✨โปรดิวเซอร์ของฟีฟ่ากล่าวว่า การแสดงช่วงพักครึ่งฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์นั้น “เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจตลอด 11 นาที”
🌟"คาดการณ์ว่าจำนวนผู้ชมในวันอาทิตย์จะสูงมาก อาจจะเป็นแมตช์ที่มีผู้ชมมากที่สุดตลอดกาลเลยก็ว่าได้" กาย คาร์ริงตัน กล่าว
โชว์พักครึ่งเวลาการแข่งขันฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศ (FIFA World Cup Final Halftime Show) จะจัดการแสดงของทัพศิลปินระดับโลก ทั้ง BTS, Madonna, Shakira, Burna Boy, Justin Bieber ร่วมด้วย Gustavo Dudamel และวงออร์เคสตราของเขา ให้จบลงภายในเวลาเพียงแค่ 11 นาทีได้อย่างไร ?
นั่นคือคำถามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก่อนที่อีเวนต์โชว์พักครึ่งเวลาครั้งแรกในประวัติศาสตร์นี้จะเปิดฉากขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ ซึ่ง Guy Carrington จาก Done+Dusted ผู้อำนวยการผลิต (Executive Producer) ของโชว์ ได้เปิดเผยกับสื่อ The Hollywood Reporter ว่า โชว์นี้จะถูกนำเสนอผ่านการมิกซ์เพลงรวมฮิตครั้งมโหฬาร (Mega-mix) ที่มีความกระชับและผ่านการประสานงานมาอย่างแม่นยำขั้นสุด แถมยังมีเซอร์ไพรส์ซ่อนอยู่อีกสองสามอย่างด้วย
"แน่นอนครับว่าผมจะยังไม่บอกอะไรเกี่ยวกับตัวการแสดงในตอนนี้ แต่พวกเราใช้เวลาเตรียมการเรื่องนี้ พัฒนามัน และทำงานร่วมกับศิลปินทุกคนมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว" คาร์ริงตันกล่าวกับ THR
"มันเป็นการแสดงที่ถูกจัดสรรและคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ซึ่งจะออกมาอย่างยิ่งใหญ่อลังการแน่นอน"
ก่อนหน้านี้ FIFA ได้เปิดโผรายชื่อศิลปินที่จะขึ้นแสดงในโชว์พักครึ่งเวลาเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม โดยประกาศให้
BTS, Madonna และ
Shakira เป็นศิลปินหลัก (Headliners) และทางผู้จัดเพิ่งจะปล่อยรายชื่อศิลปินเพิ่มเติมออกมาอีกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นการยืนยันว่า
Justin Bieber และ
Burna Boy จะมาร่วมปรากฏตัวด้วย พร้อมด้วย
Gustavo Dudamel และคณะประสานเสียง
PS22 ร่วมกับวง
Coldplay
คริส มาร์ติน แห่งวง Coldplay เป็นผู้ดูแลภาพรวมในการดึงตัวศิลปินมาร่วมโชว์ครั้งนี้ เช่นเดียวกับที่เขาเคยทำในศึกชิงแชมป์สโมสรโลก (Club World Cup) เมื่อปีที่ผ่านมา เมื่อถูกถามถึงขั้นตอนในการดึงตัว Bieber เข้ามาร่วมแจม รวมถึงเรื่องที่ว่าดีลนี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่และอย่างไร คาร์ริงตันย้ำว่าเรื่องนี้อยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของมาร์ตินเป็นหลัก แต่ได้เสริมว่า "ผมคิดว่ามีการพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องนี้มาเป็นเวลานานแล้วครับ"
