รันทด ! 2 ตา-ยาย เก็บของเก่า ขี่ซาเล้งรับจ้าง แต่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
.
.
รันทด ! 2 ตา-ยาย จนจริง เก็บของเก่า ขี่ซาเล้งรับจ้าง เลี้ยงลูก หลาน เหลน รวม 5 ชีวิต โรครุมเร้าทั้งครอบครัว รายได้แทบไม่มี บางวันต้องอาศัยข้าวก้นบาตรกิน แต่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
.
วันนี้ ( 20 ก.ค. 69 ) นางเหรียญทอง อายุ 68 ปี และนายธรรม อายุ 75 ปี ร่ำให้ระหว่างที่ผู้สื่อข่าวเดินทางไปดูสภาพบ้าน หลังจากกรรมการชุมชนได้ร้องขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัว 2 ตา-ยาย ซึ่งอยู่ในพื้นที่ชุมชนกำแพงเมือง เขคเทศบาลนครลำปาง ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้ง 2 คน ทั้งที่ผ่านมาได้รับตลอด แต่ครั้งนี้ไม่ผ่านด้วยเหตุที่ถูกระบุว่า “มีรถหลายคัน”
.
โดยบ้านของ 2 ตายาย ตั้งอยู่ริมห้วยแม่กระติ๊บ อยู่ในสภาพที่ทรุดโทรม วัชพืชขึ้น น้ำในห้วยเป็นสีดำ ส่งกลิ่นเหม็น และมียุงชุม ซึ่งลักษณะบ้านเป็นชั้นเดียว ทำเป็นเพิงสังกะสีเก่า ตั้งแต่หน้บ้านเข้าไปถึงตัวบ้าน ล้วนมีแต่ของเก่า ที่ลูกสาวซึ่งเป็นโรคอ้วนเดินไม่ค่อยสะดวก จะขี่ จยย.เก่า ไปเก็บของเก่า ตามสถานที่ต่าง ๆ ในช่วงกลางคืน เพื่อนำมาให้นางเหรียญทอง คัดแยก นำไปขาย และยังพบว่าข้าวของเครื่องใช้ ที่ได้รับบริจาค และได้มาจากการเก็บของเก่า ล้วนสะสมอยู่เต็มพื้นที่ การทำอาหารยังใช้ฟืนทำอาหาร
.
2 ตา-ยาย เล่าว่า ในครอบครัวมีอาศัยด้วยกัน 5 ชีวิต ในแต่ละตาธรรม มีโรครุมเร้า ทั้งเบาหวาน หอบหืด ความดัน ถุงลมโป่งพอง แต่ยังต้องทำงาน ขี่ จยย.พวง ซาเล้งออกไปรับจ้าง บางวันก็ไม่ได้ลูกค้า เพราะส่วนใหญ่จะหันไปใช้บริการ ทางแอปฯมือถือ เพราะเรียกง่าย และสะดวก หากมีลุกค้าก็จะมีรายได้100-200 บาทต่อวัน ส่วนยายก็สุขภาพไม่ค่อยดี เดินไม่ค่อยสะดวก ก็จะอยู่ที่บ้านทำอาหาร และคอยคัดแยกของเก่า ที่ลุกสาวซึ่งก็เป็นโรคอ้วน และโรคอื่นด้วย เพื่อมาไว้แยกขยะขาย ส่วนหลาน อายุ15 ปี ก็มีอาการสมาธิสั้น และอาการทางจิตร่วมด้วย ได้บัตรคนพิการ และยังมีเหลน อายุ 10 ปี อีก 1 คน ซึ่งแต่ละวันตากับยายก็จะต้องหาเงินให้ไป โรงเรียน คนโต 30-40 บาท ส่วนคนเล็ก 20-30 บาท หากวันไหนไม่มี ก็จะไปขอคนรู้จัก หากขอได้ก็ได้ไปโรงเรียน หากวันไหนไม่มีจริง ๆ ก็ไม่ได้ไปโรงเรียน
.
