กระทู้นี้อยากมาแสดงความคิดเห็นส่วนตัวโดยขอวิจารเป็นรายบุคคล คือ ซอง ป้า ปอน

🟢
ซอง ดูฮี (คู่กรณีปอนด์)
1.มาเคลียร์ปัญหาส่วนตัว – หลังจากมีวิวาทะออนไลน์กันเรื่องการส่งศพพระธุดงค์ เกิดการสื่อสารผิดพลาดในขบวนรถ แย่งซีนกัน
2.บอกว่าพยายามเคลียร์ส่วนตัวแล้วแต่ไม่สำเร็จ – ทักแชทไปหาก็ไม่ตอบ จนต้องมาออกรายการ
3.ขอให้เลิกเอาชื่อไปแขวน – ไม่อยากให้แฟนคลับของปอนด์ไปกล่าวหาว่าตน "หิวแสง" อยากให้เรื่องมันจบ ๆ ไป
สรุป ของซองสั้นๆเลยตอนเขาเชิญมาเคลียปัญหาตัวเองไม่มาเพราะกลัวทัวลง ที่มาออกเทปนี้เพราะไม่ใช่แผลตัวเอง "หิวแสงไม่ได้มีอะไรเลย" (ซองดูฮีชื่อนี้คนเกาหลีตั้งให้พูดไปนั่นกูละเขียมมม)
=============================================================================================
🟣
ป้านัยนา (ผู้ร้องเรียน/คู่กรณีหลัก)
1.มาแจ้งความไม่ชอบมาพากลของปอนด์ – เริ่มจากเรื่องที่ดินระยอง ที่ปอนด์บอกรับบริจาคเงินไป "ซื้อที่ดิน" 7 ล้าน แต่จริง ๆ แค่เช่า แล้วเอาไปลงคอนเทนต์ว่าซื้อแล้ว ทำให้คนเข้าใจผิด
2.เปิดโปงการใช้ชื่อบุคคลแทนสมาคม – ปอนด์เอาเงินสมาคมไปทำสัญญาจะซื้อที่ดิน แต่กลับใช้ชื่อ แม่ของปอนด์ เป็นชื่อผู้ซื้อ ไม่ใช่ชื่อสมาคม ซึ่งผิดปกติ
3.ปอนด์รับบริจาคในนามตัวเอง – ทั้งที่ตัวเองไม่ได้เป็นกรรมการสมาคม (เพราะติดคดีหนีทหาร) กลับเอาเลขบัญชีส่วนตัวมารับบริจาค
4.โทรข่มขู่พยาน – ปอนด์รู้รายชื่อคนร้องเรียน (ที่ควรเป็นความลับ) แล้วโทรไปถามว่า "มาร้องเรียนผมเหรอ"
ปอนด์ใช้ลูกน้องไปแจ้งความแล้วหลอกให้ถอน – ปอนด์หลอกนายออมสินให้ถอนแจ้งความ จากนั้นแจ้งความกลับทันที
สรุป ของป้าขอแยกเป็นประเด็นนะครับเพราะกลิ้นตุๆเยอะแต่ถ้าใครไม่อยากอ่านยาวผมจะสรุปให้ว่าป้าแค้นที่โดนปอนเอาไปแขวนแค่นั้นเลย
1.ป้าผู้ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุอะไรเลยในการตกลงเช่าหรือซื้อขาย ออกมาซัดปอนว่าลงข้อมูลอันเป็นเท็จซึ่งผมมองว่าความต้องการของป้าคือต้องการดิสเครดิตปอนของปอน เรื่องที่ไปลงคอนเทนต์เจ้าตัวแจงแล้วว่าตกลงเช่าก่อนแต่มีเจตตาซื้อจริงและเจ้าตัวมองว่าซื้อแน่ๆเลยโพสทำคอนเทนต์แต่ตกลงราคาไม่ได้เลยตัดสินใจไม่ซื้อขายซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ แต่การไลฟ์สดทำให้ปอนเข้าทางป้าที่รอสางแค้น (สรุปคือขุดประเด็นนี้เพราะแค้นที่เคยโดนแขวน)
