ตั้งกระทู้มาหลายครั้งเกี่ยวกับเรื่อง กพ จนคิดว่าถ้าสอบได้แล้วจะมาตั้งกระทู้นี้
ตอนนี้รู้ผลสอบและสอบได้แล้วตั้งแต่เดือน พค จริงๆ จะรอให้ประกาศรอบ Paper แล้วค่อยตั้ง
แต่คงอีกนาน เลยมาตั้งกระทู้เลย มาลุยกันเลย
-สอบ กพ คืออะไร-
ก็คือสอบข้าราชการพลเรือนส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
ส่วนกลางก็คือเป็นข้าราชการพลเรือนในกระทรวงต่างๆ (กลาโหมไม่แน่ใจเป็นพลเรือนหรือพลเรือนทหาร)
ส่วนภูมิภาคก็คือเป็นข้าราชการในส่วนจังหวัด (กระทรวงมหาดไทย) หรือส่วนราชการประจำจังหวัด
(เช่น สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ซึ่งอยู่ในจังหวัดนั้นๆ เป็นส่วนภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ
หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ก็เป็นส่วนภูมิภาคของกระทรวงสาธารณสุข)
ส่วนท้องถิ่น ใช้สอบท้องถิ่น ข้าราชการเหมือนกันแต่คนละส่วน ปนไม่ได้ (กลางกับภูมิภาค ต้อง กพ เท่านั้น ยกเว้นที่ไม่ขอ กพ)
-ใครสอบได้บ้าง-
คนทั่วไปที่มีวุฒิในระดับ ปวช, ปวส, ปริญญาตรี หรือปริญญาโท ที่สำเร็จการศึกษาหรือเรียนชั้นปีสุดท้าย
(ไม่มีการแบ่งคุณวุฒิว่าจบด้านไหนมาในภาค ก จะไปแบ่งเอาในระดับ ภาค ข ตามตำแหน่งงานหรือขั้นงาน)
และไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามที่ระบุไว้ในประกาศ เช่น เป็นหรือเคยเป็นผู้ต้องหา (ยกเว้นคดีลหุโทษหรือคดีที่ก่อโดยความประมาท)
ส่วนโรคประจำตัว ไม่แน่ใจ แต่น่าจะเหมือนสอบท้องถิ่น คือ ห้ามคนที่เป็นโรคเท้าช้าง โรคที่ปรากฎอาการชัดเจน หรือเป็นคนวิกลจริต
-เหมือนสอบท้องถิ่นมั้ย-
เหมือนกันในบางเนื้อหาที่สอบ แต่โดยรวมคือแตกต่างโดยสิ้นเชิง (เนื้อหา กพ ยากกว่าชัดเจน)
สอบ กพ เน้นแค่ภาค ก อย่างเดียว ส่วนภาค ข กับ ค หน่วยงานส่วนกลาง-ภูมิภาค รับหน้าที่จัดสอบในภายหลัง
สอบท้องถิ่น สอบภาค ก ตอนเช้า ส่วนตอนบ่ายสอบภาค ข ถ้าผ่านทั้ง ก และ ข ก็ไปภาค ค แล้วรอบรรจุได้เลย
สอบ กพ มีอยู่ไม่กี่ที่ ถ้าในต่างจังหวัด จะมีอยู่ไม่กี่จังหวัด ใครใกล้ กทม ก็ไป กทม ใครอยู่หรืออยู่ใกล้จังหวัดไหน ไปจังหวัดนั้น
สอบท้องถิ่น ศูนย์สอบกระจายกันตามแต่ละเขตภาค ใครสอบตำแหน่งไหนอาชีพใด ก็ไปสอบตามที่ประกาศไว้
(เช่นโรงเรียนต่างๆ หรือมหาวิทยาลัยต่างๆ เป็นส่วนมาก)
-สอบแบบไหนบ้าง สอบแบบไหนดี-
สอบ กพ ภาค ก มี 2 รูปแบบ คือ สอบแบบ E-Exam และสอบแบบ Paper
สอบแบบ E-Exam คือ สอบแบบนั่งหน้าคอมแล้วเลือกคำตอบ
ข้อดีคือเปลี่ยนคำตอบได้จนหมดเวลา ข้อเสียคือกระดาษทดไม่เยอะเท่า
สอบแบบ Paper คือ สอบแบบฝนกระดาษคำตอบปกติ
