พอดีจู่ๆก็นึกถึงเรื่องของ จัสติน ฟาชานู นักฟุตบอลอาชีพคนแรกที่เปิดเผยอย่างเป็นทางการว่าตนเองเป็นเกย์ในช่วงปี 1990
โดย ฟาชานู นอกจากจะมีรสนิยมที่ชอบเพศเดียวกันแล้วก็ยังเป็นคนผิวดำซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่เคยถูกคนขาวกดขี่มาก่อน
แน่นอนว่าการเป็นคนดำในประเทศทางยุโรปในช่วงยุคสมัยก่อน ยังไงก็ใช้ชีวิตลำบากอยู่แล้ว เพราะมันยังมีการเหยียดเชื้อชาติ เหยียดสีผิวกันอย่างหนัก
แต่ตัวของ จัสติน ฟาชานู พี่แกก็ดันเป็นพวกเกย์รักร่วมเพศพ่วงเข้ามาอีก งานนี้ก็ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ เพราะสังคมตะวันตกสมัยก่อนก็ไม่ยอมรับคนที่มีรสนิยมหลากหลายทางเพศแถมยังโดนเหยียดหนักไม่แพ้กับการเป็นคนดำ
สุดท้ายฟาชานูก็ตัดสินใจแขวนคอลาโลกในปี 1998 กลายเป็นโศกนาฏกรรมที่สะเทือนวงการลูกหนังอังกฤษไปไม่น้อย
คิดว่าในช่วงยุคอดีตสมัยตั้งแต่ช่วงยุค 50 จนถึงยุค 90 สังคมตะวันตกอย่างในอเมริกาและยุโรป มีความเกลียดชังและเหยียดกลุ่มไหนมากกว่ากันระหว่าง กลุ่มคนดำเผ่าพันธุ์นิกรอยด์ กับ กลุ่มคนรักร่วมเพศทั้งเกย์ เลสเบี้ยน กะเทย ทอม หรือว่ามีความเกลียดชังพอๆกัน กรณีนี้คิดเห็นกันเป็นประการใด
สังคมตะวันตกในช่วงยุค 50-90 มีความเกลียดชังคนผิวดำหรือกลุ่มคนรักร่วมเพศมากกว่ากัน
โดย ฟาชานู นอกจากจะมีรสนิยมที่ชอบเพศเดียวกันแล้วก็ยังเป็นคนผิวดำซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่เคยถูกคนขาวกดขี่มาก่อน
แน่นอนว่าการเป็นคนดำในประเทศทางยุโรปในช่วงยุคสมัยก่อน ยังไงก็ใช้ชีวิตลำบากอยู่แล้ว เพราะมันยังมีการเหยียดเชื้อชาติ เหยียดสีผิวกันอย่างหนัก
แต่ตัวของ จัสติน ฟาชานู พี่แกก็ดันเป็นพวกเกย์รักร่วมเพศพ่วงเข้ามาอีก งานนี้ก็ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ เพราะสังคมตะวันตกสมัยก่อนก็ไม่ยอมรับคนที่มีรสนิยมหลากหลายทางเพศแถมยังโดนเหยียดหนักไม่แพ้กับการเป็นคนดำ
สุดท้ายฟาชานูก็ตัดสินใจแขวนคอลาโลกในปี 1998 กลายเป็นโศกนาฏกรรมที่สะเทือนวงการลูกหนังอังกฤษไปไม่น้อย
คิดว่าในช่วงยุคอดีตสมัยตั้งแต่ช่วงยุค 50 จนถึงยุค 90 สังคมตะวันตกอย่างในอเมริกาและยุโรป มีความเกลียดชังและเหยียดกลุ่มไหนมากกว่ากันระหว่าง กลุ่มคนดำเผ่าพันธุ์นิกรอยด์ กับ กลุ่มคนรักร่วมเพศทั้งเกย์ เลสเบี้ยน กะเทย ทอม หรือว่ามีความเกลียดชังพอๆกัน กรณีนี้คิดเห็นกันเป็นประการใด