หญิงไม่ผ่านเกณฑ์บัตรคนจน สุดเจ็บใจ ลั่น “อนุทิน” ทำตัวอย่างนี้ สมัยหน้าไม่ได้แน่นอน
.
.
หญิงไม่ผ่านเกณฑ์บัตรคนจน สุดเจ็บใจ เผยเลือก “อนุทิน” มาเองกับมือ ทำตัวอย่างนี้ สมัยหน้าไม่ได้แน่นอน ลั่น “ประยุทธ์” ที่ว่าไม่ดี ยังดีกว่าคุณเยอะ
.
วันที่ 20 ก.ค. 2569 ทีมข่าวช่อง 3 ลงพื้นที่ที่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 2 (ตลิ่งชัน) กรมการขนส่งทางบก พบว่า มีประชาชนที่เดินทางมาติดต่อ และขอแก้ไขข้อมูลเกี่ยวกับยานพาหนะ เพื่อนำไปยื่นขอใช้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ หลังจากหลายคนถูกตัดสิทธิ โดยอ้างเหตุผลเรื่องการถือครองรถยนต์หรือยานพาหนะในระบบ ซึ่งส่วนใหญ่จากการสังเกตจะเป็นผู้สูงอายุ บางรายเป็นผู้ป่วยที่ต้องมาให้ถ้อยคำ
.
คุณป้าท่านหนึ่งเห็นทีมข่าว จึงได้เดินทางมาบอกว่าขอฝากข้อความถึงนายอนุทินหน่อย หลังจากที่ต้องเดินทางมาตั้งแต่ 8 โมงเช้า และเพิ่งจะเสร็จตอนประมาณบ่าย 2 โมงครึ่ง ตนเองมีโรคประจำตัวเยอะ แล้วก็ยังขาหัก มีเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ อีกนิดนึงก็จะเป็นลมแล้ว
.
โดยสาเหตุที่ไม่ได้รับสิทธิ์ เพราะในระบบค้างเก่าว่ามีรถยนต์ 2 คัน ทั้งที่ปัจจุบันไม่มีสักคัน คันหนึ่งเป็นรถกระบะที่ซื้อนานแล้ว แต่ผ่อนไม่หมดและคืนไฟแนนซ์ไปแล้ว และมีรถอีกคันเป็นของอดีตสามี ซึ่งก็ไม่ได้มีเวลาทำเรื่องโอน
.
ตัวเองอยากสื่อสารกับนายกรัฐมนตรีว่า ถ้าทำแบบนี้สมัยหน้าไม่เลือกแล้ว อุตส่าห์ทำใจว่าคนนี้จะดี หวังเป็นนายกฯ ที่ดีของประชาชน แต่กลับทำให้ประชาชนเดือดร้อน โรคภัยไข้เจ็บเยอะแยะ แต่ประชาชนต้องเดือดร้อนมาเสียค่าใช้จ่ายเดินทางมา พวกเธอก็หวังเงินตรงนี้ ที่ผ่านมาได้มาไม่รู้กี่ปี แล้วอยู่ดีๆ ก็มาหาเรื่องตัด
.
ก่อนบอกว่า คุณใช้ระบบ AI สำรวจ ทำไมไม่สำรวจเอง จะได้รู้ว่าประชาชนเค้าเดือดร้อนแค่ไหน ทีมข่าวจึงแจ้งว่า แต่ก่อนหน้านี้รัฐบาลบอกว่าจะมีเจ้าหน้าที่เดินเท้าลงไปสำรวจด้วย คุณป้าบอกว่าไม่เชื่อ เพราะเขาเคยพูดว่าระบบ AI แล้ว AI มันเก่งแค่ไหนจะเก่งกว่าคนได้ยังไง ยังไงคนก็ต้องสำคัญกว่า แล้วคนของรัฐบาลมีเยอะแยะ ทำไมไม่สำรวจเอง
.
“น้อยใจมาก เลือกกับมือเลย ขนาดมีคนบอกให้เลือกสีนั้นสีนี้ ป้าก็ไม่เลือก ป้าเลือกเขามาตั้งแต่แรก เสียใจและเจ็บใจมากๆ คุณอนุทิน คุณรู้ไว้ด้วย ว่าต่อไปนี้สมัยหน้าคุณไม่ได้แน่นอน ไม่มีใครเขาเอาคุณหรอก เพราะคุณทำตัวอย่างนี้ คุณจะกำจัดคนจน ถ้าคุณสำรวจจริงๆ คนจนทั้งนั้นเลยที่คุณเอาออก ไม่ใช่คนรวย ป้าอัดอั้นมาก ไม่เคยออกมาเรียกร้องอะไรทั้งสิ้น พล.อ.ประยุทธ์ที่ว่าไม่ดี แต่ดีกว่าคุณเยอะ ป้าเพิ่งสำนึกได้ ที่ป้าไม่ชอบเขามาตั้งนาน ประยุทธ์ดีกว่าคุณ ขอบอกไว้เลยคุณอนุทิน” คุณป้ากล่าว
.