ข้อดีคือมีกระดาษให้ทดเยอะกว่า ข้อเสียคือต้องเติมข้อมูลเองและยุ่งยากหน่อย
E-Exam นิยมสอบช่วงต้นปี มี 3 เดือนคือ มีนาคม, เมษายน และ พฤษภาคม Paper มีวันเดียว
E-Exam เลือกรอบเช้ารอบบ่าย รวมถึงเลือกวันได้ แต่ Paper เลือกรอบเช้าบ่ายไม่ได้ มีอยู่วันเดียว สอบตามลำดับเลขที่
ถ้าเตรียมตัวมานาน ฝึกทำจนทำได้แล้ว แนะนำ E-Exam แต่ถ้าต้องการฝึกทำเตรียมตัวอีกสักพัก แนะนำ Paper
แนะนำให้กรอกข้อมูลล่วงหน้า เพราะในวันสมัครจะมีปัญหาคนมาสมัครสอบเยอะจนเว็บล่มบ่อย
-เนื้อหาสอบ-
โดยรวมแบ่งเป็น 3 วิชาหลักๆ คือ
1.ความรู้ความสามารถทั่วไป (คณิต+ภาษาไทย) 2.ภาษาอังกฤษ 3.ความรู้และลักษณะข้าราชการที่ดี (กฎหมาย)
-ความรู้ความสามารถทั่วไป- (มีทั้งหมด 50 ข้อ ข้อละ 2 คะแนน ต้องผ่าน 30 ข้อหรือ 60 คะแนน
ยกเว้นสอบใช้วุฒิ ป.โท ต้องผ่าน 33 ข้อ หรือประมาณ 65 คะแนน)
- อนุกรม (5 ข้อ) = หาความสัมพันธ์ตัวเลข มีตั้งแต่บวกลบเลขง่ายๆ จนถึงระดับความซับซ้อนที่ยากขึ้นเรื่อยๆ ตามโจทย์
- คณิตศาสตร์ทั่วไป (5 ข้อ) = โจทย์คณิตทั่วไป ตั้งแต่บัญญัติไตรยางค์ หาพื้นที่ ร้อยละ ไปจนถึงหาค่าเฉลี่ย
(บางปีมีโอเปอเรชั่น 1 ข้อ ซึ่งจะให้เลือกว่าโจทย์ควรออกมาแบบใดถึงเกิดคำตอบแบบนั้น)
- ตาราง (5 ข้อ) = ยากสุดในบรรดาโจทย์คณิต แนะนำให้ทำเป็นส่วนท้ายๆ ถ้าไม่ถนัดด้านนี้
- เงื่อนไขสัญลักษณ์ (10 ข้อ) = เยอะสุดในบรรดาโจทย์คณิต ไม่ยากไม่ง่าย คนที่เก่งเรื่องสมการจะได้เปรียบระดับหนึ่ง
- เงื่อนไขภาษา (5 ข้อ) = คล้ายเงื่อนไขสัญลักษณ์ แต่ทำง่ายกว่าเล็กน้อย
- อุปมาอุปไมย (5 ข้อ) = จับคู่คำ เช่น เชียงใหม่:ภูเขา ก็ต้องเลือกคำตอบที่ใกล้เคียงที่สุด (เช่น ภูเก็ต:ทะเล)
- เรียงประโยค (5 ข้อ) = จับทิศทางประโยคทั้ง 4 ส่วนว่าส่วนไหนมาก่อนสุดจนถึงส่วนไหนมาหลังสุด
- บทความ (10 ข้อ) = วิเคราะห์บทความว่าพูดถึงหรือไม่พูดถึงเรื่องไหน จับใจความให้ได้
-ภาษาอังกฤษ- (มีทั้งหมด 25 ข้อ ข้อละ 4 คะแนน ต้องผ่าน 13 ข้อหรือประมาณ 50 คะแนน)
- Grammar (5 ข้อ) = การผันส่วนบ่งชี้เวลา ผู้กระทำหรือถูกกระทำ และระยะเวลาที่กระทำหรือถูกกระทำ
- Vocabulary (5 ข้อ) = การใส่คำศัพท์ลงไป ข้อนี้ค่อนข้างง่ายสำหรับคนส่วนใหญ่ ระวังแค่เรื่องบริบทการใช้
(ระวังการใช้ Idiom หรือสำนวน เช่น Break a leg with your exam หมายถึง ขอให้โชคดีกับการสอบ ไม่ใช่ให้ไปฉีกข้อสอบ)
- Conversation (5 ข้อ) = การสนทนากัน ครูติวหลายท่านบอกเองว่าให้ระวังเรื่องระดับความสุภาพที่ควรใช้
- Reading (10 ข้อ) = คล้ายกับส่วนบทความในภาษาไทย แต่เป็นภาษาอังกฤษ