2 ตา-ยาย เผยทั้งน้ำตาว่า หลังทราบว่าไม่ได้รับสิทธิ ตาถึงกับตัวสั่น เพราะเสียใจอย่างมาก ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ทั้ง2 คน ไม่รู้จะทำอย่างไร ที่ผ่านมาก็ได้รับตลอด ยองรับว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถช่วยครอบครัวได้มาก ส่วนใหญ่จะนำไปซื้อข้าว ผงซักฟอก อาหาร ของกินของใช้ หากไม่ได้ ครอบครัวจะลำบากมากกว่านี้ เพราะทุกวันนี้ ก็ยังไปขอข้าวที่วัดคะตึกเชียงมั่น มากิน เพราะรายได้แทบไม่มี อยากขอให้หน่วยงานคืนสิทธิให้ เพราะครอบครัวยากจนจริง ๆ
.
โดยในวันนี้ กรรมการชุมชน จะได้พา 2 ตายาย ไปที่สำนักงานขนส่ง เพื่อไปทำเรื่องอุทธรณ์ เนื่องจากทั้งสองคนไม่สามารถเดินทงไปด้วยตนเองได้ ทั้งสภาพรถ จยย.เก่าพ่วงข้าง ไม่ได้ต่อทะเบียนมา 2-3 ปี เพราะครับครัวไม่มีเงิน และสภาพไม่สมบูรณ์ ซึ่งก็หวังว่าครอบครัว 2 ตา-ยาย จะผ่านเกณฑ์การพิจารณา และได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการคืนทั้ง 2 คน
.
.
ผู้นำฝ่ายค้าน จัดฟอรั่ม ‘เกิด แก่ เจ็บ โกง’ ชี้ทุจริตเกิดขึ้นตั้งแต่เกิดจนตาย
https://www.matichon.co.th/politics/news_5813416
.
ผู้นำฝ่ายค้านฯ พบประชาชนจัดฟอรั่ม ‘เกิด แก่ เจ็บ โกง’ ชี้ ทุจริตเกิดขึ้นทุกช่วงชีวิต ตั้งแต่เกิดจนตาย เปิดกระบวนท่าคอร์รัปชัน ‘ปิยรัฐ’ ชี้ พ่อทิพย์เป็นภัยมั่นคงชาติ ด้าน ‘พริษฐ์’ เผย ผอ.ง้าบส่วนต่างหนังสือเรียน ขณะที่ ‘ศิริกัญญา’ แฉ ทุกปีงบรั่วไหล 3 แสนล้านบาท
.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 กรกฎาคม ที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯ สุขุมวิท 20 โครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พบประชาชน ประจำปีงบประมาณ 2569 จัดฟอรัมผู้นำฝ่ายค้าน “
เกิด แก่ เจ็บ โกง คนไทยจะออกจากวงจรนี้อย่างไร” โดยนาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวเปิดงาน ว่าปัญหาการทุจริตเกี่ยวกับคนไทยทุกคน เกี่ยวข้องกับเส้นชีวิตเรา การทุจริตแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มคือ 1.สิ่งที่เราไม่ได้รับตามสิทธิที่ควรได้ โดนกัดกร่อนสิทธิ ได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย เช่น เบี้ยสวัสดิการต่างๆ หนังสือเรียน นมโรงเรียน 2.ต้องจ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็น ต้องจ่ายหรือจ่ายแพงเกินปกติ เช่น การขอใบอนุญาต ค่าไฟ
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า 3.เราไม่เกี่ยวแต่ต้องรับผลข้างเคียงจากการคอร์รัปชัน เช่น การก่อสร้างของภาครัฐที่ไม่ได้มาตรฐาน ถนนพระราม 2 ตึกถล่ม 4.มีคนทำผิดแล้วจ่ายสินบนเพื่อหนีความรับผิดชอบ เป็นความหละหลวมของภาครัฐ เช่น โรงงานที่ก่อมลพิษ และ 5.มีคนจ่ายเพื่อให้ได้สิ่งที่ไม่มีสิทธิ์ เช่น ทุนเทา พ่อทิพย์แม่ทิพย์ น่ากลัวสุด ซึ่งการวางกรอบแบบนี้จะทำให้ได้ข้อสรุปว่า จะแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในแต่ละกลุ่มอย่างไร
.