.
“ตาพูน” ตาบอดสองข้างร่ำไห้ชวดบัตรคนจน รถหายไปแล้ว แทบหมดหนทางไม่อยากเป็นภาระลูกหลาน
https://ch3plus.com/news/social/morning/467137
.
“ตาพูน” วัย 85 ปี ชาวโคราช พิการตาบอดทั้งสองข้าง หลั่งน้ำตาชวด “บัตรคนจน” ไม่ผ่านเกณฑ์เพราะมีรถสมัยยังหนุ่ม แต่ตอนนี้หายไปนานแล้ว อยากได้บัตรจะได้มีเงินซื้อข้าวกินเพราะไม่อยากเป็นภาระของลูกหลานมากกว่านี้
.
วันนี้ (20 ก.ค.69) เรื่องราวสุดสะเทือนใจเกิดขึ้นกับ นาย
พูน หรือ
ตาพูน อายุ 85 ปี ชาวบ้านหนองสองห้อง ตำบลหัวทะเล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ผู้พิการทางสายตาตาบอดสนิททั้งสองข้าง ที่ต้องหลั่งน้ำตาหลังทราบผลการพิจารณาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากระบบยังระบุว่า ตาพูนมีชื่อครอบครองรถจักรยานยนต์ 2 คัน แต่เป็นรถเก่าตั้งแต่สมัยวัยหนุ่ม ปัจจุบันพัง และสูญหายไปนานแล้ว
.
ตาพูน ใช้ชีวิตบั้นปลายด้วยเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 800 บาท และเบี้ยความพิการอีก 800 บาท รวมเพียงเดือนละ 1,600 บาท ต้องอาศัยลูกหลานดูแลทุกอย่าง เพราะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ รายได้ที่มีแทบไม่เพียงพอต่อค่าอาหาร และค่าครองชีพในแต่ละเดือน
.
นาง
สำเริง อายุ 58 ปี ลูกสาวคนโต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ครอบครัวแทบหมดหนทาง เพราะหากจะไปดำเนินการถอนชื่อรถที่สำนักงานขนส่ง ก็เป็นเรื่องยาก เนื่องจากบิดาตาบอดทั้งสองข้าง เดินทางเองไม่ได้ ต้องมีคนคอยประคองและดูแลตลอดเวลา รถเป็นของเก่าตั้งแต่สมัยพ่อยังหนุ่ม ตอนนี้ไม่มีอยู่แล้ว แต่ชื่อยังติดอยู่ในระบบ จนทำให้คนแก่ที่ตาบอดทั้งสองข้างหมดสิทธิได้รับความช่วยเหลือ จะให้พาไปดำเนินเรื่องก็ลำบากมาก
.
หลังทราบผล ตาพูนถึงกับร้องไห้ พร้อมพูดเพียงสั้นๆ ว่า อยากได้บัตร จะได้มีเงินซื้อข้าวกิน เพราะไม่อยากเป็นภาระของลูกหลานมากกว่านี้ แม้
ตาพูนจะมีเงินเก็บอยู่เพียงประมาณ 10,000 กว่าบาท ซึ่งเป็นเงินที่ค่อยๆ เก็บสะสมมาตลอดชีวิต แต่ครอบครัวยืนยันว่าไม่ใช่ทรัพย์สินที่ทำให้มีฐานะดี ทุกวันนี้ยังต้องพึ่งพาลูกหลานในการซื้อข้าวสาร อาหาร นม และของใช้จำเป็น
.
ครอบครัวจึงขอวิงวอนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง และทบทวนการพิจารณาสิทธิ พร้อมหาแนวทางช่วยเหลือผู้สูงอายุ และผู้พิการที่ไม่สามารถเดินทางไปดำเนินเอกสารได้ด้วยตนเอง เพื่อไม่ให้ข้อมูลทรัพย์สินเก่าที่ไม่ตรงกับสภาพความเป็นจริง กลายเป็นอุปสรรคตัดโอกาสของผู้เปราะบาง
.
.
ด่านายกฯ “หนูผี” ทำคนจนให้เป็นคนรวยทั้งที่ไม่มีจะกิน
https://news.ch7.com/detail/886148
.
