‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ ทำประมงปั่นป่วนทั่วโลก ปลาอพยพหนีน้ำร้อน จนจับปลาไม่ได้ กระทบความมั่นคงทางอาหาร หวั่นทำลายระบบนิเวศทางทะเล
.
“ซูเปอร์เอลนีโญ” เริ่มขึ้นแล้ว ส่งผลให้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนพุ่งสูงขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียส ปรากฏการณ์นี้ทำให้อุตสาหกรรมประมงทั่วโลกกระทบหนักอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน
.
การเปลี่ยนแปลงนี้ เกิดขึ้นจาก “ลมสินค้า” อ่อนกำลังลง ซึ่งในสภาวะปกติจะพัดน้ำอุ่นจากอเมริกาใต้ไปทางเอเชีย และดึงเอาน้ำลึกที่เย็นและอุดมด้วยสารอาหารขึ้นมาแทนที่ ซึ่งเป็นกระบวนการที่เรียกว่า “กระแสน้ำผุดในมหาสมุทร” แต่ในช่วงซูเปอร์เอลนีโญ กระบวนการนี้จะชะงักลง ทำให้น้ำที่ผิวดินอุ่นขึ้นและขาดแคลนสารอาหารที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิต
.
เมื่อขาดสารอาหาร “แพลงก์ตอนพืช” สิ่งมีชีวิตพื้นฐานของห่วงโซ่อาหารในทะเล ลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยัง แพลงก์ตอนสัตว์และปลาขนาดเล็กที่ต้องดิ้นรนหาอาหารในระดับน้ำที่ลึกขึ้น หรืออพยพไปที่อื่นเพื่อความอยู่รอด ส่งผลให้ความหลากหลายทางชีวภาพและความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งประมงล่มสลาย
.
สถานการณ์เช่นนี้สร้างความเหลื่อมล้ำอย่างสุดขั้วในอุตสาหกรรมประมง บางพื้นที่มีปลาเพิ่มมากขึ้น แต่บางที่กลับไม่มีปลาเหลืออยู่เลย
.
เปรู แหล่งทำประมงปลาแอนโชวี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ต้องประกาศยกเลิกฤดูกาลจับปลาอย่างไม่มีกำหนด ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน-กรกฎาคม เพื่อป้องกันไม่ให้ประชากรปลาลดต่ำลงไปมากกว่าเดิม การตัดสินใจนี้ส่งผลกระทบทันทีต่อเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากแอนโชวี่เป็นสินค้าส่งออกหลักและเป็นแหล่งผลิตน้ำมันปลาและอาหารสัตว์ที่สำคัญของโลก
.
ในทางตรงกันข้าม ชาวประมงในแถบเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย (Southern California) กลับมองว่านี่คือโอกาสทอง เพราะสามารถจับปลาทูน่าครีบน้ำเงินได้ในปริมาณมหาศาลอย่างไม่เคยมีมาก่อน ข้อมูลระบุว่าในช่วงครึ่งแรกของปีมีการจับปลาชนิดนี้ได้มากกว่าปีที่แล้วถึงเกือบ 300,000 ตัว เนื่องจากน้ำที่อุ่นขึ้นดึงดูดปลาจากเขตร้อนให้ว่ายขึ้นมาทางเหนือ
.
ราคาอาหารโลกยังคงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะจับสัตว์น้ำได้น้อยลง อย่างเช่น อย่างเช่น ราคาปลาแอนโชวี่ ที่ใช้สำหรับเลี้ยงสัตว์น้ำ พุ่งสูงถึง 2,500 ดอลลาร์ต่อตัน เพิ่มขึ้น 80% จากปีที่แล้ว เป็นผลมาจากจับปลาแอนโชวี่ได้น้อยลง ทำให้การผลิตอาหารปลาทั่วโลกลดลงประมาณ 40% ในหนึ่งปี ส่งผลให้ต้นทุนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั่วโลกแพงขึ้น
.
ขณะที่ ปลาแซลมอนในธรรมชาติที่ขาดแคลนอาหารจะมีสภาพผอมโซ ซึ่งทำให้มูลค่าของพวกมันลดลงอย่างรุนแรง
.
.
อ่านต่อ:
https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/environment/1243464
.
.