จากนั้นมีส.ส.จากพรรคประชาชน นำเสนอการทุจริตในแต่ละช่วงชีวิต ตั้งแต่เกิด เรียน ทำงาน เจ็บป่วย และตาย โดย นาย
ปิยรัฐ จงเทพ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงการทุจริตคอร์รัปชัน ที่เกี่ยวข้องกับการเกิด ว่า มีนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจสีเทาในประเทศ สิ่งที่ทุนเทาต้องการที่สุด คือสัญชาติไทย การซื้อใบสูติบัตรให้กับลูกที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนไทย เงินจำนวน 1.1 แสนบาท คือเงินที่พวกเขาต้องจ่าย เพื่อซื้อสัญชาติไทยระหว่างพ่อแม่คนจีนและพ่อแม่คนไทยผ่านการพูดคุยทางกลุ่มแชต โดยมีนายหน้าจัดหาชายไทยที่เรียกว่าพ่อทิพย์ นี่ถือเป็นภัยความมั่นคงของชาติ หากเปรียบเทียบกับภูเขาน้ำแข็ง จะเห็นว่าใต้ภูเขาน้ำแข็งคือการที่ทุนเทาจะเข้ามาด้วยทุนขนาดใหญ่เข้ามาทุบทำลายระบบเศรษฐกิจไทย แต่ร้ายแรงกว่านั้นคืออนาคตในอีก 10-20 ปีข้างหน้า เด็กเหล่านั้นจะสามารถมีสิทธิเช่นเดียวกับคนไทย เช่น สิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง ตนจึงขอเสนอให้รัฐตรวจดีเอ็นเอก่อนจะออกใบสูติบัตร
.
ขณะที่ นาย
พริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงการทุจริตที่เกิดขึ้นกับการศึกษา โดยยกตัวอย่าง การทุจริตหนังสือเรียน สำนักพิมพ์คิดเงินราคาเต็มกับโรงเรียน เพื่อนำกำไรหรือส่วนต่างแบ่งกับผู้อำนวยการ หากมีโรงเรียน 1 ใน 10 ทำเช่นนี้ เท่ากับว่ามีงบประมาณรั่วไหลปีละ 100-200 ล้านบาทต่อปี การทุจริตในแวดวงการศึกษา มีต้นทุนแฝงอีกอย่างน้อย 3 ด้านที่กำลังทำลายอนาคตของชาติ ได้แก่ 1.คุณภาพการศึกษาที่นักเรียนได้รับ แย่กว่าที่ควรจะเป็น เช่น ฮั้วประมูลทำให้นักเรียนอกเข้าถึงสื่อการเรียนรูปแบบใหม่ๆ ทุจริตสอบบรรจุครู ทำให้นักเรียนจะขาดโอกาสในการเรียนกับครูที่เก่ง
.
นาย
พริษฐ์ กล่าวต่อว่า 2.ทำให้เข็มทิศทางนโยบายพัง เหลือแต่นโยบายหากิน และ 3.ส่งผลกระทบต่อค่านิยมปัญหาการทุจริต แม้จะบังคับให้นักเรียนท่อง “
โตไปไม่โกง” แต่ตราบใดที่นักเรียนต้องเติบโตและใช้ชีวิตในโรงเรียนที่ล้อมรอบไปด้วยการทุจริต ตราบใดที่การตั้งคำถามของนักเรียน ถูกตีตราว่าเป็นการไปยุ่งเรื่องของผู้ใหญ่ หากเป็นเช่นนี้ก็อย่าแปลกใจหากคนรุ่นถัดไป มองว่าการทุจริตเป็นเรื่องที่ยอมได้
.
ด้าน น.ส.
ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า ภาษีที่จ่ายทุก 100 บาท จะนำไปจัดซื้อจัดจ้างโครงการภาครัฐ 36 บาท โดยในจำนวนนี้เกิดการรั่วไหลทุจริต 2-11 บาท กลโกงจัดซื้อจัดจ้างทำตามระเบียบของภาครัฐทุกอย่าง ไม่ว่าจะล็อกสเปก ฮั้วประมูล ราคากลางสูงเกินจริง แบ่งซื้อแบ่งจ้าง ซอยโครงการหลีกเลี่ยงการประมูล ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ลดสเป็กหลังเซ็น และบริษัทหน้าฉาก ในแต่ละปีมีข้อมูลประเมินมูลค่าว่าประเทศเสียงบประมาณไปกับการจัดซื้อจัดจ้างไม่ได้ของ และรั่วไหลไปกับการทุจริตราว 3 แสนล้านบาท ถือว่าอนาคตของประเทศและประชาชนถูกโกง
.
น.ส.