กลุ่มผู้สูงอายุถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตะโกนด่านายกฯ อนุทินว่า "หนูผี" ทำคนจนให้เป็นคนรวย ทั้งๆ ที่ไม่มีจะกินแล้ว
.
วันที่ 20 กรกฎาคม 69 ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดนนทบุรี กลุ่มผู้สูงอายุ ฐานะยากจนจำนวนมาก มายื่นคำร้องขอทำหนังสือยืนยันว่าเป็นคนมีฐานะยากจนจริง และไม่ได้มีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ไว้ในครอบครอง แต่ถูกตัดสิทธิ์ับัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต่างพากันจับกลุ่มตะโกนด่าทอรัฐบาลอย่างเสียๆหายๆ กรณีพวกตนไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน โดยอ้างว่ามีรถเก๋งและรถจักรยานยนต์ไว้ในครอบครอง ทั้งที่รถแต่ละคันจอดตายเป็นซาก ขับขี่ไม่ได้ แต่รัฐบาลกลับอ้างว่าให้ไปยื่นเรื่องแจ้งเรื่องที่ขนส่งจังหวัดว่ารถเสียจริง จอดเป็นซากจริง และขายไปแล้ว เพื่อนำเป็นหลักฐานมายืนยัน
.
นาง
กรรณิกา อายุ 70 ปี หนึ่งในผู้ร้องเรียน กล่าวด้วยเสียงโมโหว่า สมัยนายกฯประยุทธ์ตนเคยได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมา 2 รอบแล้ว มายุคนายกฯอนุทิน กลับถูกตัดสิทธิ์โดยอ้างว่าตนมีชื่อครอบครองรถยนต์ 2 คัน ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วรถทั้ง 2 คัน อีกคันหนึ่งจอดพัง ส่วนอีกคันขายเป็นซากไปแล้ว ตนก็ไม่รู้ว่าเอาอะไรมาตัดสินว่าตนไม่มีสิทธิ์รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เจ้าหน้าที่แจ้งกับตนว่าให้ไปแจ้งความและไปขนส่งจังหวัด แจ้งเรื่องไม่มีค่าใช้จ่าย แต่พอมาถึงที่นี่กลับบอกตนว่ามีค่าใช้จ่ายและให้ไปแจ้งความ ด้วยตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว
.
ด้าน นาย
สิทธิประเสริฐ อายุ 73 ปี ผู้ร้องเรียน เผยว่า ตนได้บัตรคนจนมาแล้ว 9 ปี ตั้งแต่สมัยนายกฯ ตู่ มาปีนี้ยุคนายกฯ หนูผี ตนกลับถูกตัดสิทธิ์ ตนเป็นคนพิการตาบอดข้างหนึ่ง ทุกวันนี้ได้รับเพียงแค่เบี้ยคนพิการ เจ้าหน้าที่หาว่าตนมีรถยนต์ในครอบครอง จึงตัดสิทธิ์ ตนอยากให้ไปดูที่บ้านตนว่ารถพังขับไม่ได้จอดเป็นซาก ไม่รู้ว่าใช้เกณฑ์อะไรมาตัดสิน ไม่ให้พวกตนมีสิทธิ์รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน วันนี้พวกตนทั้งหมดจะยกขบวนไปร้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อขอคำชี้แจง คิดว่าคงมีจำนวนเป็นหมื่นคนที่ได้รับความเดือดร้อน ตนอยากฝากไปถึงนายกฯ หนูผี ว่าคุณเป็นนายกฯ ที่เก่งมาก สามารถทำให้คนจนกลายเป็นคนรวยได้ โดยเฉพาะพวกตนรวยจนไม่สามารถได้บัตรคนจนแล้ว
.
.
ถอดใจ ! ไม่อยากไปกู้หนี้มาจ่ายค่าตรวจกรรมสิทธิ์ครอบครองรถ
https://news.ch7.com/detail/886091
.
ไหนบอกว่าฟรี ? ป้าโวย หลังตรวจข้อมูลกรรมสิทธิ์รถ หลังถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ต้องจ่ายเงินหลักพัน สุดท้ายยอมถอดใจ ไม่ยอมไปต่อ เพราะไม่อยากกู้หนี้ยืมสิน มาจ่ายค่าดำเนินการ
.
วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่สำนักงานขนส่งจังหวัดอุทัยธานี ตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชนจำนวนมาก เดินทางมาติดต่อขอตรวจสอบข้อมูลรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ หลังถูกตัดสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เนื่องจากระบบแสดงข้อมูลว่ามีกรรมสิทธิ์ครอบครองรถ โดยล่าสุดมีประชาชนเข้ารับบัตรคิวแล้วมากกว่า 200 คิว เจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่งจังหวัดอุทัยธานีได้เร่งอำนวยความสะดวกและเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อมูลให้กับประชาชน พร้อมประกาศให้ผู้ที่ได้รับคิวตั้งแต่หมายเลข 100 เป็นต้นไป ออกไปรับประทานอาหาร หรือพักผ่อนก่อน แล้วกลับมาดำเนินการอีกครั้งในช่วงบ่าย เพื่อลดความแออัดและไม่ให้ประชาชนต้องรอเป็นเวลานาน
.
จากการสอบถามพบว่า ผู้ที่เดินทางมาติดต่อส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุจากหลายอำเภอในจังหวัดอุทัยธานี โดยหลายคน พบว่าระบบแสดงข้อมูลการครอบครองรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่เป็นข้อมูลย้อนหลังนานกว่า 20 ปี บางคนไม่เคยทราบว่าชื่อยังคงอยู่ในระบบ ทำให้ถูกตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
.
อย่างไรก็ตาม มีประชาชนบางคนถึงกับถอดใจ หลังทราบว่าบางกรณี อาจมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการหลักพันบาท จนประกาศขอไม่ดำเนินการต่อ เพราะไม่มีเงินเพียงพอ หากต้องจ่ายก็อาจต้องกู้หนี้ยืมสิน จึงอยากให้ภาครัฐช่วยตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้ตรงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง
.
โดยนาง
สิริเกตุ อายุ 57 ปี ชาวอำเภอหนองฉาง เปิดเผยว่า ตนเป็น 1 ในผู้ที่ถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เนื่องจากระบบระบุว่ามีรถยนต์ 3 คัน แต่เมื่อตรวจสอบกลับพบว่าเป็นหมายเลขทะเบียนของรถจักรยานยนต์ ซึ่งรถทั้ง 3 คันนั้น เคยเป็นของตนจริงตั้งแต่สมัยอาศัยอยู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่ได้จำหน่ายไปนานแล้ว ปัจจุบันเหลือใช้งานเพียง 1 คันเท่านั้น
.
นาง
สิริเกตุ กล่าวว่า เดิมทีตั้งใจจะมาดำเนินการตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา แต่เห็นข่าวว่ามีผู้เสียค่าใช้จ่ายหลายรายการ จึงยังไม่กล้ามาเพราะมีเงินติดตัวไม่มาก กระทั่งมีข่าวว่ากรมการขนส่งทางบกจะไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบข้อมูล จึงตัดสินใจเดินทางมาในวันนี้ แต่เมื่อสอบถามรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่ กลับได้รับแจ้งว่า ในกรณีของตนเองยังมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ เช่น การชำระภาษีย้อนหลังและการถอนรายการรถจักรยานยนต์ออกจากระบบ คันละประมาณ 300 บาท ทำให้รู้สึกสับสน เพราะไม่ตรงกับข้อมูลที่ได้รับจากข่าว
.
สุดท้ายจึงตัดสินใจไม่ดำเนินการต่อ และยอมสละสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบนี้ เนื่องจากไม่มีเงินเพียงพอที่จะใช้ดำเนินการ เพราะตนเองนั้นก็เป็นคนหาเช้ากินค่ำถ้าจะต้องหาเงินหลักพันบาทมาจ่ายก็อาจจะต้องไปกู้หนี้ยืมสินมา อีกทั้งยังไม่มั่นใจว่าหลังเสียค่าใช้จ่ายแล้วจะได้รับสิทธิ์หรือไม่ เพราะอาจต้องเตรียมเงินไว้ไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท หรืออาจมากกว่านั้น
.
.
ศิริกัญญา สับระบบบัตรคนจน ลั่นความเดือดร้อนซับซ้อนกว่ามีรถกี่คัน จี้รบ.คลีนข้อมูล ก่อนโยนภาระให้ปชช.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5813846
.
‘ศิริกัญญา’ สับระบบบัตรคนจน จวกเกณฑ์แข็งตัวทำคนเดือดร้อนจริงตกหล่น แนะ ใช้ระบบคะแนนคัดกรอง แทนเกณฑ์ตายตัว เตือน ‘รัฐบาล’ เร่งคลีนข้อมูลตัวเอง ก่อนโยนภาระอุทธรณ์ให้ประชาชน
.
เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 20 กรกฎาคม ที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯ สุขุมวิท 20 น.ส.
ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีปัญหาอยู่ขณะนี้ ว่า การแถลงของรัฐบาลสะท้อนให้เห็นว่าระบบเละเทะมีปัญหามากจริงๆ จากการที่จะคัดคนออกให้ได้มากที่สุดตามที่ได้กำหนดงบประมาณเอาไว้ ทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาจากการใช้เกณฑ์ที่แข็งตัวมากเกินไปทำให้คนที่เดือดร้อนจริงๆ ตกหล่นจากมาตรการเหล่านี้
JJNY : 6in1 สุดเจ็บใจ│ตาบอดร่ำไห้│ด่านายกฯ“หนูผี”│ถอดใจ!ไม่อยากไปกู้│ณัฐพงษ์จี้เร่งแก้ปมสารพิษ│ศิริกัญญาจี้คลีนข้อมูล
วันที่ 20 ก.ค. 2569 ทีมข่าวช่อง 3 ลงพื้นที่ที่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 2 (ตลิ่งชัน) กรมการขนส่งทางบก พบว่า มีประชาชนที่เดินทางมาติดต่อ และขอแก้ไขข้อมูลเกี่ยวกับยานพาหนะ เพื่อนำไปยื่นขอใช้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ หลังจากหลายคนถูกตัดสิทธิ โดยอ้างเหตุผลเรื่องการถือครองรถยนต์หรือยานพาหนะในระบบ ซึ่งส่วนใหญ่จากการสังเกตจะเป็นผู้สูงอายุ บางรายเป็นผู้ป่วยที่ต้องมาให้ถ้อยคำ
โดยสาเหตุที่ไม่ได้รับสิทธิ์ เพราะในระบบค้างเก่าว่ามีรถยนต์ 2 คัน ทั้งที่ปัจจุบันไม่มีสักคัน คันหนึ่งเป็นรถกระบะที่ซื้อนานแล้ว แต่ผ่อนไม่หมดและคืนไฟแนนซ์ไปแล้ว และมีรถอีกคันเป็นของอดีตสามี ซึ่งก็ไม่ได้มีเวลาทำเรื่องโอน
ตัวเองอยากสื่อสารกับนายกรัฐมนตรีว่า ถ้าทำแบบนี้สมัยหน้าไม่เลือกแล้ว อุตส่าห์ทำใจว่าคนนี้จะดี หวังเป็นนายกฯ ที่ดีของประชาชน แต่กลับทำให้ประชาชนเดือดร้อน โรคภัยไข้เจ็บเยอะแยะ แต่ประชาชนต้องเดือดร้อนมาเสียค่าใช้จ่ายเดินทางมา พวกเธอก็หวังเงินตรงนี้ ที่ผ่านมาได้มาไม่รู้กี่ปี แล้วอยู่ดีๆ ก็มาหาเรื่องตัด
ก่อนบอกว่า คุณใช้ระบบ AI สำรวจ ทำไมไม่สำรวจเอง จะได้รู้ว่าประชาชนเค้าเดือดร้อนแค่ไหน ทีมข่าวจึงแจ้งว่า แต่ก่อนหน้านี้รัฐบาลบอกว่าจะมีเจ้าหน้าที่เดินเท้าลงไปสำรวจด้วย คุณป้าบอกว่าไม่เชื่อ เพราะเขาเคยพูดว่าระบบ AI แล้ว AI มันเก่งแค่ไหนจะเก่งกว่าคนได้ยังไง ยังไงคนก็ต้องสำคัญกว่า แล้วคนของรัฐบาลมีเยอะแยะ ทำไมไม่สำรวจเอง
“น้อยใจมาก เลือกกับมือเลย ขนาดมีคนบอกให้เลือกสีนั้นสีนี้ ป้าก็ไม่เลือก ป้าเลือกเขามาตั้งแต่แรก เสียใจและเจ็บใจมากๆ คุณอนุทิน คุณรู้ไว้ด้วย ว่าต่อไปนี้สมัยหน้าคุณไม่ได้แน่นอน ไม่มีใครเขาเอาคุณหรอก เพราะคุณทำตัวอย่างนี้ คุณจะกำจัดคนจน ถ้าคุณสำรวจจริงๆ คนจนทั้งนั้นเลยที่คุณเอาออก ไม่ใช่คนรวย ป้าอัดอั้นมาก ไม่เคยออกมาเรียกร้องอะไรทั้งสิ้น พล.อ.ประยุทธ์ที่ว่าไม่ดี แต่ดีกว่าคุณเยอะ ป้าเพิ่งสำนึกได้ ที่ป้าไม่ชอบเขามาตั้งนาน ประยุทธ์ดีกว่าคุณ ขอบอกไว้เลยคุณอนุทิน” คุณป้ากล่าว
.