"เป้าหมายของโชว์นี้คือการรวมตัวของสุดยอดศิลปินระดับโลก เพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งความร่วมมือและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างแท้จริง" คาร์ริงตันกล่าว "คริสต้องการให้โชว์นี้เป็นตัวแทนของคนทั้งโลก เราจึงมีศิลปินจากทุกมุมโลกมาแสดงร่วมกับซูเปอร์สตาร์แถวหน้า (A-listers) เหล่านี้ มันคือแนวคิดเรื่องความสามัคคีในช่วงเวลาที่สิ่งต่าง ๆ รอบตัวอาจไม่ได้ดูเป็นปึกแผ่นเท่าที่ควร และเป็นการสร้างสรรค์สิ่งที่จะมอบความสนุกสนานให้กับทุกคนครับ"
โชว์นี้ยังจัดขึ้นเพื่อการกุศลอีกด้วย โดยเป็นการสนับสนุนกองทุนเพื่อการศึกษา Global Citizen ของ FIFA ซึ่งตั้งเป้าที่จะระดมทุนให้ได้ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐผ่านการดำเนินงานในฟุตบอลโลกครั้งนี้ โดยรายได้ 1 ดอลลาร์สหรัฐจากตั๋วแต่ละใบตลอดการแข่งขันจะถูกหักเข้าสมทบทุน ซึ่งจนถึงตอนนี้ FIFA สามารถระดมทุนไปได้แล้วกว่า 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แน่นอนว่าสิ่งที่จะถูกนำมาอ้างอิงเปรียบเทียบกับโชว์ในลักษณะนี้ก็คือ โชว์พักครึ่งซูเปอร์โบวล์ (Super Bowl Halftime Show) ของ NFL และมันก็เป็นข้อสรุปที่สมเหตุสมผลเมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่า
Hamish Hamilton ผู้กำกับโชว์ของ FIFA ในครั้งนี้ เป็นผู้ควบคุมดูแลการแสดงพักครึ่งซูเปอร์โบวล์มาแล้วทุกปีนับตั้งแต่ปี 2010 ถึงกระนั้น คาร์ริงตันก็ได้เบรกข้อเปรียบเทียบดังกล่าว โดยเสริมว่า "พวกเราต้องการสร้างสรรค์สิ่งที่มีความกลมกลืนและเป็นธรรมชาติเข้ากับการทัวร์นาเมนต์นี้" และ "ไม่ได้มีการหยิบยืมอิทธิพลที่แท้จริงมาจากโชว์อื่น ๆ หรืออะไรทำนองนั้นเลย"
"ความจริงที่ว่านี่คือโชว์พักครึ่งเวลาฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ทำให้มันสมเหตุสมผลมากที่จะเข้าหาและนำเสนอโชว์นี้ในมุมมองที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย" เขากล่าว "เราต้องการบางสิ่งที่แตกต่างไปจากรูปแบบเดิม ๆ ตัวเลขผู้ชมที่คาดการณ์ไว้ในวันอาทิตย์นี้จะมหาศาลมาก น่าจะเป็นแมตช์ที่มีผู้รับชมมากที่สุดตลอดกาล และรับชมกันทั่วโลก ผมคิดว่าโชว์นี้จำเป็นต้องถ่ายทอดความเป็นตัวแทนของสิ่งนั้นออกมาให้ได้"
นอกเหนือจากเนื้อหาการแสดงจำนวนมากที่ต้องจัดการให้ครบถ้วนแล้ว โชว์นี้ยังมีข้อจำกัดและความท้าทายในจดการด้านโลจิสติกส์ (การขนย้ายและจัดเตรียมระบบ) อีกด้วย เนื่องจากนัดชิงชนะเลิศจะแข่งขันกันบนพื้นหญ้าจริงที่มีความบอบบางกว่ามาก ซึ่งต่างจากหญ้าเทียมที่ใช้ใน MetLife Stadium เป็นปกติในช่วงฤดูกาลการแข่งขัน NFL
