สวัสดีค่ะ พอดีเราสนใจละครนิยายเรื่องเล่าแนวย้อนยุคโบราณเรื่องราวอาถรรพ์ อันนี้เป็นอีกเรื่องนึงเลยที่ เป็นเรื่องที่เราได้ลองแต่งขึ้นมา เราไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงบ้างจะมีใครชอบไหม แต่ก็อยากลองให้ทุกคนได้ลองอ่านได้ลองติดตามกันก่อนนะคะ 
ในส่วนนี้จะเป็นเนื้อเรื่อง ย่อ นะคะ ชื่อเรื่อง เรือนหลังนั้น : คำมั่นเหนือกาลเวลา
จะมีทั้งหมด 20 ตอนได้นะคะ โปรดติดตามกันได้ผ่านช่องกระทู้นี้ที่เดียวนะคะ ขอบคุณค่ะที่เข้ามารับชมเเละอ่านกันนะคะ
" เรือนหลังนั้น "
พ.ศ. 2458 สมัยรัชกาลที่ 6
ท่ามกลางป่าริมน้ำในเมืองนคร มีเรือนไม้สักสองชั้นหลังหนึ่ง ตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม หลังคาปั้นหยา หน้าต่างกระจกสี เสาเรือนแกะสลักลวดลายเถาไม้ ผู้คนเรียกกันว่า "เรือนเทวัญ"
เจ้าของเรือนคือ หลวงพิทักษ์เทเวศร์ ขุนนางหนุ่มผู้ซื่อสัตย์ และ แม่หญิงรำเพย บุตรสาวคหบดีผู้มีจิตใจอ่อนโยน ทั้งสองรักกันมาหลายปี จนสร้างเรือนหลังนี้ไว้เพื่อเริ่มต้นชีวิตคู่
ก่อนวันแต่งงานเพียงเจ็ดวัน หลวงพิทักษ์ได้รับพระบรมราชโองการให้เดินทางไปปฏิบัติราชการปราบโจรทางหัวเมืองเหนือ
คืนก่อนออกเดินทาง เขาสวมแหวนทองให้รำเพย
"หากข้ากลับมาช้า...เจ้าจงรอ"
รำเพยยิ้มทั้งน้ำตา
"ต่อให้ต้องรอทั้งชีวิต...ข้าก็จะรอ"
ทั้งสองไม่เคยรู้เลยว่า คำสัญญานั้นจะยาวนานเกินกว่าชั่วชีวิต
...
ระหว่างเดินทาง ขบวนของหลวงพิทักษ์ถูกซุ่มโจมตี เขาเสียชีวิตโดยไม่มีใครพบร่าง
ข่าวเพียงแจ้งว่า
"หลวงพิทักษ์หายสาบสูญ"
รำเพยไม่เชื่อ
ทุกเย็นนางจะเปิดประตูเรือน จุดตะเกียงไว้หน้าบันได และเฝ้ามองทางน้ำ
หนึ่งเดือน...
หนึ่งปี...
ห้าปี...
คนทั้งเมืองต่างว่าแม่หญิงเสียสติ
แต่ทุกคืน นางยังพูดประโยคเดิม
"เรือนหลังนั้น...จะยังมีคนรอท่านเสมอ"
คืนหนึ่งเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่
รำเพยไม่ยอมหนี
นางกอดเสาเรือนไว้แน่น
"หากท่านกลับมาแล้วไม่พบข้า...ท่านจะอยู่กับผู้ใด"
รุ่งเช้า
ไฟดับลง
แต่ไม่มีใครพบร่างของนาง
มีเพียงแหวนทองวงหนึ่งตกอยู่หน้าบันได
...
เวลาผ่านไปกว่าร้อยปี
เรือนเทวัญถูกปล่อยร้าง
เจ้าของหลายคนซื้อไป แต่ไม่มีใครอยู่ได้นาน
ทุกคืนเดือนดับ
จะมีหญิงสาวในชุดไทยสีงาช้าง ยืนถือโคมไฟอยู่หน้าบ้าน
หากผู้ใดถามว่า
"รอใครหรือ"
นางจะยิ้มเพียงบางเบา
"รอคนที่สัญญาว่าจะกลับบ้าน"
...