-ความรู้และลักษณะข้าราชการที่ดี- (มีทั้งหมด 25 ข้อ ข้อละ 4 คะแนน ต้องผ่าน 15 ข้อหรือประมาณ 30 คะแนน)
- พรบ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (6 ข้อ) = เบสิกพื้นฐานที่สุดรองจาก รธน จำไม่ยากไม่ง่าย แต่โดยรวมถือว่าง่าย
- พรฏ ว่าด้วยหลักการบริหารบ้านเมืองที่ดี (6 ข้อ) = หลัก 7 ประการในการบริหารราชการบ้านเมือง
- พรบ วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (6 ข้อ) = การปฏิบัติและใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ซึ่งบังคับใช้เฉพาะส่วน (ไม่ออกกฎ)
- พรบ ความรับผิดทางละเมิดเจ้าหน้าที่ (3 ข้อ) = การปฏิบัติทางกฎหมายในกรณีที่เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานละเมิดประชาชน
- พรบ มาตรฐานจริยธรรม (3 ข้อ) = เน้นเรื่องมาตรฐานทางจริยธรรม 7 ข้อ และส่วนการแต่งตั้งคณะกรรมการฯ ด้านจริยธรรม
- กฎหมายอาญา (1 ข้อ) = มาตรา 147-166 เกี่ยวกับบทลงโทษทางอาญาต่อเจ้าหน้าที่รัฐ สุ่มมา 1 ข้อ 1 มาตราในแต่ละรอบ
-เกร็ดเตรียมสอบและตอนสอบ-
- หากกำลังเรียนอยู่ (ใกล้เรียนจบ) ให้แบ่งเวลามาอ่านวิชาที่ต้องสอบเล็กน้อย แต่ถ้าเป็นไปได้ แนะนำให้สมัครหลังเรียนจบดีที่สุด
- เวลาขั้นต่ำสุดในการเตรียมตัวคือ 30-60 วันก่อนสอบ แต่หากมีเวลามากกว่านี้ก็ค่อยๆ เรียนไปก็ได้ (เวลาที่แนะนำคือ 2-3 เดือนอย่างต่ำ)
- ข้อสอบวิชาคณิต ให้เน้นฝึกทำโจทย์เป็นหลัก การตั้งโจทย์เอง (หากเข้าใจกฎเกณฑ์) จะยิ่งเข้าใจการคำนวณโจทย์ได้ดีขึ้น
- ข้อสอบวิชาภาษาไทย การเรียงประโยคให้สังเกตคำที่ใช้เพื่อเรียงลำดับจากประโยคแรกไปหลัง และการวิเคราะห์สิ่งที่บทความจะสื่อ
- ข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ หากมีพื้นฐานดีอยู่แล้วก็ข้ามไปได้ ไม่ง่ายเท่าท้องถิ่น แต่ก็น่าจะสบายๆ สำหรับคนที่เก่งภาษาอยู่แล้ว
- ข้อสอบกฎหมาย ข้อดีคือแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหา แนะนำให้อ่านตัวกฎหมายโดยตรงแทนสรุปจะได้อะไรเยอะกว่า
- หากมีปัญหาเรื่องการนอนหลับหรือตื่นเต้นจนนอนไม่ได้ แนะนำให้สมัคร E-Exam ตอนเช้า เผื่ออาจจะเกิดการนอนไม่หลับขึ้นจนถึงเช้า
- หากสถานที่สอบอยู่ไกลจากบ้านและต้องมาพักแรมใกล้เคียง แนะนำให้ออกมาก่อนเวลาลงทะเบียนสอบอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง
(เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหารถติด หรือปัญหาผู้เข้าสอบที่อาจจะค่อนข้างเยอะพอสมควรในบางสถานที่ ถ้าเป็นไปได้แนะนำรถประจำทางดีกว่า)
- สิ่งที่เตรียมไปได้โดยพื้นฐานคือ ปากกา ดินสอ ยางลบ ที่ไม่เป็นแบบดิจิตัล ส่วนของดิจิตัลทุกอย่าง รวมถึงน้ำดื่มทุกชนิด ห้ามเด็ดขาด