"พวกเราตระหนักดีและไม่ได้หลงลืมว่า สิ่งสำคัญอันดับแรกที่นี่คือเกมการแข่งขัน" เขากล่าว "พวกเราได้ทำการทดสอบกับกล้อง ทดสอบกับเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ผู้คนจะสวมใส่ เราจะปูผ้าผืนใหญ่ระดับบิ๊กคลุมทั่วสนามเพื่อปกป้องผืนหญ้า เราต้องการระมัดระวังไม่ให้มีอะไรหลุดร่วงจากชุดเสื้อผ้าของใครก็ตาม เราต้องการเมคชัวร์ว่ารองเท้าของทุกคนมีน้ำหนักเบา และเรากำลังพิจารณาถึงระยะเวลาที่ผู้คนจะใช้ในพื้นที่แต่ละจุด กระบวนการซ้อมทั้งหมดของเรามุ่งเน้นไปที่การสร้างความมั่นใจว่า เราจะทำโชว์ที่ยิ่งใหญ่อลังการ แต่ต้องสร้างผลกระทบต่อสนามเป็นศูนย์ (Zero Impact)"
อย่างไรก็ตาม แฟนบอลบางส่วนทั่วโลกเริ่มแสดงความไม่พอใจเล็กน้อยในสัปดาห์นี้ หลังจากมีรายงานว่าเวลาพักครึ่งจะถูกขยายให้เกินกว่าเวลาสูงสุด 15 นาทีตามกฎของคณะกรรมการสมาคมฟุตบอลระหว่างประเทศ (IFAB) เพื่อรองรับการจัดโชว์ดังกล่าว โดยพวกเขากังวลว่าการเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลกระทบต่อรูปเกมการแข่งขันได้
คาร์ริงตันไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวมากนัก โดยเขากล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า มัน "ไม่ใช่สิ่งที่ผมได้เอามาใส่ใจรับฟังเท่าไหร่" แต่ได้เสริมว่า "พวกเรามาที่นี่เพื่อสร้างสรรค์โชว์ที่ อย่างที่ผมได้บอกไปครับ ว่า [จะสร้าง] ผลกระทบทางกายภาพต่อนัดชิงชนะเลิศให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้"
คาร์ริงตันยืนยันว่าพวกเขายังมีพื้นที่สำหรับเซอร์ไพรส์อื่น ๆ เพิ่มเติมอีก นอกเหนือจากรายชื่อที่ได้ประกาศออกมาแล้วด้วย ถึงกระนั้น ในช่วงเวลาที่ให้สัมภาษณ์นี้ เขายังขอปฏิเสธที่จะบอกใบ้ว่ามีอะไรที่พวกเขาเตรียมสำรองรอไว้อีกบ้าง
"เปิดจอรอดูวันอาทิตย์นี้ได้เลยครับ" เขากล่าว "มันจะเป็น 11 นาทีที่อัดแน่นไปด้วยความมันส์เร้าใจแน่นอน"
โปรดิวเซอร์ของ FIFA เผย การแสดงช่วงพักครึ่งฟุตบอลโลก จะเป็น "11 นาทีที่อัดแน่นไปด้วยความมันส์เร้าใจ"
โชว์พักครึ่งเวลาการแข่งขันฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศ (FIFA World Cup Final Halftime Show) จะจัดการแสดงของทัพศิลปินระดับโลก ทั้ง BTS, Madonna, Shakira, Burna Boy, Justin Bieber ร่วมด้วย Gustavo Dudamel และวงออร์เคสตราของเขา ให้จบลงภายในเวลาเพียงแค่ 11 นาทีได้อย่างไร ?
นั่นคือคำถามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก่อนที่อีเวนต์โชว์พักครึ่งเวลาครั้งแรกในประวัติศาสตร์นี้จะเปิดฉากขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ ซึ่ง Guy Carrington จาก Done+Dusted ผู้อำนวยการผลิต (Executive Producer) ของโชว์ ได้เปิดเผยกับสื่อ The Hollywood Reporter ว่า โชว์นี้จะถูกนำเสนอผ่านการมิกซ์เพลงรวมฮิตครั้งมโหฬาร (Mega-mix) ที่มีความกระชับและผ่านการประสานงานมาอย่างแม่นยำขั้นสุด แถมยังมีเซอร์ไพรส์ซ่อนอยู่อีกสองสามอย่างด้วย
"แน่นอนครับว่าผมจะยังไม่บอกอะไรเกี่ยวกับตัวการแสดงในตอนนี้ แต่พวกเราใช้เวลาเตรียมการเรื่องนี้ พัฒนามัน และทำงานร่วมกับศิลปินทุกคนมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว" คาร์ริงตันกล่าวกับ THR "มันเป็นการแสดงที่ถูกจัดสรรและคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ซึ่งจะออกมาอย่างยิ่งใหญ่อลังการแน่นอน"