2.ป้ากะมาเปิดโปงการใช้ชื่อบุคคลแทนสมาคม ไม่ว่าเรื่องซื้อรถหรือบ้านหรืออะไรก็ตามปอนก็แจงได้อย่างชัดเจนว่ามันต้องผ่อนหมดก่อนถึงจะโอนเป็นชื่อสมาคมได้ซึ่งในอดีตก็มีเคสซื้อเป็นชื่อบุคคลก่อนหลังจากผ่อนหมดก็โอนให้สมาคมเจตนานี้ปอนสามรถชี้แจงกับศาลได้ซึ่งไม่ผิดปกติเลยซักนิดข้อนี้ปอนแจงได้ดี (สรุปคือขุดประเด็นนี้เพราะแค้นที่เคยโดนแขวน)
3.ปอนด์รับบริจาคในนามตัวเอง กรณีนี้ปอนชี้แจงและยอมรับแล้วว่าพลาดในจุดนี้พร้อมแจงยอดเงินว่าเข้าเท่าไหร่ออกเท่าไหร่นำไปใช้อะไร แต่เงินไม่ใช่หลักสิบล้านไม่ใช่หลักล้านหรือแสนด้วยซ้ำไป (สรุปคือขุดประเด็นนี้เพราะแค้นที่เคยโดนแขวน)
4.โทรข่มขู่พยาน ป้าถามโดยต้องการโจมตีปอนด์ว่ารู้รายชื่อคนร้องเรียนได้อย่างไรปอนยอมรับผิดว่าแอบไปจำรายชื่อพยานมาและโทรหาพยานเองเพื่อสอบถามไม่ได้ข่มขู่แต่อย่างได และ ย้ำข้อมูลที่ได้มาไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐรํฐไม่ได้มอบข้อมูลให้
=============================================================================================
🔴 ปอนด์ จักรกฤษณ์ (ผู้ถูกกล่าวหา)
มายืนยันความบริสุทธิ์ – บอกว่าไม่เคยเอาเงินสมาคมไปใช้ส่วนตัวแม้แต่บาทเดียว พร้อมให้ตรวจสอบทุกอย่าง
ชี้แจงเรื่องถอนเงิน 1,433 ครั้ง ครั้งละ 30,000 บาท – เพราะบัญชีสมาคมไม่มีแอป ต้องถอนสดแล้วให้เมียโอนต่อให้ลูกทีมทั่วประเทศเป็นค่าใช้จ่ายในการรับส่งศพ มี Excel ยืนยัน แต่ทนายบอก Excel ใช้ในศาลไม่ได้
อธิบายเรื่องที่ดิน – ยอมเสียค่ามัดจำ 1 ล้านไป เพราะตกลงซื้อไม่ลงตัว ที่เอาชื่อแม่ทำสัญญาเพราะอ้างว่าสะดวกทางภาษี (แต่ทนายค้านว่าเสียภาษีเท่ากัน)
จะอุทธรณ์คำสั่งระงับสมาคม – เตรียมตั้งสมาคมใหม่รอไว้ โดยตัวเองเป็นประธาน
สวนกลับป้านัยนามีวาระซ่อนเร้น – อ้างว่าป้านัยนาส่งลูกน้องไปแจ้งความตนเอง แต่ลูกน้องกลับมาให้การว่าถูกป้านัยนาจ้างมา
สรุป
1.มายืนยันความบริสุทธิ์เรื่องนำเงินไปใช้ส่วนตัว ตรงนี้ผมมองว่าแค่คำพูดว่าพร้อมให้ตรวจสอบไม่เพียงพอที่สังคมจะเชื่อหรือยอมรับได้หลังจากนี้ต้องให้ปอนออกมาชี้แจง (ประเด็นนี้สังคมพร้อมพิพากษาผิดว่าตามผิดถูกว่าตามถูก)
2.ชี้แจงเรื่องถอนเงิน 1,433 ครั้ง ครั้งละ 30,000 บาท การนำตาราง Excel มายืนยันไม่เพียงพอที่สังคมจะเชื่อหรือยอมรับได้เช่นกันต้องรอปอนออกมาชี้แจง (ประเด็นนี้สังคมพร้อมพิพากษาผิดว่าตามผิดถูกว่าตามถูก)
