🤍🤍🤍 นิทานเซน: หัวขโมยที่กลายเป็นศิษย์ 🤍🤍🤍




          กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ยุคสมัยหนึ่งของญี่ปุ่น ในช่วงค่ำวันหนึ่ง ณ วัดเซนแห่งหนึ่ง ขณะที่ชิชิริ โคจุน กำลังสวดพระสูตรอย่างสงบในห้องของเขา ท่ามกลางความเงียบสงบของวัด
          มีหัวขโมยคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง โดยถือดาบคมกริบในมือและท่าทีดุดัน
          เขาหยุดอยู่ตรงหน้าชิชิริ โคจุนและกล่าวด้วยเสียงที่ดังกว่าเสียงสวดพระสูตรว่า “เจ้าบ้าน! ถ้าเจ้าไม่อยากเสียชีวิต ท่านต้องมอบเงินให้ข้าตามที่ข้าต้องการ!”
          ชิชิริ โคจุนยกมือขึ้นและกล่าวด้วยเสียงที่นุ่มนวลว่า “อย่ารบกวนข้าเลย ท่านสามารถเอาเงินในลิ้นชักนั้นได้”

          หลังจากที่กล่าวจบ ชิชิริ โคจุนก็กลับไปสวดพระสูตรต่ออย่างสงบเสงี่ยมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่หัวขโมยยืนอยู่ตรงหน้าเขา
          หัวขโมยยืนอึ้งอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเดินไปที่ลิ้นชักและเปิดมันออก เขาพบกับเงินจำนวนมากและเริ่มเก็บมันอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะเดินออกไป ชิชิริ โคจุนก็หยุดสวดและพูดขึ้นอีกครั้งว่า “อย่าเอาไปทั้งหมดนะ ข้าต้องใช้บางส่วนจ่ายภาษีในวันพรุ่งนี้”
          หัวขโมยตกใจเล็กน้อย แต่ก็ยังคงรวบรวมเงินไปส่วนใหญ่จากลิ้นชัก และเริ่มจะเดินออกจากห้องไป

          ขณะที่หัวขโมยกำลังจะจากไป ชิชิริ โคจุนก็พูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและราบเรียบว่า “เมื่อท่านได้รับของขวัญจากใคร ขอให้ท่านขอบคุณเขาด้วย”
          หัวขโมยหยุดชะงักทันทีและหันไปมองชิชิริ โคจุนอีกครั้ง เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงแปลกใจเล็กน้อยว่า “ขอบคุณท่านครับ…”
          แล้วเขาก็เดินจากไปอย่างเงียบ ๆ

          หลังจากนั้นไม่กี่วัน หัวขโมยคนนั้นถูกจับและถูกนำตัวไปพิจารณาคดี เมื่อถูกสอบสวน เขาสารภาพถึงความผิดที่เขาได้ทำไป รวมถึงการขโมยจากชิชิริ โคจุน

          เมื่อถึงคราวที่ชิชิริ โคจุนถูกเรียกมาเป็นพยานในคดีนี้ เขายืนตรงหน้าและกล่าวขึ้นว่า “ชายคนนี้ไม่ใช่หัวขโมย สำหรับข้าก็คือไม่ใช่ เพราะข้าให้เงินเขาและเขาก็ขอบคุณข้า”
          ทุกคนในห้องตกตะลึงกับคำพูดของชิชิริ โคจุน ที่แสดงออกถึงการปล่อยวางและการเห็นใจอย่างไม่มีข้อแม้

          หลังจากที่หัวขโมยถูกปล่อยตัวและเสร็จสิ้นการรับโทษจำคุก เขาได้ไปหาชิชิริ โคจุนที่วัดและขอร้องให้ท่านรับเขาเป็นศิษย์
          “ท่านอาจารย์ ข้าขอเรียนรู้จากท่าน ข้าต้องการเรียนรู้การเป็นผู้ที่มีใจสงบและไม่ต้องเป็นหัวขโมยอีกต่อไป” หัวขโมยกล่าวด้วยความจริงใจ
ชิชิริ โคจุนยิ้มและรับเขาเข้ามาเป็นศิษย์ในที่สุด

          หลังจากที่หัวขโมยได้กลายเป็นศิษย์ของชิชิริ โคจุน เขาเริ่มฝึกฝนจิตใจอย่างจริงจัง และได้เรียนรู้ว่าการฝึกสมาธิและการฝึกสติเป็นสิ่งที่ช่วยให้เขาคลายความวิตกกังวลที่เคยมี เมื่อก่อนเขาคิดว่าเขาสามารถหลบหนีจากผลกรรมที่เคยทำ แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจว่าอดีตไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่การกระทำในปัจจุบันสามารถนำเขาไปสู่เส้นทางที่ดีได้