ก่อนหน้านี้ FIFA ได้เปิดโผรายชื่อศิลปินที่จะขึ้นแสดงในโชว์พักครึ่งเวลาเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม โดยประกาศให้ BTS, Madonna และ Shakira เป็นศิลปินหลัก (Headliners) และทางผู้จัดเพิ่งจะปล่อยรายชื่อศิลปินเพิ่มเติมออกมาอีกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นการยืนยันว่า Justin Bieber และ Burna Boy จะมาร่วมปรากฏตัวด้วย พร้อมด้วย Gustavo Dudamel และคณะประสานเสียง PS22 ร่วมกับวง Coldplay
คริส มาร์ติน แห่งวง Coldplay เป็นผู้ดูแลภาพรวมในการดึงตัวศิลปินมาร่วมโชว์ครั้งนี้ เช่นเดียวกับที่เขาเคยทำในศึกชิงแชมป์สโมสรโลก (Club World Cup) เมื่อปีที่ผ่านมา เมื่อถูกถามถึงขั้นตอนในการดึงตัว Bieber เข้ามาร่วมแจม รวมถึงเรื่องที่ว่าดีลนี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่และอย่างไร คาร์ริงตันย้ำว่าเรื่องนี้อยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของมาร์ตินเป็นหลัก แต่ได้เสริมว่า "ผมคิดว่ามีการพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องนี้มาเป็นเวลานานแล้วครับ"
"เป้าหมายของโชว์นี้คือการรวมตัวของสุดยอดศิลปินระดับโลก เพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งความร่วมมือและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างแท้จริง" คาร์ริงตันกล่าว "คริสต้องการให้โชว์นี้เป็นตัวแทนของคนทั้งโลก เราจึงมีศิลปินจากทุกมุมโลกมาแสดงร่วมกับซูเปอร์สตาร์แถวหน้า (A-listers) เหล่านี้ มันคือแนวคิดเรื่องความสามัคคีในช่วงเวลาที่สิ่งต่าง ๆ รอบตัวอาจไม่ได้ดูเป็นปึกแผ่นเท่าที่ควร และเป็นการสร้างสรรค์สิ่งที่จะมอบความสนุกสนานให้กับทุกคนครับ"
โชว์นี้ยังจัดขึ้นเพื่อการกุศลอีกด้วย โดยเป็นการสนับสนุนกองทุนเพื่อการศึกษา Global Citizen ของ FIFA ซึ่งตั้งเป้าที่จะระดมทุนให้ได้ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐผ่านการดำเนินงานในฟุตบอลโลกครั้งนี้ โดยรายได้ 1 ดอลลาร์สหรัฐจากตั๋วแต่ละใบตลอดการแข่งขันจะถูกหักเข้าสมทบทุน ซึ่งจนถึงตอนนี้ FIFA สามารถระดมทุนไปได้แล้วกว่า 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แน่นอนว่าสิ่งที่จะถูกนำมาอ้างอิงเปรียบเทียบกับโชว์ในลักษณะนี้ก็คือ โชว์พักครึ่งซูเปอร์โบวล์ (Super Bowl Halftime Show) ของ NFL และมันก็เป็นข้อสรุปที่สมเหตุสมผลเมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่า Hamish Hamilton ผู้กำกับโชว์ของ FIFA ในครั้งนี้ เป็นผู้ควบคุมดูแลการแสดงพักครึ่งซูเปอร์โบวล์มาแล้วทุกปีนับตั้งแต่ปี 2010 ถึงกระนั้น คาร์ริงตันก็ได้เบรกข้อเปรียบเทียบดังกล่าว โดยเสริมว่า "พวกเราต้องการสร้างสรรค์สิ่งที่มีความกลมกลืนและเป็นธรรมชาติเข้ากับการทัวร์นาเมนต์นี้" และ "ไม่ได้มีการหยิบยืมอิทธิพลที่แท้จริงมาจากโชว์อื่น ๆ หรืออะไรทำนองนั้นเลย"