ณัฐยา บุญภักดี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงการโกงความแก่ พิการ และเจ็บป่วย ว่าเวลาที่เจ็บป่วย ตนขอยกตัวอย่างโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่มีผู้เจ็บป่วยไปรักษา แต่โรงพยาบาลกลับบอกว่ายาหมดให้กลับมาใหม่ ผู้ป่วยบางคนที่พอมีเงิน อาจจะควักเงินไปรักษาที่คลินิกเพื่อให้ได้รับยาต่อเนื่อง แต่แทนที่ผู้บริหารจะนำงบประมาณมาสต็อกยาที่ถือว่าเป็นเรื่องจำเป็น แต่ผู้บริหารกลับไม่ทำและตัดสินใจนำงบประมาณไปทำอย่างอื่น เช่น ปรับปรุงห้องประชุม ซื้อเครื่องออโตซีพีอาร์ ปรับปรุงภูมิทัศน์ นี่ถือเป็นปัญหาธรรมาภิบาลในการจัดสรรงบประมาณ แม้จะมีสิทธิแต่ก็ไม่ได้รับสิทธิเท่าที่ควร
.
นาย
ณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์ ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาชน กล่าวถึงการทุจริตเกี่ยวข้องกับความตาย โดยยกตัวอย่างเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ ที่สมาชิกไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ในการเข้าร่วม เพียงแต่เชื่อว่าส่งเงินเข้ากองทุนนี้แล้ว เมื่อถึงวาระสุดท้ายของชีวิตจะไม่เป็นภาระของลูกหลาน ทั้งที่ความจริงการอยู่ได้ของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ คือ การหาสมาชิกมาเติมเรื่อยๆ
.
.
ลิซ่า ตะลึง ขรก. มท. แค่ 5 คนถูกสอบโกงท้องถิ่น จี้ ‘อนุทิน’ สอบเส้นเงิน สงสัยทำไมนั่งควบกลายเป็นอุปสรรค
https://www.matichon.co.th/politics/news_5813574
.
ปชน. เปิดวงเสวนาถกทางออก “เกิด แก่ เจ็บ โกง” ชูแก้ทุจริต ‘ลิซ่า’ จี้ อนุทิน 1 โทรหา อนุทิน 2 สั่งตรวจเส้นเงินทุจริตสอบท้องถิ่น กังขาอุ้มลาสบอสพ้นผิด ด้าน ‘วิสุทธิ์’ เผยจ่อดันพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง 3.0″ ขณะ ‘เพียงพนอ’ ชง 3 ข้อสร้างรัฐบาลโปร่งใส จี้ กิโยตินกฎหมาย ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน
.
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯ สุขุมวิท 20 โครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พบประชาชน ประจำปีงบประมาณ 2569 จัดฟอรัมผู้นำฝ่ายค้าน “
เกิด แก่ เจ็บ โกง คนไทยจะออกจากวงจรนี้อย่างไร”
.
จากนั้นเวลา 11.00 น. ช่วงที่ 2 วงเสวนา “
เราจะออกจากวงจรนี้อย่างไร” น.ส.
ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงการรื้อระบบจัดสอบ โดยได้สะท้อนปัญหาและนำเสนอ ว่า การทุจริตสอบข้าราชการ ล่าสุดถ้าเปรียบเหมือนหนังน่าติดตามมาก เพราะไม่รู้ตอนจบสุดท้ายจะได้เห็นผู้ร้ายตัวจริงหรือไม่ แต่ระหว่างทางผู้กำกับพยายามตีวงให้แคบกลัวไปถึงลาสบอสตัวสำคัญ ซึ่งจะเป็นประเด็นที่ล้มรัฐบาลได้
.
น.ส.
ภคมน กล่าวต่อว่า การทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น มีเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่ว่าเรื่องนี้มีทุกปี พร้อมบอกว่ามีคนสอบหลายครั้งมากๆ แล้วไม่เคยได้มาก่อน อยู่มาวันหนึ่งมีคนบอกว่าถ้าอยากได้ให้จ่ายมาเท่านี้แล้วปีนั้นสอบได้ และที่ยอมจ่ายคือเป็นการซื้อเก้าอี้ตัวเองเพื่อไม่ให้แก้ไขคำตอบหรือขยับคนที่จ่ายมากกว่า ซื้อไว้เพื่อความมั่นใจ ซึ่งคนที่เขาไปจ่ายเป็นนักการเมืองในท้องถิ่น มีอิทธิพล มีความน่าเชื่อถือเรื่องนี้ตาสีตาสาธรรมดาทำไม่ได้
JJNY : 2 ตา-ยายไม่ผ่านเกณฑ์│ชี้ทุจริตเกิดขึ้นตั้งแต่เกิดจนตาย│ลิซ่าจี้ ‘อนุทิน’ สอบเส้นเงิน│ศาลสั่งคุกเนติวิทย์ รอลงอาญา
.