          วันหนึ่ง ขณะที่เขานั่งฝึกสมาธิอยู่ในห้องน้ำชา เขาถามอาจารย์ว่า “ท่านอาจารย์ ข้าควรทำอย่างไรเมื่ออดีตของข้ายังคงตามหลอกหลอนข้าอยู่?”
          ชิชิริ โคจุนยิ้มอย่างอ่อนโยนและตอบว่า “อดีตก็ส่วนอดีตมันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตก็เป็นผลจากการกระทำที่เราทำไป แต่สิ่งที่เราสามารถทำได้ในตอนนี้ คือการทำสิ่งดี ๆ ให้กับตัวเองและผู้อื่นในวันนี้”
          “หากเราทำสิ่งดีในวันนี้ เราจะได้รับสิ่งดีในวันนี้และในอนาคต แต่หากเราทำสิ่งไม่ดีในวันนี้ ผลที่ตามมาก็จะเป็นสิ่งไม่ดีเช่นกัน” ชิชิริกล่าวต่อ พร้อมยิ้มให้กับศิษย์ของเขา
          หัวขโมยได้ยินคำสอนเหล่านั้นและเริ่มเข้าใจว่าการปล่อยวางและการยอมรับผลกรรมจากการกระทำในอดีต เป็นส่วนสำคัญของการฝึกฝนจิตใจให้สงบและแข็งแกร่ง

          ชิชิริ โคจุนยิ้มเล็กน้อยและสอนต่ออย่างสงบว่า “ใจของเราก็เหมือนกับดิน เมื่อได้รับน้ำที่ดี มันจะกลายเป็นดินที่ดี แต่เมื่อมันได้รับสิ่งที่ไม่ดี มันก็จะกลายเป็นดินที่แข็งและไม่สามารถปลูกอะไรได้”
          “การฝึกจิตใจคือการทำให้ใจของเราอ่อนนุ่ม เปรียบเหมือนการให้ดินได้รับน้ำที่ดีจากการฝึกฝนทุกวัน อย่าให้ความโกรธฝังรากลึกในใจ” อาจารย์กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่สงบ
          หัวขโมยพยักหน้า เขาเริ่มเข้าใจว่า ความโกรธที่เขาเคยเก็บไว้ในใจนั้นเป็นสิ่งที่ขัดขวางการเจริญเติบโตทางจิตใจของเขาเอง

          เวลาผ่านไปหลายเดือน หัวขโมยที่กลายเป็นศิษย์เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวเอง เขามีความสงบในใจมากขึ้น เขารู้ดีว่าเขาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เคยทำในอดีต ได้ แต่เขาก็สามารถทำสิ่งที่ดีในวันนี้ เพื่อสร้างผลที่ดีในอนาคตได้

          วันหนึ่ง เขาได้พบกับชายคนหนึ่งที่เคยเป็นเหยื่อของเขาในอดีต ชายคนนั้นยังคงจดจำได้ถึงความผิดที่เขาทำ แต่หัวขโมยกลับไม่รู้สึกผิดหรือโกรธเขาอีกแล้ว เขาเข้าไปขอโทษชายคนนั้นด้วยใจที่เปิดกว้าง
          “ข้าขอโทษที่เคยทำให้ท่านต้องทุกข์ใจ ข้ารู้ว่าการขอโทษอาจไม่สามารถแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ข้าพร้อมที่จะยอมรับผลจากการกระทำของตัวเองและจะทำสิ่งดี ๆ ให้ดีที่สุดในวันนี้” หัวขโมยกล่าวด้วยความจริงใจ
          ชายคนนั้นมองไปที่เขาและยิ้ม “ข้ารับการขอโทษของท่าน และขอบคุณที่ท่านเลือกที่จะทำสิ่งดีในวันนี้”
          หัวขโมยรู้สึกถึงความสงบและการปล่อยวางในใจ การที่เขายอมรับผลกรรมจากการกระทำในอดีตและเลือกที่จะทำสิ่งดีในวันนี้ ทำให้เขาก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง


*** (นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ควรมองคนจากการกระทำในปัจจุบัน มากกว่าการตัดสินจากเรื่องราวในอดีต และควรเลือกที่จะมีเมตตาให้โอกาสแก่ผู้อื่นแม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เพราะสิ่งที่ทำในวันนี้อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตและอนาคตของคนได้

          “การตัดสินใจในวันนี้สำคัญกว่าผลจากอดีต เพราะการกระทำในปัจจุบันสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตและอนาคตของเราได้”)


ขอขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล : taleZZZ | คลังศูนย์รวมนิทานทั่วโลก



อดีตกรรมก่อแล้ว ..... ล่วงเลย
ปัจจุบันกรรมเผย ..... เลือกได้
ผลการกระทำเฉลย ..... อนาคต   
          แปรเปลี่ยนชีวิตให้ ..... จากร้ายกลายดี.


Kitaro - Reincarnation
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ



แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่