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities #กรุงเทพธุรกิจSustain #กรุงเทพธุรกิจClimate
🐟 ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ ทำประมงปั่นป่วนทั่วโลก ปลาอพยพหนีน้ำร้อน จนจับปลาไม่ได้
.
“ซูเปอร์เอลนีโญ” เริ่มขึ้นแล้ว ส่งผลให้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนพุ่งสูงขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียส ปรากฏการณ์นี้ทำให้อุตสาหกรรมประมงทั่วโลกกระทบหนักอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน
.
การเปลี่ยนแปลงนี้ เกิดขึ้นจาก “ลมสินค้า” อ่อนกำลังลง ซึ่งในสภาวะปกติจะพัดน้ำอุ่นจากอเมริกาใต้ไปทางเอเชีย และดึงเอาน้ำลึกที่เย็นและอุดมด้วยสารอาหารขึ้นมาแทนที่ ซึ่งเป็นกระบวนการที่เรียกว่า “กระแสน้ำผุดในมหาสมุทร” แต่ในช่วงซูเปอร์เอลนีโญ กระบวนการนี้จะชะงักลง ทำให้น้ำที่ผิวดินอุ่นขึ้นและขาดแคลนสารอาหารที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิต
.
เมื่อขาดสารอาหาร “แพลงก์ตอนพืช” สิ่งมีชีวิตพื้นฐานของห่วงโซ่อาหารในทะเล ลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยัง แพลงก์ตอนสัตว์และปลาขนาดเล็กที่ต้องดิ้นรนหาอาหารในระดับน้ำที่ลึกขึ้น หรืออพยพไปที่อื่นเพื่อความอยู่รอด ส่งผลให้ความหลากหลายทางชีวภาพและความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งประมงล่มสลาย
.
สถานการณ์เช่นนี้สร้างความเหลื่อมล้ำอย่างสุดขั้วในอุตสาหกรรมประมง บางพื้นที่มีปลาเพิ่มมากขึ้น แต่บางที่กลับไม่มีปลาเหลืออยู่เลย
.
เปรู แหล่งทำประมงปลาแอนโชวี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ต้องประกาศยกเลิกฤดูกาลจับปลาอย่างไม่มีกำหนด ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน-กรกฎาคม เพื่อป้องกันไม่ให้ประชากรปลาลดต่ำลงไปมากกว่าเดิม การตัดสินใจนี้ส่งผลกระทบทันทีต่อเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากแอนโชวี่เป็นสินค้าส่งออกหลักและเป็นแหล่งผลิตน้ำมันปลาและอาหารสัตว์ที่สำคัญของโลก
.
ในทางตรงกันข้าม ชาวประมงในแถบเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย (Southern California) กลับมองว่านี่คือโอกาสทอง เพราะสามารถจับปลาทูน่าครีบน้ำเงินได้ในปริมาณมหาศาลอย่างไม่เคยมีมาก่อน ข้อมูลระบุว่าในช่วงครึ่งแรกของปีมีการจับปลาชนิดนี้ได้มากกว่าปีที่แล้วถึงเกือบ 300,000 ตัว เนื่องจากน้ำที่อุ่นขึ้นดึงดูดปลาจากเขตร้อนให้ว่ายขึ้นมาทางเหนือ
.
ราคาอาหารโลกยังคงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะจับสัตว์น้ำได้น้อยลง อย่างเช่น อย่างเช่น ราคาปลาแอนโชวี่ ที่ใช้สำหรับเลี้ยงสัตว์น้ำ พุ่งสูงถึง 2,500 ดอลลาร์ต่อตัน เพิ่มขึ้น 80% จากปีที่แล้ว เป็นผลมาจากจับปลาแอนโชวี่ได้น้อยลง ทำให้การผลิตอาหารปลาทั่วโลกลดลงประมาณ 40% ในหนึ่งปี ส่งผลให้ต้นทุนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั่วโลกแพงขึ้น
.
ขณะที่ ปลาแซลมอนในธรรมชาติที่ขาดแคลนอาหารจะมีสภาพผอมโซ ซึ่งทำให้มูลค่าของพวกมันลดลงอย่างรุนแรง
.
.
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/environment/1243464
.
.
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities #กรุงเทพธุรกิจSustain #กรุงเทพธุรกิจClimate