JJNY : ปัญหาอุทธรณ์ หลุดเกณฑ์บัตรสวัสดิการ│ตร.ไล่เฟ้นคดีโกงสอบท้องถิ่น│น้ำมันโลกพุ่งอีก 3%│33 จว.บ่ายถึงค่ำ ฝนตกหนัก

ปัญหาอุทธรณ์ หลุดเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
.

.
เช้านี้ที่หมอชิต - คนที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 แห่ยื่นอุทธรณ์ทวงสิทธิ์แล้ว 2.7 ล้านราย ขณะที่ โฆษกกระทรวงการคลัง ยอมรับข้อมูลอาจมีผิดพลาด ก่อให้เกิดความสับสน จึงเตรียมปรับหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนขึ้น

หนึ่งในเกณฑ์ที่มีปัญหา ทำให้คนที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 คือมีชื่อเป็นผู้ครอบครองรถยนต์และรถจักรยานยนต์เกินที่กำหนด อย่างเช่น นางติ๋มและสามี อาศัยอยู่ที่ลำปาง มีอาชีพเก็บของเก่า สภาพบ้านค่อนข้างทรุดโทรม ยังใช้เตาฟืนหุงข้าวและทำอาหาร
.
นางติ๋ม เล่าว่า ที่ผ่านมาได้สิทธิ์ร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาโดยตลอด แต่ครั้งนี้กลับไม่ผ่าน เพราะมีรถจักรยานยนต์ 2 คัน เป็นรถซาเล้งเก่าไว้ให้สามี อายุ 70 ปี ป่วยหลายโรครุมเร้า ขี่ไปหาหมอ ส่วนอีก 1 คัน ไว้ให้ลูกขี่ไปเก็บของเก่ามาขายหาเลี้ยงครอบครัว 5 ชีวิต
.
เช่นเดียวกับประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรี ทยอยเข้ายื่นอุทธรณ์สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่สำนักงานขนส่งจังหวัด ด้วยสาเหตุมีชื่อครอบครองรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์เกินเงื่อนไข
.
หลายคนยืนยันว่า เป็นข้อมูลคลาดเคลื่อน เพราะรถถูกขายไปนานแล้ว บางคนถูกไฟแนนซ์ยึดรถแต่ยังมีชื่อในทะเบียน
.
ขณะที่ นางเพลินพิศ แก้วยา อายุ 62 ปี ชาวอำเภอสูงเนิน จังหวัดนคราชสีมา เดินทางมาที่ธนาคารกรุงไทย สาขาเดอะมอลล์ นครราชสีมา เพื่อยื่นอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังไม่ผ่านเกณฑ์เนื่องจากระบบตรวจพบว่ามีเงินฝากในบัญชี 600,000 บาท ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวเป็นของลูกหลานที่นำมาฝากไว้ และปัจจุบันเงินในบัญชีเหลือเพียง 900 บาทเท่านั้น อยากให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบด้าน เพราะเงินในบัญชีไม่ได้หมายความว่าจะเป็นทรัพย์สินของเจ้าของบัญชีเสมอไป
.
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ที่หลุดเกณฑ์ฯ ยื่นอุทธรณ์แล้ว กว่า 2,760,000 ราย โดยผู้ที่ต้องการอุทธรณ์ สามารถยื่นได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนี้
.
ขณะที่ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ยอมรับว่า อาจมีข้อมูลผิดพลาดและก่อให้เกิดความสับสนอยู่บ้าง เช่น การใช้คำที่ไม่ชัดเจน กรณีใช้คำว่า รถยนต์ แทนคำว่า รถ ซึ่งกรมการขนส่งทางบกตีความถึงรถทุกประเภท รวมทั้งรถจักรยานยนต์ตั้งแต่ 2 คันขึ้นไปด้วย ซึ่งจะปรับหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนขึ้นตามข้อทักท้วง
.
ส่วนข้อมูลอื่น เช่น ประชาชนสูงอายุที่มีชื่อเป็นนักเรียน นักศึกษา อาจเกิดจากข้อมูลคลาดเคลื่อน เนื่องจากใช้ข้อมูลต้นทางกว่า 9 ล้านชุดข้อมูล ซึ่งจะมีการแก้ไขต่อไป
.
ทั้งนี้ยืนยันว่าเกณฑ์ที่ออกมาทำเพื่อคัดกรองให้ได้ประชาชนผู้ลำบาก เปราะบาง และมีรายได้น้อยที่สุด ให้ได้รับการช่วยเหลือ
.
สำหรับผู้ที่หลุดจากสิทธิ์เดิม รวมถึงผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิ์ตั้งแต่แรก ประมาณ 6 ล้านคน เบื้องต้นจะได้รับสิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะได้ใช้สิทธิ์ในเดือนสิงหาคมถึงกันยายน กระทรวงการคลังจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาเห็นชอบในวันที่ 21 ก.ค.นี้
.