- แนะนำให้เตรียมปากกาน้ำเงินและปากกาแดงไปด้วยประมาณสีละ 2-3 แท่ง เพื่อสามารถแบ่งแยกได้ว่าโจทย์ไหนทำแล้วหรือยัง
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือมีโรคที่กำลังต้องรักษาอยู่และต้องการพกยาเข้าไป สามารถแจ้งต่อเจ้าหน้าที่คุมสอบได้ ไม่มีการห้ามแต่อย่างใด
- หากมีญาติหรือเพื่อนเดินทางมาด้วยและไม่ได้เข้าสอบ (หรือเข้าสอบคนละเวลา) แนะนำให้ฝากของไว้หากใกล้ถึงเวลาสอบ ดีที่สุด
- หากไม่มีญาติหรือใครมาด้วย บางที่อาจจะมีการเสียเงินเพื่อรับฝากของก่อนเข้าสอบ ดังนั้นพกมาเพียงสิ่งของที่จำเป็นก็เพียงพอแล้ว
- ผู้ที่มีน้ำหนักเกินขนาดและเห็นว่าโต๊ะหรือเก้าอี้ที่นั่งอยู่ไม่เหมาะสม สามารถขอเปลี่ยนกับเจ้าหน้าที่ได้ โดยเจ้าหน้าที่จะจัดการให้
- ข้อสอบใช้เวลา 3 ชั่วโมง มี 100 ข้อ เฉลี่ยประมาณ 1 นาที 48 วินาทีต่อข้อ ส่วนไหนถนัดสุด ให้ทำก่อนตามลำดับจนถึงส่วนที่ยากสุด
- หากทำข้อสอบเสร็จก่อนหมดเวลา ให้ตรวจความถูกต้องของข้อสอบโดยเฉพาะส่วนที่คิดว่าอาจจะมีความผิดพลาด
- หากข้อไหนทำไม่ได้ อย่าเพิ่งตอบมั่ว ให้ใช้ความรู้เท่าที่มีในการคิด อย่าลืมว่าคำตอบส่วนนี้มีผลต่อชีวิตเราและคนที่เรารักอย่างมาก
- ข้อสอบไม่ได้ต้องการให้ตอบถูกทุกข้อหรือตอบเกิน 80 คะแนน หรือไม่ได้วัดตามลำดับ ขอแค่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำก็ถือว่าสอบได้แล้ว
ครูติวสอบ/หนังสือสอบ กพ ที่แนะนำมากๆ
1. Guru Academy (นำโดยพี่บัส) = มีโปรลดราคาตลอด สอนเข้าถึงเข้าใจ เข้าใจน้องๆ การันตีติวแล้วสอบรอบเดียวผ่าน นำทีมโดยพี่บัส
2. พี่น็อต GoodBrain = สอนง่าย สอนเข้าใจ ไม่เคร่งเครียด เป็นกันเอง การันตีสอบวิชานึงได้ 100 ทุกรอบ จนต้องแกล้งสอบไม่ผ่านตลอด
3. ติวสอบ อ.ศักดิ์ชัย เกิดพิทักษ์ = สอนง่าย สอนเข้าใจเช่นเดียวกัน ทำ กพ ให้เป็นเรื่องง่าย แถมเฉลยข้อสอบให้แบบถึงลูกถึงคน
4. The Masters ติวสอบราชการ (นำโดยพี่นัทและพี่ก็อต) = สอนแบบชิลๆ แต่สอนละเอียด เข้าถึงทุกโจทย์ในข้อสอบอย่างถึงพริกถึงขิง
5. พี่ขิม ติวสอบราชการ = วิเคราะห์เนื้อหาการสอบโดยละเอียด โดยเฉพาะเรื่องของกฎหมายถือว่าเก่งและวิเคราะห์ละเอียดมากๆ
6. ติวเตอร์นอร์ท ติวสอบราชการ = ติวแบบจับมือทำ ค่อยๆ สอนให้เข้าใจ เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งสอบครั้งแรกหรือไม่เคยดูของคนอื่นมาก่อน
7. พี่แมง ป. = เหมือนคนถอดสมองมาสอน แต่สอนทุกอย่างแบบจริงจัง แนะนำสำหรับคนที่ไม่ต้องการความจริงจังในการเรียนมากเกินไป
(ขออภัยที่ไม่ได้กล่าวถึงท่านอื่นๆ)
เริ่มพิมพ์ 23.30 น. พิมพ์เสร็จ 02.53 น.