วันนี้ ( 20 ก.ค. 69 ) นางเหรียญทอง อายุ 68 ปี และนายธรรม อายุ 75 ปี ร่ำให้ระหว่างที่ผู้สื่อข่าวเดินทางไปดูสภาพบ้าน หลังจากกรรมการชุมชนได้ร้องขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัว 2 ตา-ยาย ซึ่งอยู่ในพื้นที่ชุมชนกำแพงเมือง เขคเทศบาลนครลำปาง ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้ง 2 คน ทั้งที่ผ่านมาได้รับตลอด แต่ครั้งนี้ไม่ผ่านด้วยเหตุที่ถูกระบุว่า “มีรถหลายคัน”
.
โดยบ้านของ 2 ตายาย ตั้งอยู่ริมห้วยแม่กระติ๊บ อยู่ในสภาพที่ทรุดโทรม วัชพืชขึ้น น้ำในห้วยเป็นสีดำ ส่งกลิ่นเหม็น และมียุงชุม ซึ่งลักษณะบ้านเป็นชั้นเดียว ทำเป็นเพิงสังกะสีเก่า ตั้งแต่หน้บ้านเข้าไปถึงตัวบ้าน ล้วนมีแต่ของเก่า ที่ลูกสาวซึ่งเป็นโรคอ้วนเดินไม่ค่อยสะดวก จะขี่ จยย.เก่า ไปเก็บของเก่า ตามสถานที่ต่าง ๆ ในช่วงกลางคืน เพื่อนำมาให้นางเหรียญทอง คัดแยก นำไปขาย และยังพบว่าข้าวของเครื่องใช้ ที่ได้รับบริจาค และได้มาจากการเก็บของเก่า ล้วนสะสมอยู่เต็มพื้นที่ การทำอาหารยังใช้ฟืนทำอาหาร
.
2 ตา-ยาย เล่าว่า ในครอบครัวมีอาศัยด้วยกัน 5 ชีวิต ในแต่ละตาธรรม มีโรครุมเร้า ทั้งเบาหวาน หอบหืด ความดัน ถุงลมโป่งพอง แต่ยังต้องทำงาน ขี่ จยย.พวง ซาเล้งออกไปรับจ้าง บางวันก็ไม่ได้ลูกค้า เพราะส่วนใหญ่จะหันไปใช้บริการ ทางแอปฯมือถือ เพราะเรียกง่าย และสะดวก หากมีลุกค้าก็จะมีรายได้100-200 บาทต่อวัน ส่วนยายก็สุขภาพไม่ค่อยดี เดินไม่ค่อยสะดวก ก็จะอยู่ที่บ้านทำอาหาร และคอยคัดแยกของเก่า ที่ลุกสาวซึ่งก็เป็นโรคอ้วน และโรคอื่นด้วย เพื่อมาไว้แยกขยะขาย ส่วนหลาน อายุ15 ปี ก็มีอาการสมาธิสั้น และอาการทางจิตร่วมด้วย ได้บัตรคนพิการ และยังมีเหลน อายุ 10 ปี อีก 1 คน ซึ่งแต่ละวันตากับยายก็จะต้องหาเงินให้ไป โรงเรียน คนโต 30-40 บาท ส่วนคนเล็ก 20-30 บาท หากวันไหนไม่มี ก็จะไปขอคนรู้จัก หากขอได้ก็ได้ไปโรงเรียน หากวันไหนไม่มีจริง ๆ ก็ไม่ได้ไปโรงเรียน
.