"ความจริงที่ว่านี่คือโชว์พักครึ่งเวลาฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ทำให้มันสมเหตุสมผลมากที่จะเข้าหาและนำเสนอโชว์นี้ในมุมมองที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย" เขากล่าว "เราต้องการบางสิ่งที่แตกต่างไปจากรูปแบบเดิม ๆ ตัวเลขผู้ชมที่คาดการณ์ไว้ในวันอาทิตย์นี้จะมหาศาลมาก น่าจะเป็นแมตช์ที่มีผู้รับชมมากที่สุดตลอดกาล และรับชมกันทั่วโลก ผมคิดว่าโชว์นี้จำเป็นต้องถ่ายทอดความเป็นตัวแทนของสิ่งนั้นออกมาให้ได้"
นอกเหนือจากเนื้อหาการแสดงจำนวนมากที่ต้องจัดการให้ครบถ้วนแล้ว โชว์นี้ยังมีข้อจำกัดและความท้าทายในจดการด้านโลจิสติกส์ (การขนย้ายและจัดเตรียมระบบ) อีกด้วย เนื่องจากนัดชิงชนะเลิศจะแข่งขันกันบนพื้นหญ้าจริงที่มีความบอบบางกว่ามาก ซึ่งต่างจากหญ้าเทียมที่ใช้ใน MetLife Stadium เป็นปกติในช่วงฤดูกาลการแข่งขัน NFL
"พวกเราตระหนักดีและไม่ได้หลงลืมว่า สิ่งสำคัญอันดับแรกที่นี่คือเกมการแข่งขัน" เขากล่าว "พวกเราได้ทำการทดสอบกับกล้อง ทดสอบกับเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ผู้คนจะสวมใส่ เราจะปูผ้าผืนใหญ่ระดับบิ๊กคลุมทั่วสนามเพื่อปกป้องผืนหญ้า เราต้องการระมัดระวังไม่ให้มีอะไรหลุดร่วงจากชุดเสื้อผ้าของใครก็ตาม เราต้องการเมคชัวร์ว่ารองเท้าของทุกคนมีน้ำหนักเบา และเรากำลังพิจารณาถึงระยะเวลาที่ผู้คนจะใช้ในพื้นที่แต่ละจุด กระบวนการซ้อมทั้งหมดของเรามุ่งเน้นไปที่การสร้างความมั่นใจว่า เราจะทำโชว์ที่ยิ่งใหญ่อลังการ แต่ต้องสร้างผลกระทบต่อสนามเป็นศูนย์ (Zero Impact)"
อย่างไรก็ตาม แฟนบอลบางส่วนทั่วโลกเริ่มแสดงความไม่พอใจเล็กน้อยในสัปดาห์นี้ หลังจากมีรายงานว่าเวลาพักครึ่งจะถูกขยายให้เกินกว่าเวลาสูงสุด 15 นาทีตามกฎของคณะกรรมการสมาคมฟุตบอลระหว่างประเทศ (IFAB) เพื่อรองรับการจัดโชว์ดังกล่าว โดยพวกเขากังวลว่าการเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลกระทบต่อรูปเกมการแข่งขันได้
คาร์ริงตันไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวมากนัก โดยเขากล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า มัน "ไม่ใช่สิ่งที่ผมได้เอามาใส่ใจรับฟังเท่าไหร่" แต่ได้เสริมว่า "พวกเรามาที่นี่เพื่อสร้างสรรค์โชว์ที่ อย่างที่ผมได้บอกไปครับ ว่า [จะสร้าง] ผลกระทบทางกายภาพต่อนัดชิงชนะเลิศให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้"
คาร์ริงตันยืนยันว่าพวกเขายังมีพื้นที่สำหรับเซอร์ไพรส์อื่น ๆ เพิ่มเติมอีก นอกเหนือจากรายชื่อที่ได้ประกาศออกมาแล้วด้วย ถึงกระนั้น ในช่วงเวลาที่ให้สัมภาษณ์นี้ เขายังขอปฏิเสธที่จะบอกใบ้ว่ามีอะไรที่พวกเขาเตรียมสำรองรอไว้อีกบ้าง
"เปิดจอรอดูวันอาทิตย์นี้ได้เลยครับ" เขากล่าว "มันจะเป็น 11 นาทีที่อัดแน่นไปด้วยความมันส์เร้าใจแน่นอน"