ปี พ.ศ. 2569
ชายหนุ่มชื่อ ธีรัตน์ นักอนุรักษ์บ้านโบราณ ได้รับมอบหมายให้บูรณะเรือนเทวัญ
คืนแรกที่เข้าไปพัก
เขาได้ยินเสียงฝีเท้าเบา ๆ
เสียงประตูไม้เปิดเอง
กลิ่นดอกพิกุลลอยมาตามลม
เมื่อเดินลงมายังชั้นล่าง
หญิงสาวในชุดไทยยืนอยู่ตรงบันได
"ในที่สุด...ท่านก็กลับมา"
ธีรัตน์ตกใจ
"คุณเป็นใคร"
หญิงสาวค่อย ๆ ยกแหวนทองขึ้น
แหวนวงนั้น...เหมือนกับแหวนที่ธีรัตน์ฝันเห็นมาตั้งแต่เด็ก
ตั้งแต่จำความได้ เขาฝันถึงเรือนไม้หลังหนึ่ง หญิงสาวคนหนึ่ง และคำว่า
"อย่าทิ้งข้าอีก"
...
คืนต่อมา
ชายชราคนหนึ่งในหมู่บ้านเล่าเรื่องราวของหลวงพิทักษ์กับรำเพยให้เขาฟัง
เมื่อเห็นรูปถ่ายเก่า
ธีรัตน์ถึงกับหน้าซีด
ชายในภาพ...
คือใบหน้าของเขาแทบทุกประการ
...
นับแต่นั้นเป็นต้นมา
ทุกคืน เขาจะฝันเห็นอดีตของตนเอง
เห็นวันที่จับมือรำเพย
เห็นวันที่ออกจากเรือน
เห็นวันที่ถูกโจรล้อม
เห็นวินาทีสุดท้ายก่อนสิ้นใจ
เขาพยายามกลับบ้าน...
แต่ไม่ทัน
...
วิญญาณของหลวงพิทักษ์วนเวียนอยู่ตามทางน้ำกว่าร้อยปี
ส่วนรำเพยก็เฝ้าเรือนหลังนี้ ไม่ยอมไปเกิด
ทั้งสองต่างรอคอยกันคนละภพ
ไม่มีผู้ใดพบกันเลย
...
คืนสารทไทย
ธีรัตน์เดินเข้าไปในห้องพระของเรือน
แหวนทองทั้งสองวงส่องแสงขึ้นพร้อมกัน
หญิงสาวปรากฏตัวอีกครั้ง
น้ำตาไหลอาบแก้ม
"ครั้งนี้...ท่านจะจากข้าไปอีกหรือไม่"
ธีรัตน์ไม่รู้ว่าตนคือหลวงพิทักษ์จริงหรือไม่
แต่หัวใจกลับตอบก่อนคำพูด
เขาจับมือนางไว้
"ข้ากลับมาแล้ว"
ทันใดนั้น
ลมทั้งเรือนสงบนิ่ง
เสียงร้องไห้ที่ดังมานานนับร้อยปีหายไป
...
แต่เช้าวันรุ่งขึ้น
ธีรัตน์กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
ไม่มีใครพบศพ
ไม่มีใครพบร่าง
เหลือเพียงสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง เขียนไว้เพียงประโยคเดียว
"หากผู้ใดผ่านเรือนหลังนี้ในคืนเดือนดับ โปรดอย่าเรียกชื่อผู้ที่ยืนถือโคมไฟอยู่หน้าบ้าน เพราะนางมิใช่ผีร้าย นางเพียงเฝ้ารอคนรัก...มานานกว่าหนึ่งศตวรรษ"
หลังจากวันนั้น
เรือนเทวัญไม่เคยมีเรื่องหลอกหลอนอีกเลย
แต่ชาวบ้านยังเล่าว่า
คืนที่ฝนตกเงียบที่สุด
จะเห็นชายหญิงคู่หนึ่งเดินจับมือกันบนระเบียงไม้
ฝ่ายหญิงยิ้มอย่างมีความสุข
ฝ่ายชายคอยปิดประตูและหน้าต่างทุกบาน ราวกับยังปกป้องเรือนหลังเดิม
และหากมีผู้ใดคิดจะรื้อถอนบ้านโบราณหลังนี้
ในคืนนั้นจะได้ยินเสียงชายผู้หนึ่งพูดอย่างหนักแน่นจากความมืดว่า
"เรือนหลังนี้...คือคำสัญญาของข้า ผู้ใดคิดทำลาย จงกลับไปเสีย"
ไม่มีใครเคยเห็นผู้พูด
แต่รุ่งเช้า เครื่องมือทุกชิ้นจะวางกองอยู่หน้าประตูอย่างเรียบร้อย ราวกับมีใครเตือนว่า...
ความรักบางความรัก แม้กาลเวลาจะพรากชีวิตไปได้
แต่ไม่อาจพรากคำมั่นสัญญา
นิยายเรื่อง เรือนหลังนั้น ฉบับย่อ