d.a. ชิ้นส่วนอุปกรณ์โทรคมนาคม
9. Electronic integrated circuits: memories วงจรรวมอิเล็กทรอนิกส์ (พวกหน่วยความจำ)
10 Iron ores & concentrates, non-agglomerated แร่เหล็กและหัวแร่เหล็ก (แบบที่ยังไม่ได้อัดก้อน)
ระหว่างลองหาข้อมูลก็เจอข้อมูลที่เกินคาดหลายอย่างเช่น การนำเข้าของประเทศญี่ปุ่น จะเห็นว่าผลิตภัณฑ์ที่ครองแชมป์อันดับหนึ่งด้วยมูลค่าการนำเข้าสูงที่สุดแบบทิ้งห่างรายการอื่นๆ คือ Human & animal blood, blood fractions & immunological products (โลหิตของมนุษย์และสัตว์, ส่วนประกอบของเลือด และผลิตภัณฑ์ทางภูมิคุ้มกันวิทยา) ก็เลยสงสัยถามเอไอ ได้คำตอบว่า ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงที่สุดในโลก ความจริงข้อนี้ทำให้ความต้องการด้านระบบสาธารณสุขและเวชภัณฑ์ขั้นสูงพุ่งทะยานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นึกถึงไทยเราเองอนาคตน่าจะคล้ายๆ กัน
ความจริงตอนหาข้อมูลเจออะไรเกินคาดหลายอย่าง ถ้าไม่ลืมเดี๋ยวจะทยอยเล่าในกระทู้หน้าละกัน ใครมีความคิดเห็น หรือไปเจอข้อมูลอะไรก็แลกเปลี่ยนกันได้นะ
ที่มา exportpotential