“ตาพูน” ตาบอดสองข้างร่ำไห้ชวดบัตรคนจน รถหายไปแล้ว แทบหมดหนทางไม่อยากเป็นภาระลูกหลาน
https://ch3plus.com/news/social/morning/467137
.
“ตาพูน” วัย 85 ปี ชาวโคราช พิการตาบอดทั้งสองข้าง หลั่งน้ำตาชวด “บัตรคนจน” ไม่ผ่านเกณฑ์เพราะมีรถสมัยยังหนุ่ม แต่ตอนนี้หายไปนานแล้ว อยากได้บัตรจะได้มีเงินซื้อข้าวกินเพราะไม่อยากเป็นภาระของลูกหลานมากกว่านี้
.
วันนี้ (20 ก.ค.69) เรื่องราวสุดสะเทือนใจเกิดขึ้นกับ นายพูน หรือ ตาพูน อายุ 85 ปี ชาวบ้านหนองสองห้อง ตำบลหัวทะเล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ผู้พิการทางสายตาตาบอดสนิททั้งสองข้าง ที่ต้องหลั่งน้ำตาหลังทราบผลการพิจารณาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากระบบยังระบุว่า ตาพูนมีชื่อครอบครองรถจักรยานยนต์ 2 คัน แต่เป็นรถเก่าตั้งแต่สมัยวัยหนุ่ม ปัจจุบันพัง และสูญหายไปนานแล้ว
.
ตาพูน ใช้ชีวิตบั้นปลายด้วยเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 800 บาท และเบี้ยความพิการอีก 800 บาท รวมเพียงเดือนละ 1,600 บาท ต้องอาศัยลูกหลานดูแลทุกอย่าง เพราะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ รายได้ที่มีแทบไม่เพียงพอต่อค่าอาหาร และค่าครองชีพในแต่ละเดือน
.
นางสำเริง อายุ 58 ปี ลูกสาวคนโต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ครอบครัวแทบหมดหนทาง เพราะหากจะไปดำเนินการถอนชื่อรถที่สำนักงานขนส่ง ก็เป็นเรื่องยาก เนื่องจากบิดาตาบอดทั้งสองข้าง เดินทางเองไม่ได้ ต้องมีคนคอยประคองและดูแลตลอดเวลา รถเป็นของเก่าตั้งแต่สมัยพ่อยังหนุ่ม ตอนนี้ไม่มีอยู่แล้ว แต่ชื่อยังติดอยู่ในระบบ จนทำให้คนแก่ที่ตาบอดทั้งสองข้างหมดสิทธิได้รับความช่วยเหลือ จะให้พาไปดำเนินเรื่องก็ลำบากมาก
.
หลังทราบผล ตาพูนถึงกับร้องไห้ พร้อมพูดเพียงสั้นๆ ว่า อยากได้บัตร จะได้มีเงินซื้อข้าวกิน เพราะไม่อยากเป็นภาระของลูกหลานมากกว่านี้ แม้ตาพูนจะมีเงินเก็บอยู่เพียงประมาณ 10,000 กว่าบาท ซึ่งเป็นเงินที่ค่อยๆ เก็บสะสมมาตลอดชีวิต แต่ครอบครัวยืนยันว่าไม่ใช่ทรัพย์สินที่ทำให้มีฐานะดี ทุกวันนี้ยังต้องพึ่งพาลูกหลานในการซื้อข้าวสาร อาหาร นม และของใช้จำเป็น
.
ครอบครัวจึงขอวิงวอนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง และทบทวนการพิจารณาสิทธิ พร้อมหาแนวทางช่วยเหลือผู้สูงอายุ และผู้พิการที่ไม่สามารถเดินทางไปดำเนินเอกสารได้ด้วยตนเอง เพื่อไม่ให้ข้อมูลทรัพย์สินเก่าที่ไม่ตรงกับสภาพความเป็นจริง กลายเป็นอุปสรรคตัดโอกาสของผู้เปราะบาง
.
.
ด่านายกฯ “หนูผี” ทำคนจนให้เป็นคนรวยทั้งที่ไม่มีจะกิน
https://news.ch7.com/detail/886148
.
กลุ่มผู้สูงอายุถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตะโกนด่านายกฯ อนุทินว่า "หนูผี" ทำคนจนให้เป็นคนรวย ทั้งๆ ที่ไม่มีจะกินแล้ว
.