2 ตา-ยาย เผยทั้งน้ำตาว่า หลังทราบว่าไม่ได้รับสิทธิ ตาถึงกับตัวสั่น เพราะเสียใจอย่างมาก ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ทั้ง2 คน ไม่รู้จะทำอย่างไร ที่ผ่านมาก็ได้รับตลอด ยองรับว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถช่วยครอบครัวได้มาก ส่วนใหญ่จะนำไปซื้อข้าว ผงซักฟอก อาหาร ของกินของใช้ หากไม่ได้ ครอบครัวจะลำบากมากกว่านี้ เพราะทุกวันนี้ ก็ยังไปขอข้าวที่วัดคะตึกเชียงมั่น มากิน เพราะรายได้แทบไม่มี อยากขอให้หน่วยงานคืนสิทธิให้ เพราะครอบครัวยากจนจริง ๆ
.
โดยในวันนี้ กรรมการชุมชน จะได้พา 2 ตายาย ไปที่สำนักงานขนส่ง เพื่อไปทำเรื่องอุทธรณ์ เนื่องจากทั้งสองคนไม่สามารถเดินทงไปด้วยตนเองได้ ทั้งสภาพรถ จยย.เก่าพ่วงข้าง ไม่ได้ต่อทะเบียนมา 2-3 ปี เพราะครับครัวไม่มีเงิน และสภาพไม่สมบูรณ์ ซึ่งก็หวังว่าครอบครัว 2 ตา-ยาย จะผ่านเกณฑ์การพิจารณา และได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการคืนทั้ง 2 คน
.
ผู้นำฝ่ายค้าน จัดฟอรั่ม ‘เกิด แก่ เจ็บ โกง’ ชี้ทุจริตเกิดขึ้นตั้งแต่เกิดจนตาย
https://www.matichon.co.th/politics/news_5813416
.
ผู้นำฝ่ายค้านฯ พบประชาชนจัดฟอรั่ม ‘เกิด แก่ เจ็บ โกง’ ชี้ ทุจริตเกิดขึ้นทุกช่วงชีวิต ตั้งแต่เกิดจนตาย เปิดกระบวนท่าคอร์รัปชัน ‘ปิยรัฐ’ ชี้ พ่อทิพย์เป็นภัยมั่นคงชาติ ด้าน ‘พริษฐ์’ เผย ผอ.ง้าบส่วนต่างหนังสือเรียน ขณะที่ ‘ศิริกัญญา’ แฉ ทุกปีงบรั่วไหล 3 แสนล้านบาท
.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 กรกฎาคม ที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯ สุขุมวิท 20 โครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พบประชาชน ประจำปีงบประมาณ 2569 จัดฟอรัมผู้นำฝ่ายค้าน “เกิด แก่ เจ็บ โกง คนไทยจะออกจากวงจรนี้อย่างไร” โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวเปิดงาน ว่าปัญหาการทุจริตเกี่ยวกับคนไทยทุกคน เกี่ยวข้องกับเส้นชีวิตเรา การทุจริตแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มคือ 1.สิ่งที่เราไม่ได้รับตามสิทธิที่ควรได้ โดนกัดกร่อนสิทธิ ได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย เช่น เบี้ยสวัสดิการต่างๆ หนังสือเรียน นมโรงเรียน 2.ต้องจ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็น ต้องจ่ายหรือจ่ายแพงเกินปกติ เช่น การขอใบอนุญาต ค่าไฟ
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า 3.เราไม่เกี่ยวแต่ต้องรับผลข้างเคียงจากการคอร์รัปชัน เช่น การก่อสร้างของภาครัฐที่ไม่ได้มาตรฐาน ถนนพระราม 2 ตึกถล่ม 4.มีคนทำผิดแล้วจ่ายสินบนเพื่อหนีความรับผิดชอบ เป็นความหละหลวมของภาครัฐ เช่น โรงงานที่ก่อมลพิษ และ 5.มีคนจ่ายเพื่อให้ได้สิ่งที่ไม่มีสิทธิ์ เช่น ทุนเทา พ่อทิพย์แม่ทิพย์ น่ากลัวสุด ซึ่งการวางกรอบแบบนี้จะทำให้ได้ข้อสรุปว่า จะแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในแต่ละกลุ่มอย่างไร
.