.
ตร.ไล่เฟ้นคดีโกงสอบท้องถิ่น ยัน ‘บิ๊กเบิ้ม’ ยังอยู่ ใต้แฉ ‘5 แสน’ จิ้มตำแหน่งได้ กระบี่ส่อถอนชื่อล็อตใหญ่
https://www.matichon.co.th/local/news_5813025
.
ตร.ไล่เฟ้นคดีโกงสอบขรก. ยัน ‘บิ๊กเบิ้ม’ ยังอยู่ บช.ก.จ่อส่งทีมปูพรมทั่วปท. ‘เชียงใหม่’ หนุนปราบทุจริต ใต้แฉ ‘5 แสน’ จิ้มตำแหน่งได้ ‘กระบี่’ ส่อถอนชื่อล็อตใหญ่
.
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา แหล่งข่าวจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) เปิดเผยว่าวันที่ 20 กรกฎาคม เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.) นัดประชุมพนักงานสอบสวน บช.ก. เพื่อตรวจสอบข้อกฎหมายรวมถึงพยานหลักฐานต่างๆแนวทางการขับเคลื่อนคดีทุจริตโกงสอบท้องถิ่นให้รัดกุม ก่อนนำสำนวนส่ง ป.ป.ช. คาดว่าใช้เวลาอีก 4-5 วัน ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐกว่า 10 คน ที่สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) พบในวันที่บุกตรวจค้นบริษัทแห่งหนึ่งใน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ซึ่งคาดว่าเป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับขบวนการคดีโกงสอบท้องถิ่นทั้งหมดได้เข้าพบพนักงานสอบสวน บช.ก.และ ป.ป.ช.แล้วทุกคนให้ความร่วมมืออย่างดี
.
แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ในวันประชุมพนักงานสอบสวน บช.ก. จะหารือในข้อกฎหมายเนื่องจากสอบคำให้การให้การของขบวนการให้การว่า “บิ๊กเบิ้ม” ปัจจุบันยังรับราชการ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการ หากพบความผิดที่มีความชัดเจนก็จะรวบรวมพยานหลักฐานพิจารณาขอศาลออกหมายจับ
.
แหล่งข่าวกล่าวถึงผู้เข้าสอบที่มีคะแนนผิดปกติจำนวนสูงถึง 5,924 ราย ตามที่นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาชี้แจงไปก่อนหน้านี้นั้น.หากกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทยเพิกถอนสิทธิ์ผู้สอบกลุ่มดังกล่าวอย่างเป็นทางการ ทาง บช.ก.จะเสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)ขอเสนอตั้งคณะพนักงานสอบสวน เพื่อตั้งประเด็นการสอบสวนไปยังพนักงานสอบสวนในแต่ละภูมิลำเนาพื้นที่ที่กลุ่มถูกเพิกถอนสิทธิ์รับราชการ
.
นายรุ่งปรีชา ปั๋นแก้ว นายกเทศมนตรีตำบลป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ในฐานะประธานสันนิบาตเทศบาลจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว ไม่ใช่เฉพาะข้าราชการที่มีการบรรจุแต่งตั้งเท่านั้นยังรวมถึงผู้แก้ไขข้อสอบ ที่มีการเรียกรับผลประโยชน์ ตั้งแต่หลักแสนบาท ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก เบื้องต้นนับร้อยคน แต่ดำเนินคดีที่เปิดเผยต่อสาธารณชนเพียง 5 รายเท่านั้น ถือว่าน้อยผิดปกติ ส่วนพื้นที่ภาคเหนือ และเชียงใหม่มีการเรียกบรรจุแต่งตั้งไปแล้ว 3 รอบ รวมกว่าหลายร้อยคน
.