แนะแนวเตรียมตัวสอบ กพ ภาค ก เบื้องต้น #กพ70
ตอนนี้รู้ผลสอบและสอบได้แล้วตั้งแต่เดือน พค จริงๆ จะรอให้ประกาศรอบ Paper แล้วค่อยตั้ง
แต่คงอีกนาน เลยมาตั้งกระทู้เลย มาลุยกันเลย
-สอบ กพ คืออะไร-
ก็คือสอบข้าราชการพลเรือนส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
ส่วนกลางก็คือเป็นข้าราชการพลเรือนในกระทรวงต่างๆ (กลาโหมไม่แน่ใจเป็นพลเรือนหรือพลเรือนทหาร)
ส่วนภูมิภาคก็คือเป็นข้าราชการในส่วนจังหวัด (กระทรวงมหาดไทย) หรือส่วนราชการประจำจังหวัด
(เช่น สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ซึ่งอยู่ในจังหวัดนั้นๆ เป็นส่วนภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ
หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ก็เป็นส่วนภูมิภาคของกระทรวงสาธารณสุข)
ส่วนท้องถิ่น ใช้สอบท้องถิ่น ข้าราชการเหมือนกันแต่คนละส่วน ปนไม่ได้ (กลางกับภูมิภาค ต้อง กพ เท่านั้น ยกเว้นที่ไม่ขอ กพ)
-ใครสอบได้บ้าง-
คนทั่วไปที่มีวุฒิในระดับ ปวช, ปวส, ปริญญาตรี หรือปริญญาโท ที่สำเร็จการศึกษาหรือเรียนชั้นปีสุดท้าย
(ไม่มีการแบ่งคุณวุฒิว่าจบด้านไหนมาในภาค ก จะไปแบ่งเอาในระดับ ภาค ข ตามตำแหน่งงานหรือขั้นงาน)
และไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามที่ระบุไว้ในประกาศ เช่น เป็นหรือเคยเป็นผู้ต้องหา (ยกเว้นคดีลหุโทษหรือคดีที่ก่อโดยความประมาท)
ส่วนโรคประจำตัว ไม่แน่ใจ แต่น่าจะเหมือนสอบท้องถิ่น คือ ห้ามคนที่เป็นโรคเท้าช้าง โรคที่ปรากฎอาการชัดเจน หรือเป็นคนวิกลจริต
-เหมือนสอบท้องถิ่นมั้ย-
เหมือนกันในบางเนื้อหาที่สอบ แต่โดยรวมคือแตกต่างโดยสิ้นเชิง (เนื้อหา กพ ยากกว่าชัดเจน)
สอบ กพ เน้นแค่ภาค ก อย่างเดียว ส่วนภาค ข กับ ค หน่วยงานส่วนกลาง-ภูมิภาค รับหน้าที่จัดสอบในภายหลัง
สอบท้องถิ่น สอบภาค ก ตอนเช้า ส่วนตอนบ่ายสอบภาค ข ถ้าผ่านทั้ง ก และ ข ก็ไปภาค ค แล้วรอบรรจุได้เลย
สอบ กพ มีอยู่ไม่กี่ที่ ถ้าในต่างจังหวัด จะมีอยู่ไม่กี่จังหวัด ใครใกล้ กทม ก็ไป กทม ใครอยู่หรืออยู่ใกล้จังหวัดไหน ไปจังหวัดนั้น
สอบท้องถิ่น ศูนย์สอบกระจายกันตามแต่ละเขตภาค ใครสอบตำแหน่งไหนอาชีพใด ก็ไปสอบตามที่ประกาศไว้
(เช่นโรงเรียนต่างๆ หรือมหาวิทยาลัยต่างๆ เป็นส่วนมาก)
-สอบแบบไหนบ้าง สอบแบบไหนดี-
สอบ กพ ภาค ก มี 2 รูปแบบ คือ สอบแบบ E-Exam และสอบแบบ Paper