จากนั้นมีส.ส.จากพรรคประชาชน นำเสนอการทุจริตในแต่ละช่วงชีวิต ตั้งแต่เกิด เรียน ทำงาน เจ็บป่วย และตาย โดย นายปิยรัฐ จงเทพ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงการทุจริตคอร์รัปชัน ที่เกี่ยวข้องกับการเกิด ว่า มีนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจสีเทาในประเทศ สิ่งที่ทุนเทาต้องการที่สุด คือสัญชาติไทย การซื้อใบสูติบัตรให้กับลูกที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนไทย เงินจำนวน 1.1 แสนบาท คือเงินที่พวกเขาต้องจ่าย เพื่อซื้อสัญชาติไทยระหว่างพ่อแม่คนจีนและพ่อแม่คนไทยผ่านการพูดคุยทางกลุ่มแชต โดยมีนายหน้าจัดหาชายไทยที่เรียกว่าพ่อทิพย์ นี่ถือเป็นภัยความมั่นคงของชาติ หากเปรียบเทียบกับภูเขาน้ำแข็ง จะเห็นว่าใต้ภูเขาน้ำแข็งคือการที่ทุนเทาจะเข้ามาด้วยทุนขนาดใหญ่เข้ามาทุบทำลายระบบเศรษฐกิจไทย แต่ร้ายแรงกว่านั้นคืออนาคตในอีก 10-20 ปีข้างหน้า เด็กเหล่านั้นจะสามารถมีสิทธิเช่นเดียวกับคนไทย เช่น สิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง ตนจึงขอเสนอให้รัฐตรวจดีเอ็นเอก่อนจะออกใบสูติบัตร
.
ขณะที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงการทุจริตที่เกิดขึ้นกับการศึกษา โดยยกตัวอย่าง การทุจริตหนังสือเรียน สำนักพิมพ์คิดเงินราคาเต็มกับโรงเรียน เพื่อนำกำไรหรือส่วนต่างแบ่งกับผู้อำนวยการ หากมีโรงเรียน 1 ใน 10 ทำเช่นนี้ เท่ากับว่ามีงบประมาณรั่วไหลปีละ 100-200 ล้านบาทต่อปี การทุจริตในแวดวงการศึกษา มีต้นทุนแฝงอีกอย่างน้อย 3 ด้านที่กำลังทำลายอนาคตของชาติ ได้แก่ 1.คุณภาพการศึกษาที่นักเรียนได้รับ แย่กว่าที่ควรจะเป็น เช่น ฮั้วประมูลทำให้นักเรียนอกเข้าถึงสื่อการเรียนรูปแบบใหม่ๆ ทุจริตสอบบรรจุครู ทำให้นักเรียนจะขาดโอกาสในการเรียนกับครูที่เก่ง
.
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า 2.ทำให้เข็มทิศทางนโยบายพัง เหลือแต่นโยบายหากิน และ 3.ส่งผลกระทบต่อค่านิยมปัญหาการทุจริต แม้จะบังคับให้นักเรียนท่อง “โตไปไม่โกง” แต่ตราบใดที่นักเรียนต้องเติบโตและใช้ชีวิตในโรงเรียนที่ล้อมรอบไปด้วยการทุจริต ตราบใดที่การตั้งคำถามของนักเรียน ถูกตีตราว่าเป็นการไปยุ่งเรื่องของผู้ใหญ่ หากเป็นเช่นนี้ก็อย่าแปลกใจหากคนรุ่นถัดไป มองว่าการทุจริตเป็นเรื่องที่ยอมได้
.
ด้าน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า ภาษีที่จ่ายทุก 100 บาท จะนำไปจัดซื้อจัดจ้างโครงการภาครัฐ 36 บาท โดยในจำนวนนี้เกิดการรั่วไหลทุจริต 2-11 บาท กลโกงจัดซื้อจัดจ้างทำตามระเบียบของภาครัฐทุกอย่าง ไม่ว่าจะล็อกสเปก ฮั้วประมูล ราคากลางสูงเกินจริง แบ่งซื้อแบ่งจ้าง ซอยโครงการหลีกเลี่ยงการประมูล ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ลดสเป็กหลังเซ็น และบริษัทหน้าฉาก ในแต่ละปีมีข้อมูลประเมินมูลค่าว่าประเทศเสียงบประมาณไปกับการจัดซื้อจัดจ้างไม่ได้ของ และรั่วไหลไปกับการทุจริตราว 3 แสนล้านบาท ถือว่าอนาคตของประเทศและประชาชนถูกโกง
.