วันที่ 20 กรกฎาคม 69 ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดนนทบุรี กลุ่มผู้สูงอายุ ฐานะยากจนจำนวนมาก มายื่นคำร้องขอทำหนังสือยืนยันว่าเป็นคนมีฐานะยากจนจริง และไม่ได้มีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ไว้ในครอบครอง แต่ถูกตัดสิทธิ์ับัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต่างพากันจับกลุ่มตะโกนด่าทอรัฐบาลอย่างเสียๆหายๆ กรณีพวกตนไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน โดยอ้างว่ามีรถเก๋งและรถจักรยานยนต์ไว้ในครอบครอง ทั้งที่รถแต่ละคันจอดตายเป็นซาก ขับขี่ไม่ได้ แต่รัฐบาลกลับอ้างว่าให้ไปยื่นเรื่องแจ้งเรื่องที่ขนส่งจังหวัดว่ารถเสียจริง จอดเป็นซากจริง และขายไปแล้ว เพื่อนำเป็นหลักฐานมายืนยัน
.
นางกรรณิกา อายุ 70 ปี หนึ่งในผู้ร้องเรียน กล่าวด้วยเสียงโมโหว่า สมัยนายกฯประยุทธ์ตนเคยได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมา 2 รอบแล้ว มายุคนายกฯอนุทิน กลับถูกตัดสิทธิ์โดยอ้างว่าตนมีชื่อครอบครองรถยนต์ 2 คัน ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วรถทั้ง 2 คัน อีกคันหนึ่งจอดพัง ส่วนอีกคันขายเป็นซากไปแล้ว ตนก็ไม่รู้ว่าเอาอะไรมาตัดสินว่าตนไม่มีสิทธิ์รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เจ้าหน้าที่แจ้งกับตนว่าให้ไปแจ้งความและไปขนส่งจังหวัด แจ้งเรื่องไม่มีค่าใช้จ่าย แต่พอมาถึงที่นี่กลับบอกตนว่ามีค่าใช้จ่ายและให้ไปแจ้งความ ด้วยตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว
.
ด้าน นายสิทธิประเสริฐ อายุ 73 ปี ผู้ร้องเรียน เผยว่า ตนได้บัตรคนจนมาแล้ว 9 ปี ตั้งแต่สมัยนายกฯ ตู่ มาปีนี้ยุคนายกฯ หนูผี ตนกลับถูกตัดสิทธิ์ ตนเป็นคนพิการตาบอดข้างหนึ่ง ทุกวันนี้ได้รับเพียงแค่เบี้ยคนพิการ เจ้าหน้าที่หาว่าตนมีรถยนต์ในครอบครอง จึงตัดสิทธิ์ ตนอยากให้ไปดูที่บ้านตนว่ารถพังขับไม่ได้จอดเป็นซาก ไม่รู้ว่าใช้เกณฑ์อะไรมาตัดสิน ไม่ให้พวกตนมีสิทธิ์รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน วันนี้พวกตนทั้งหมดจะยกขบวนไปร้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อขอคำชี้แจง คิดว่าคงมีจำนวนเป็นหมื่นคนที่ได้รับความเดือดร้อน ตนอยากฝากไปถึงนายกฯ หนูผี ว่าคุณเป็นนายกฯ ที่เก่งมาก สามารถทำให้คนจนกลายเป็นคนรวยได้ โดยเฉพาะพวกตนรวยจนไม่สามารถได้บัตรคนจนแล้ว
.
.
ถอดใจ ! ไม่อยากไปกู้หนี้มาจ่ายค่าตรวจกรรมสิทธิ์ครอบครองรถ
https://news.ch7.com/detail/886091
.
ไหนบอกว่าฟรี ? ป้าโวย หลังตรวจข้อมูลกรรมสิทธิ์รถ หลังถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ต้องจ่ายเงินหลักพัน สุดท้ายยอมถอดใจ ไม่ยอมไปต่อ เพราะไม่อยากกู้หนี้ยืมสิน มาจ่ายค่าดำเนินการ
.
วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่สำนักงานขนส่งจังหวัดอุทัยธานี ตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชนจำนวนมาก เดินทางมาติดต่อขอตรวจสอบข้อมูลรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ หลังถูกตัดสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เนื่องจากระบบแสดงข้อมูลว่ามีกรรมสิทธิ์ครอบครองรถ โดยล่าสุดมีประชาชนเข้ารับบัตรคิวแล้วมากกว่า 200 คิว เจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่งจังหวัดอุทัยธานีได้เร่งอำนวยความสะดวกและเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อมูลให้กับประชาชน พร้อมประกาศให้ผู้ที่ได้รับคิวตั้งแต่หมายเลข 100 เป็นต้นไป ออกไปรับประทานอาหาร หรือพักผ่อนก่อน แล้วกลับมาดำเนินการอีกครั้งในช่วงบ่าย เพื่อลดความแออัดและไม่ให้ประชาชนต้องรอเป็นเวลานาน
.