สอบแบบ E-Exam คือ สอบแบบนั่งหน้าคอมแล้วเลือกคำตอบ
ข้อดีคือเปลี่ยนคำตอบได้จนหมดเวลา ข้อเสียคือกระดาษทดไม่เยอะเท่า
สอบแบบ Paper คือ สอบแบบฝนกระดาษคำตอบปกติ
ข้อดีคือมีกระดาษให้ทดเยอะกว่า ข้อเสียคือต้องเติมข้อมูลเองและยุ่งยากหน่อย
E-Exam นิยมสอบช่วงต้นปี มี 3 เดือนคือ มีนาคม, เมษายน และ พฤษภาคม Paper มีวันเดียว
E-Exam เลือกรอบเช้ารอบบ่าย รวมถึงเลือกวันได้ แต่ Paper เลือกรอบเช้าบ่ายไม่ได้ มีอยู่วันเดียว สอบตามลำดับเลขที่
ถ้าเตรียมตัวมานาน ฝึกทำจนทำได้แล้ว แนะนำ E-Exam แต่ถ้าต้องการฝึกทำเตรียมตัวอีกสักพัก แนะนำ Paper
แนะนำให้กรอกข้อมูลล่วงหน้า เพราะในวันสมัครจะมีปัญหาคนมาสมัครสอบเยอะจนเว็บล่มบ่อย
-เนื้อหาสอบ-
โดยรวมแบ่งเป็น 3 วิชาหลักๆ คือ
1.ความรู้ความสามารถทั่วไป (คณิต+ภาษาไทย) 2.ภาษาอังกฤษ 3.ความรู้และลักษณะข้าราชการที่ดี (กฎหมาย)
-ความรู้ความสามารถทั่วไป- (มีทั้งหมด 50 ข้อ ข้อละ 2 คะแนน ต้องผ่าน 30 ข้อหรือ 60 คะแนน
ยกเว้นสอบใช้วุฒิ ป.โท ต้องผ่าน 33 ข้อ หรือประมาณ 65 คะแนน)
- อนุกรม (5 ข้อ) = หาความสัมพันธ์ตัวเลข มีตั้งแต่บวกลบเลขง่ายๆ จนถึงระดับความซับซ้อนที่ยากขึ้นเรื่อยๆ ตามโจทย์
- คณิตศาสตร์ทั่วไป (5 ข้อ) = โจทย์คณิตทั่วไป ตั้งแต่บัญญัติไตรยางค์ หาพื้นที่ ร้อยละ ไปจนถึงหาค่าเฉลี่ย
(บางปีมีโอเปอเรชั่น 1 ข้อ ซึ่งจะให้เลือกว่าโจทย์ควรออกมาแบบใดถึงเกิดคำตอบแบบนั้น)
- ตาราง (5 ข้อ) = ยากสุดในบรรดาโจทย์คณิต แนะนำให้ทำเป็นส่วนท้ายๆ ถ้าไม่ถนัดด้านนี้
- เงื่อนไขสัญลักษณ์ (10 ข้อ) = เยอะสุดในบรรดาโจทย์คณิต ไม่ยากไม่ง่าย คนที่เก่งเรื่องสมการจะได้เปรียบระดับหนึ่ง
- เงื่อนไขภาษา (5 ข้อ) = คล้ายเงื่อนไขสัญลักษณ์ แต่ทำง่ายกว่าเล็กน้อย
- อุปมาอุปไมย (5 ข้อ) = จับคู่คำ เช่น เชียงใหม่:ภูเขา ก็ต้องเลือกคำตอบที่ใกล้เคียงที่สุด (เช่น ภูเก็ต:ทะเล)
- เรียงประโยค (5 ข้อ) = จับทิศทางประโยคทั้ง 4 ส่วนว่าส่วนไหนมาก่อนสุดจนถึงส่วนไหนมาหลังสุด
- บทความ (10 ข้อ) = วิเคราะห์บทความว่าพูดถึงหรือไม่พูดถึงเรื่องไหน จับใจความให้ได้
-ภาษาอังกฤษ- (มีทั้งหมด 25 ข้อ ข้อละ 4 คะแนน ต้องผ่าน 13 ข้อหรือประมาณ 50 คะแนน)
- Grammar (5 ข้อ) = การผันส่วนบ่งชี้เวลา ผู้กระทำหรือถูกกระทำ และระยะเวลาที่กระทำหรือถูกกระทำ