3.อธิบายเรื่องที่ดิน – ทางปอนเหมือนจะไม่ยอมด้วยยอมเสียค่ามัดจำ 1 ล้านนะครับแต่ต้องไปฟ้องร้องหาข้อเท็จจริงอีกที เนื่องจากนายหน้าได้มีการโฆษณาว่าที่ดินนี้สามารถขายถูกลงได้อีกแต่พอสมาคมอยากซื้อจริงกลับมีการอัพราคาซึ่งเป็นผมก็ไม่ยอมซื้อ ในส่วนประเด็นที่เจ้าของที่ดินยอมลดลงมาที่ราคาเดิมทางสมาคมยินดีซื้อแต่ขอผ่อน 3 ปีไม่ได้เลยไม่ซื้อเพราะไม่มีศักยภาพทางการเงินไปจ่ายภายในปีเดียวซึ่งก็เป็นเรื่องปกติในการซื้อขาย ผมมองเรื่องนี้ว่าอาจมีการบีบให้สมาคมไม่สามารถซื้อได้และต้องยอมเสีย 1 ล้าน (สมาคมพลาดและเสียรู้ให้นายหน้าเองเผลอๆนายหน้ากับเจ้า(บางคน(ป้า))อาจมีอะไรในกอไผ่เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยมีปัญหาแต่พอป้าโดนทัวอาจจะไม่พอใจที่จะขายพร้อมยึดเงิน 1 ล้านแล้วเอามาเล่นประเด็นว่ายอมปล่อยเงิน 1 ล้านออกจากสมาคมฟรีๆได้อย่างไร)
4.สวนกลับป้านัยนามีวาระซ่อนเร้น – อ้างว่าป้านัยนาส่งลูกน้องไปแจ้งความตนเอง แต่ลูกน้องกลับมาให้การว่าถูกป้านัยนาจ้างมา ข้อนี้ปอนพลาดในรายการที่โทรหาลูกน้องป้าซึ่งแน่นอนไดอะลอกที่ลูกน้องป้าพูดไดอะลอกเดียวกับป้าเป๊ะๆ แต่ในแง่สำนวนคดีลูกน้องป้าสารภาพแล้วว่าป้ามีการไหววานไปฟ้องปอนเรื่องใช้เงินผิดวัตถุประสงซึ่งเจ้าตัวรับทราบว่าไม่เป็นความจริงจึงถอนแจ้งความ ส่วนตัวมองจากดาวอังคารก็รู้ว่าป้าเดินหัว
โหนกระแสปอนกู้ภัยนักบุญทุนชาวบ้านชื่อนี้ไม่ถูกขอตั้งชื่อเทปนี้ให้ใหม่ว่า "หนุ่มหิวแสงจับมือป้าแค้นฝั่งหุ่น"
🟢 ซอง ดูฮี (คู่กรณีปอนด์)
=============================================================================================
🟣 ป้านัยนา (ผู้ร้องเรียน/คู่กรณีหลัก)
สรุป ของป้าขอแยกเป็นประเด็นนะครับเพราะกลิ้นตุๆเยอะแต่ถ้าใครไม่อยากอ่านยาวผมจะสรุปให้ว่าป้าแค้นที่โดนปอนเอาไปแขวนแค่นั้นเลย
1.ป้าผู้ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุอะไรเลยในการตกลงเช่าหรือซื้อขาย ออกมาซัดปอนว่าลงข้อมูลอันเป็นเท็จซึ่งผมมองว่าความต้องการของป้าคือต้องการดิสเครดิตปอนของปอน เรื่องที่ไปลงคอนเทนต์เจ้าตัวแจงแล้วว่าตกลงเช่าก่อนแต่มีเจตตาซื้อจริงและเจ้าตัวมองว่าซื้อแน่ๆเลยโพสทำคอนเทนต์แต่ตกลงราคาไม่ได้เลยตัดสินใจไม่ซื้อขายซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ แต่การไลฟ์สดทำให้ปอนเข้าทางป้าที่รอสางแค้น (สรุปคือขุดประเด็นนี้เพราะแค้นที่เคยโดนแขวน)
2.ป้ากะมาเปิดโปงการใช้ชื่อบุคคลแทนสมาคม ไม่ว่าเรื่องซื้อรถหรือบ้านหรืออะไรก็ตามปอนก็แจงได้อย่างชัดเจนว่ามันต้องผ่อนหมดก่อนถึงจะโอนเป็นชื่อสมาคมได้ซึ่งในอดีตก็มีเคสซื้อเป็นชื่อบุคคลก่อนหลังจากผ่อนหมดก็โอนให้สมาคมเจตนานี้ปอนสามรถชี้แจงกับศาลได้ซึ่งไม่ผิดปกติเลยซักนิดข้อนี้ปอนแจงได้ดี (สรุปคือขุดประเด็นนี้เพราะแค้นที่เคยโดนแขวน)