น.ส.ณัฐยา บุญภักดี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงการโกงความแก่ พิการ และเจ็บป่วย ว่าเวลาที่เจ็บป่วย ตนขอยกตัวอย่างโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่มีผู้เจ็บป่วยไปรักษา แต่โรงพยาบาลกลับบอกว่ายาหมดให้กลับมาใหม่ ผู้ป่วยบางคนที่พอมีเงิน อาจจะควักเงินไปรักษาที่คลินิกเพื่อให้ได้รับยาต่อเนื่อง แต่แทนที่ผู้บริหารจะนำงบประมาณมาสต็อกยาที่ถือว่าเป็นเรื่องจำเป็น แต่ผู้บริหารกลับไม่ทำและตัดสินใจนำงบประมาณไปทำอย่างอื่น เช่น ปรับปรุงห้องประชุม ซื้อเครื่องออโตซีพีอาร์ ปรับปรุงภูมิทัศน์ นี่ถือเป็นปัญหาธรรมาภิบาลในการจัดสรรงบประมาณ แม้จะมีสิทธิแต่ก็ไม่ได้รับสิทธิเท่าที่ควร
.
นายณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์ ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาชน กล่าวถึงการทุจริตเกี่ยวข้องกับความตาย โดยยกตัวอย่างเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ ที่สมาชิกไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ในการเข้าร่วม เพียงแต่เชื่อว่าส่งเงินเข้ากองทุนนี้แล้ว เมื่อถึงวาระสุดท้ายของชีวิตจะไม่เป็นภาระของลูกหลาน ทั้งที่ความจริงการอยู่ได้ของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ คือ การหาสมาชิกมาเติมเรื่อยๆ
.
.
ลิซ่า ตะลึง ขรก. มท. แค่ 5 คนถูกสอบโกงท้องถิ่น จี้ ‘อนุทิน’ สอบเส้นเงิน สงสัยทำไมนั่งควบกลายเป็นอุปสรรค
https://www.matichon.co.th/politics/news_5813574
.
ปชน. เปิดวงเสวนาถกทางออก “เกิด แก่ เจ็บ โกง” ชูแก้ทุจริต ‘ลิซ่า’ จี้ อนุทิน 1 โทรหา อนุทิน 2 สั่งตรวจเส้นเงินทุจริตสอบท้องถิ่น กังขาอุ้มลาสบอสพ้นผิด ด้าน ‘วิสุทธิ์’ เผยจ่อดันพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง 3.0″ ขณะ ‘เพียงพนอ’ ชง 3 ข้อสร้างรัฐบาลโปร่งใส จี้ กิโยตินกฎหมาย ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน
.
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯ สุขุมวิท 20 โครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พบประชาชน ประจำปีงบประมาณ 2569 จัดฟอรัมผู้นำฝ่ายค้าน “เกิด แก่ เจ็บ โกง คนไทยจะออกจากวงจรนี้อย่างไร”
.
จากนั้นเวลา 11.00 น. ช่วงที่ 2 วงเสวนา “เราจะออกจากวงจรนี้อย่างไร” น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงการรื้อระบบจัดสอบ โดยได้สะท้อนปัญหาและนำเสนอ ว่า การทุจริตสอบข้าราชการ ล่าสุดถ้าเปรียบเหมือนหนังน่าติดตามมาก เพราะไม่รู้ตอนจบสุดท้ายจะได้เห็นผู้ร้ายตัวจริงหรือไม่ แต่ระหว่างทางผู้กำกับพยายามตีวงให้แคบกลัวไปถึงลาสบอสตัวสำคัญ ซึ่งจะเป็นประเด็นที่ล้มรัฐบาลได้
.
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า การทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น มีเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่ว่าเรื่องนี้มีทุกปี พร้อมบอกว่ามีคนสอบหลายครั้งมากๆ แล้วไม่เคยได้มาก่อน อยู่มาวันหนึ่งมีคนบอกว่าถ้าอยากได้ให้จ่ายมาเท่านี้แล้วปีนั้นสอบได้ และที่ยอมจ่ายคือเป็นการซื้อเก้าอี้ตัวเองเพื่อไม่ให้แก้ไขคำตอบหรือขยับคนที่จ่ายมากกว่า ซื้อไว้เพื่อความมั่นใจ ซึ่งคนที่เขาไปจ่ายเป็นนักการเมืองในท้องถิ่น มีอิทธิพล มีความน่าเชื่อถือเรื่องนี้ตาสีตาสาธรรมดาทำไม่ได้