- Vocabulary (5 ข้อ) = การใส่คำศัพท์ลงไป ข้อนี้ค่อนข้างง่ายสำหรับคนส่วนใหญ่ ระวังแค่เรื่องบริบทการใช้
(ระวังการใช้ Idiom หรือสำนวน เช่น Break a leg with your exam หมายถึง ขอให้โชคดีกับการสอบ ไม่ใช่ให้ไปฉีกข้อสอบ)
- Conversation (5 ข้อ) = การสนทนากัน ครูติวหลายท่านบอกเองว่าให้ระวังเรื่องระดับความสุภาพที่ควรใช้
- Reading (10 ข้อ) = คล้ายกับส่วนบทความในภาษาไทย แต่เป็นภาษาอังกฤษ
-ความรู้และลักษณะข้าราชการที่ดี- (มีทั้งหมด 25 ข้อ ข้อละ 4 คะแนน ต้องผ่าน 15 ข้อหรือประมาณ 30 คะแนน)
- พรบ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (6 ข้อ) = เบสิกพื้นฐานที่สุดรองจาก รธน จำไม่ยากไม่ง่าย แต่โดยรวมถือว่าง่าย
- พรฏ ว่าด้วยหลักการบริหารบ้านเมืองที่ดี (6 ข้อ) = หลัก 7 ประการในการบริหารราชการบ้านเมือง
- พรบ วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (6 ข้อ) = การปฏิบัติและใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ซึ่งบังคับใช้เฉพาะส่วน (ไม่ออกกฎ)
- พรบ ความรับผิดทางละเมิดเจ้าหน้าที่ (3 ข้อ) = การปฏิบัติทางกฎหมายในกรณีที่เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานละเมิดประชาชน
- พรบ มาตรฐานจริยธรรม (3 ข้อ) = เน้นเรื่องมาตรฐานทางจริยธรรม 7 ข้อ และส่วนการแต่งตั้งคณะกรรมการฯ ด้านจริยธรรม
- กฎหมายอาญา (1 ข้อ) = มาตรา 147-166 เกี่ยวกับบทลงโทษทางอาญาต่อเจ้าหน้าที่รัฐ สุ่มมา 1 ข้อ 1 มาตราในแต่ละรอบ
-เกร็ดเตรียมสอบและตอนสอบ-
- หากกำลังเรียนอยู่ (ใกล้เรียนจบ) ให้แบ่งเวลามาอ่านวิชาที่ต้องสอบเล็กน้อย แต่ถ้าเป็นไปได้ แนะนำให้สมัครหลังเรียนจบดีที่สุด
- เวลาขั้นต่ำสุดในการเตรียมตัวคือ 30-60 วันก่อนสอบ แต่หากมีเวลามากกว่านี้ก็ค่อยๆ เรียนไปก็ได้ (เวลาที่แนะนำคือ 2-3 เดือนอย่างต่ำ)
- ข้อสอบวิชาคณิต ให้เน้นฝึกทำโจทย์เป็นหลัก การตั้งโจทย์เอง (หากเข้าใจกฎเกณฑ์) จะยิ่งเข้าใจการคำนวณโจทย์ได้ดีขึ้น
- ข้อสอบวิชาภาษาไทย การเรียงประโยคให้สังเกตคำที่ใช้เพื่อเรียงลำดับจากประโยคแรกไปหลัง และการวิเคราะห์สิ่งที่บทความจะสื่อ
- ข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ หากมีพื้นฐานดีอยู่แล้วก็ข้ามไปได้ ไม่ง่ายเท่าท้องถิ่น แต่ก็น่าจะสบายๆ สำหรับคนที่เก่งภาษาอยู่แล้ว