3.ปอนด์รับบริจาคในนามตัวเอง กรณีนี้ปอนชี้แจงและยอมรับแล้วว่าพลาดในจุดนี้พร้อมแจงยอดเงินว่าเข้าเท่าไหร่ออกเท่าไหร่นำไปใช้อะไร แต่เงินไม่ใช่หลักสิบล้านไม่ใช่หลักล้านหรือแสนด้วยซ้ำไป (สรุปคือขุดประเด็นนี้เพราะแค้นที่เคยโดนแขวน)
4.โทรข่มขู่พยาน ป้าถามโดยต้องการโจมตีปอนด์ว่ารู้รายชื่อคนร้องเรียนได้อย่างไรปอนยอมรับผิดว่าแอบไปจำรายชื่อพยานมาและโทรหาพยานเองเพื่อสอบถามไม่ได้ข่มขู่แต่อย่างได และ ย้ำข้อมูลที่ได้มาไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐรํฐไม่ได้มอบข้อมูลให้
=============================================================================================
🔴 ปอนด์ จักรกฤษณ์ (ผู้ถูกกล่าวหา)
สรุป
1.มายืนยันความบริสุทธิ์เรื่องนำเงินไปใช้ส่วนตัว ตรงนี้ผมมองว่าแค่คำพูดว่าพร้อมให้ตรวจสอบไม่เพียงพอที่สังคมจะเชื่อหรือยอมรับได้หลังจากนี้ต้องให้ปอนออกมาชี้แจง (ประเด็นนี้สังคมพร้อมพิพากษาผิดว่าตามผิดถูกว่าตามถูก)
2.ชี้แจงเรื่องถอนเงิน 1,433 ครั้ง ครั้งละ 30,000 บาท การนำตาราง Excel มายืนยันไม่เพียงพอที่สังคมจะเชื่อหรือยอมรับได้เช่นกันต้องรอปอนออกมาชี้แจง (ประเด็นนี้สังคมพร้อมพิพากษาผิดว่าตามผิดถูกว่าตามถูก)
3.อธิบายเรื่องที่ดิน – ทางปอนเหมือนจะไม่ยอมด้วยยอมเสียค่ามัดจำ 1 ล้านนะครับแต่ต้องไปฟ้องร้องหาข้อเท็จจริงอีกที เนื่องจากนายหน้าได้มีการโฆษณาว่าที่ดินนี้สามารถขายถูกลงได้อีกแต่พอสมาคมอยากซื้อจริงกลับมีการอัพราคาซึ่งเป็นผมก็ไม่ยอมซื้อ ในส่วนประเด็นที่เจ้าของที่ดินยอมลดลงมาที่ราคาเดิมทางสมาคมยินดีซื้อแต่ขอผ่อน 3 ปีไม่ได้เลยไม่ซื้อเพราะไม่มีศักยภาพทางการเงินไปจ่ายภายในปีเดียวซึ่งก็เป็นเรื่องปกติในการซื้อขาย ผมมองเรื่องนี้ว่าอาจมีการบีบให้สมาคมไม่สามารถซื้อได้และต้องยอมเสีย 1 ล้าน (สมาคมพลาดและเสียรู้ให้นายหน้าเองเผลอๆนายหน้ากับเจ้า(บางคน(ป้า))อาจมีอะไรในกอไผ่เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยมีปัญหาแต่พอป้าโดนทัวอาจจะไม่พอใจที่จะขายพร้อมยึดเงิน 1 ล้านแล้วเอามาเล่นประเด็นว่ายอมปล่อยเงิน 1 ล้านออกจากสมาคมฟรีๆได้อย่างไร)
4.สวนกลับป้านัยนามีวาระซ่อนเร้น – อ้างว่าป้านัยนาส่งลูกน้องไปแจ้งความตนเอง แต่ลูกน้องกลับมาให้การว่าถูกป้านัยนาจ้างมา ข้อนี้ปอนพลาดในรายการที่โทรหาลูกน้องป้าซึ่งแน่นอนไดอะลอกที่ลูกน้องป้าพูดไดอะลอกเดียวกับป้าเป๊ะๆ แต่ในแง่สำนวนคดีลูกน้องป้าสารภาพแล้วว่าป้ามีการไหววานไปฟ้องปอนเรื่องใช้เงินผิดวัตถุประสงซึ่งเจ้าตัวรับทราบว่าไม่เป็นความจริงจึงถอนแจ้งความ ส่วนตัวมองจากดาวอังคารก็รู้ว่าป้าเดินหัว