จากการสอบถามพบว่า ผู้ที่เดินทางมาติดต่อส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุจากหลายอำเภอในจังหวัดอุทัยธานี โดยหลายคน พบว่าระบบแสดงข้อมูลการครอบครองรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่เป็นข้อมูลย้อนหลังนานกว่า 20 ปี บางคนไม่เคยทราบว่าชื่อยังคงอยู่ในระบบ ทำให้ถูกตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
.
อย่างไรก็ตาม มีประชาชนบางคนถึงกับถอดใจ หลังทราบว่าบางกรณี อาจมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการหลักพันบาท จนประกาศขอไม่ดำเนินการต่อ เพราะไม่มีเงินเพียงพอ หากต้องจ่ายก็อาจต้องกู้หนี้ยืมสิน จึงอยากให้ภาครัฐช่วยตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้ตรงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง
.
โดยนางสิริเกตุ อายุ 57 ปี ชาวอำเภอหนองฉาง เปิดเผยว่า ตนเป็น 1 ในผู้ที่ถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เนื่องจากระบบระบุว่ามีรถยนต์ 3 คัน แต่เมื่อตรวจสอบกลับพบว่าเป็นหมายเลขทะเบียนของรถจักรยานยนต์ ซึ่งรถทั้ง 3 คันนั้น เคยเป็นของตนจริงตั้งแต่สมัยอาศัยอยู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่ได้จำหน่ายไปนานแล้ว ปัจจุบันเหลือใช้งานเพียง 1 คันเท่านั้น
.
นางสิริเกตุ กล่าวว่า เดิมทีตั้งใจจะมาดำเนินการตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา แต่เห็นข่าวว่ามีผู้เสียค่าใช้จ่ายหลายรายการ จึงยังไม่กล้ามาเพราะมีเงินติดตัวไม่มาก กระทั่งมีข่าวว่ากรมการขนส่งทางบกจะไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบข้อมูล จึงตัดสินใจเดินทางมาในวันนี้ แต่เมื่อสอบถามรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่ กลับได้รับแจ้งว่า ในกรณีของตนเองยังมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ เช่น การชำระภาษีย้อนหลังและการถอนรายการรถจักรยานยนต์ออกจากระบบ คันละประมาณ 300 บาท ทำให้รู้สึกสับสน เพราะไม่ตรงกับข้อมูลที่ได้รับจากข่าว
.
สุดท้ายจึงตัดสินใจไม่ดำเนินการต่อ และยอมสละสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบนี้ เนื่องจากไม่มีเงินเพียงพอที่จะใช้ดำเนินการ เพราะตนเองนั้นก็เป็นคนหาเช้ากินค่ำถ้าจะต้องหาเงินหลักพันบาทมาจ่ายก็อาจจะต้องไปกู้หนี้ยืมสินมา อีกทั้งยังไม่มั่นใจว่าหลังเสียค่าใช้จ่ายแล้วจะได้รับสิทธิ์หรือไม่ เพราะอาจต้องเตรียมเงินไว้ไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท หรืออาจมากกว่านั้น
.
.
ศิริกัญญา สับระบบบัตรคนจน ลั่นความเดือดร้อนซับซ้อนกว่ามีรถกี่คัน จี้รบ.คลีนข้อมูล ก่อนโยนภาระให้ปชช.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5813846
.
‘ศิริกัญญา’ สับระบบบัตรคนจน จวกเกณฑ์แข็งตัวทำคนเดือดร้อนจริงตกหล่น แนะ ใช้ระบบคะแนนคัดกรอง แทนเกณฑ์ตายตัว เตือน ‘รัฐบาล’ เร่งคลีนข้อมูลตัวเอง ก่อนโยนภาระอุทธรณ์ให้ประชาชน
.
เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 20 กรกฎาคม ที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯ สุขุมวิท 20 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีปัญหาอยู่ขณะนี้ ว่า การแถลงของรัฐบาลสะท้อนให้เห็นว่าระบบเละเทะมีปัญหามากจริงๆ จากการที่จะคัดคนออกให้ได้มากที่สุดตามที่ได้กำหนดงบประมาณเอาไว้ ทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาจากการใช้เกณฑ์ที่แข็งตัวมากเกินไปทำให้คนที่เดือดร้อนจริงๆ ตกหล่นจากมาตรการเหล่านี้