ที่ จ.กระบี่ รายงานข่าวแจ้งว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ต่างๆ ทั้งเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในจังหวัดเตรียมดำเนินการยกเลิกเพิกถอนการบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น เมื่อคณะกรรมการจากส่วนกลางเสนอรายชื่อมา เบื้องต้นคาดว่าจะมีจำนวนข้าราชการที่ถูกเพิกถอนรายชื่อประมาณ 122 ราย โดยจากการตรวจสอบพบการทุจริตการสอบบรรจุเมื่อปลายปี 2568 ซึ่งได้รับบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นใน อปท.พื้นที่จ.กระบี่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รวม 151 อัตรา บาง อปท.มีการบรรจุข้าราชการ 1-5 คน ในจำนวนนี้มีรายงานว่า มีรายชื่อผู้แก้คะแนนในใบกระดาษคำตอบที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมขบวนทุจริตตรวจพบถึง 122 คน ขณะที่มีผู้สอบได้ด้วยความสามารถตัวเองได้รับการบรรจุในรอบดังกล่าวเพียง 29 คน
.
แหล่งข่าวเปิดเผยอีก ช่วงก่อนการสอบ มีขบวนการนายหน้า 5 สายใน จ.กระบี่ ซึ่งมีทั้งนักการเมืองท้องถิ่น ข้าราชการ ครู เป็นผู้ติดต่อประสานหาลูกค้ากลุ่มผู้เข้าสอบ โดยเสนอว่าสามารถช่วยให้ สอบผ่านมาโดยแลกกับการจ่ายเงินในราคา 3-5 แสนบาท ซึ่งราคาจ่ายสูงสำหรับผู้เลือกตำแหน่งได้ สำหรับจ.กระบี่ ข้าราชการที่จะถูกเพิกถอน 122 ราย จาก ที่บรรจุไปแล้ว 151 รายนั้น ยังพบอีกว่าในพื้นที่ภาคใต้ ที่จ.สุราษฎร์ธานี จะมีขรก.ที่ถูกเพิกถอน 242 คน จ.ปทุมธานี จ.นนทบุรี จังหวัดละ 181คน จ.นครราชศรีมา 152 คน จ. สุพรรณบุรี 116 คน
.

.
ราคาน้ำมันโลกพุ่งอีก 3% หลังสหรัฐถล่มอิหร่านต่อเนื่องเป็นคืนที่ 9
https://www.dailynews.co.th/news/6040421/
.
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 3% หลังสหรัฐเดินหน้าโจมตีอิหร่านเป็นคืนที่ 9 ติดต่อกัน
.
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ว่าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นมาตรฐานอ้างอิงของตลาดโลก ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3% มาอยู่ที่ประมาณ 90.78 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ( ราว 3,056.56 บาท ) เมื่อวันอาทิตย์
.
ด้านสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ เวสต์ เทกซัส อินเทอร์มีเดียต ( ดับเบิลยูทีไอ ) ของสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 3% แตะ 84.85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ( ราว 2,856.90 บาท )
.
ขณะที่ศูนยบัญชาการกลางกองทัพสหรัฐ ( เซนต์คอม ) ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเป็นคืนที่ 9 ติดต่อกัน เมื่อวันอาทิตย์ โดยยังคงมีเป้าหมายเพื่อ บั่นทอนขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะศักยภาพที่อิหร่านใช้ในการโจมตีเรือซึ่งสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ.
.
https://x.com/CENTCOM/status/2078982210611192290

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่