รายการเรียลลิตี้ใหม่ที่กำลังมาแรงของเกาหลี "Street Restaurant Fighter"
สงครามสตรีทฟู้ดนี้ความแปลกใหม่อยู่ตรงที่การนำเชฟระดับยอดฝีมือ เจ้าของกิจการร้านอาหารชื่อดัง
และแม้แต่เชฟโรงแรมระดับตำนาน ทั้งหมด 20 ชีวิต มาเปิดบู๊ธเล็ก ๆ ขายอาหารแข่งกัน
และงานนี้ไม่มีกรรมการ เพราะลูกค้าและยอดขายคือตัวตัดสิน
โจทย์แรกคือทำยอดขายให้ถึง 1 ล้านวอน (เท่ากับเงินไทยประมาณสองหมื่นบาทนิด ๆ) ภายในหนึ่งวัน
โดยมีเงินทุนให้ 300,000 วอน (ไม่ถึงเจ็ดพันบาทไทย) สำหรับค่าวัตถุดิบ สองร้านที่ทำยอดขายได้ต่ำสุด
จะต้องปิดร้านกลับบ้านทันที
และงานนี้ไม่ง่ายเพราะลูกค้าจะเห็นแค่เมนูหน้าร้านเท่านั้น ลูกค้าไม่รู้ว่าคนที่ทำอาหารจานนั้นออกมาเป็นใคร
ชื่อเสียงที่สั่งสมมาช่วยอะไรไม่ได้เลย การวางแผนเรื่องเมนูและราคาขายจึงสำคัญมาก
ดังนั้นนอกจากจะได้เห็นเมนูอร่อยแล้ว ยังได้เรียนรู้กลยุทธ์ทางธุรกิจด้วย เป็นรายการที่น่าสนใจเลยทีเดียวค่ะ
สังเวียนการแข่งขันเรียกว่า Street Arena พื้นที่ขนาดใหญ่ที่ถูกเนรมิตขึ้นมาให้เป็นฟู้ดคอร์ทแบบชั่วคราว
โดยในโจทย์แรกนี้อยู่ที่เมืองเซจง เมืองใหม่ซึ่งเป็นที่ตั้งศูนย์ราชการของเกาหลีใต้ มื้อแรกเริ่มกันที่มื้อเที่ยง
ลูกค้าส่วนใหญ่จึงจะเป็นข้าราชการ มีเวลากินอาหารแค่ช่วงพักเท่านั้น
เมนูที่ขายดีมาก ๆ อย่างเห็นได้ชัดมาจากการวางแผนที่ดีของเชฟ ถึงแม้ราคาจะสูงแต่ขนาดใหญ่
สามารถแบ่งกันทานได้ นั่นก็คือ ไก่กับต้นหอมเกาหลี (Korean Calcot)
และข้าวเหนียวนูรุงจี (Nurungji คือข้าวตังหรือข้าวก้นหม้อเกาหลี) ในราคา 28,000 วอน (ประมาณ 600 บาทนิด ๆ)
อีกเมนูคือ ชิมิชังก้า (Chimichanga) หรือ เบอร์ริโต้ทอด ราคา 12,800 วอน (ราว ๆ 300 บาท)
และ ชิลลี่ชีสสติ๊ก (Chilli Cheese Stick) ในราคา 6,800 วอน (ราว ๆ 150 บาท)
ข้าวหน้าสเต็กเนื้อสันใน (Tenderloin Steak Rice) ราคา 13,000 วอน
บิบิมบับ (Bibimbap) หรือ ข้าวยำเกาหลี ราคาชุดละ 13,000 วอน
Street Restaurant Fighter นำเชฟชื่อดังของเกาหลี 20 คนมาแข่งกันขายอาหาร
สงครามสตรีทฟู้ดนี้ความแปลกใหม่อยู่ตรงที่การนำเชฟระดับยอดฝีมือ เจ้าของกิจการร้านอาหารชื่อดัง
และแม้แต่เชฟโรงแรมระดับตำนาน ทั้งหมด 20 ชีวิต มาเปิดบู๊ธเล็ก ๆ ขายอาหารแข่งกัน
และงานนี้ไม่มีกรรมการ เพราะลูกค้าและยอดขายคือตัวตัดสิน
โจทย์แรกคือทำยอดขายให้ถึง 1 ล้านวอน (เท่ากับเงินไทยประมาณสองหมื่นบาทนิด ๆ) ภายในหนึ่งวัน
โดยมีเงินทุนให้ 300,000 วอน (ไม่ถึงเจ็ดพันบาทไทย) สำหรับค่าวัตถุดิบ สองร้านที่ทำยอดขายได้ต่ำสุด
จะต้องปิดร้านกลับบ้านทันที
และงานนี้ไม่ง่ายเพราะลูกค้าจะเห็นแค่เมนูหน้าร้านเท่านั้น ลูกค้าไม่รู้ว่าคนที่ทำอาหารจานนั้นออกมาเป็นใคร
ชื่อเสียงที่สั่งสมมาช่วยอะไรไม่ได้เลย การวางแผนเรื่องเมนูและราคาขายจึงสำคัญมาก
ดังนั้นนอกจากจะได้เห็นเมนูอร่อยแล้ว ยังได้เรียนรู้กลยุทธ์ทางธุรกิจด้วย เป็นรายการที่น่าสนใจเลยทีเดียวค่ะ
สังเวียนการแข่งขันเรียกว่า Street Arena พื้นที่ขนาดใหญ่ที่ถูกเนรมิตขึ้นมาให้เป็นฟู้ดคอร์ทแบบชั่วคราว
โดยในโจทย์แรกนี้อยู่ที่เมืองเซจง เมืองใหม่ซึ่งเป็นที่ตั้งศูนย์ราชการของเกาหลีใต้ มื้อแรกเริ่มกันที่มื้อเที่ยง
ลูกค้าส่วนใหญ่จึงจะเป็นข้าราชการ มีเวลากินอาหารแค่ช่วงพักเท่านั้น
เมนูที่ขายดีมาก ๆ อย่างเห็นได้ชัดมาจากการวางแผนที่ดีของเชฟ ถึงแม้ราคาจะสูงแต่ขนาดใหญ่
สามารถแบ่งกันทานได้ นั่นก็คือ ไก่กับต้นหอมเกาหลี (Korean Calcot)
และข้าวเหนียวนูรุงจี (Nurungji คือข้าวตังหรือข้าวก้นหม้อเกาหลี) ในราคา 28,000 วอน (ประมาณ 600 บาทนิด ๆ)
อีกเมนูคือ ชิมิชังก้า (Chimichanga) หรือ เบอร์ริโต้ทอด ราคา 12,800 วอน (ราว ๆ 300 บาท)
และ ชิลลี่ชีสสติ๊ก (Chilli Cheese Stick) ในราคา 6,800 วอน (ราว ๆ 150 บาท)
ข้าวหน้าสเต็กเนื้อสันใน (Tenderloin Steak Rice) ราคา 13,000 วอน
บิบิมบับ (Bibimbap) หรือ ข้าวยำเกาหลี ราคาชุดละ 13,000 วอน