- ข้อสอบกฎหมาย ข้อดีคือแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหา แนะนำให้อ่านตัวกฎหมายโดยตรงแทนสรุปจะได้อะไรเยอะกว่า
- หากมีปัญหาเรื่องการนอนหลับหรือตื่นเต้นจนนอนไม่ได้ แนะนำให้สมัคร E-Exam ตอนเช้า เผื่ออาจจะเกิดการนอนไม่หลับขึ้นจนถึงเช้า
- หากสถานที่สอบอยู่ไกลจากบ้านและต้องมาพักแรมใกล้เคียง แนะนำให้ออกมาก่อนเวลาลงทะเบียนสอบอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง
(เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหารถติด หรือปัญหาผู้เข้าสอบที่อาจจะค่อนข้างเยอะพอสมควรในบางสถานที่ ถ้าเป็นไปได้แนะนำรถประจำทางดีกว่า)
- สิ่งที่เตรียมไปได้โดยพื้นฐานคือ ปากกา ดินสอ ยางลบ ที่ไม่เป็นแบบดิจิตัล ส่วนของดิจิตัลทุกอย่าง รวมถึงน้ำดื่มทุกชนิด ห้ามเด็ดขาด
- แนะนำให้เตรียมปากกาน้ำเงินและปากกาแดงไปด้วยประมาณสีละ 2-3 แท่ง เพื่อสามารถแบ่งแยกได้ว่าโจทย์ไหนทำแล้วหรือยัง
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือมีโรคที่กำลังต้องรักษาอยู่และต้องการพกยาเข้าไป สามารถแจ้งต่อเจ้าหน้าที่คุมสอบได้ ไม่มีการห้ามแต่อย่างใด
- หากมีญาติหรือเพื่อนเดินทางมาด้วยและไม่ได้เข้าสอบ (หรือเข้าสอบคนละเวลา) แนะนำให้ฝากของไว้หากใกล้ถึงเวลาสอบ ดีที่สุด
- หากไม่มีญาติหรือใครมาด้วย บางที่อาจจะมีการเสียเงินเพื่อรับฝากของก่อนเข้าสอบ ดังนั้นพกมาเพียงสิ่งของที่จำเป็นก็เพียงพอแล้ว
- ผู้ที่มีน้ำหนักเกินขนาดและเห็นว่าโต๊ะหรือเก้าอี้ที่นั่งอยู่ไม่เหมาะสม สามารถขอเปลี่ยนกับเจ้าหน้าที่ได้ โดยเจ้าหน้าที่จะจัดการให้
- ข้อสอบใช้เวลา 3 ชั่วโมง มี 100 ข้อ เฉลี่ยประมาณ 1 นาที 48 วินาทีต่อข้อ ส่วนไหนถนัดสุด ให้ทำก่อนตามลำดับจนถึงส่วนที่ยากสุด
- หากทำข้อสอบเสร็จก่อนหมดเวลา ให้ตรวจความถูกต้องของข้อสอบโดยเฉพาะส่วนที่คิดว่าอาจจะมีความผิดพลาด
- หากข้อไหนทำไม่ได้ อย่าเพิ่งตอบมั่ว ให้ใช้ความรู้เท่าที่มีในการคิด อย่าลืมว่าคำตอบส่วนนี้มีผลต่อชีวิตเราและคนที่เรารักอย่างมาก
- ข้อสอบไม่ได้ต้องการให้ตอบถูกทุกข้อหรือตอบเกิน 80 คะแนน หรือไม่ได้วัดตามลำดับ ขอแค่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำก็ถือว่าสอบได้แล้ว
ครูติวสอบ/หนังสือสอบ กพ ที่แนะนำมากๆ
1. Guru Academy (นำโดยพี่บัส) = มีโปรลดราคาตลอด สอนเข้าถึงเข้าใจ เข้าใจน้องๆ การันตีติวแล้วสอบรอบเดียวผ่าน นำทีมโดยพี่บัส
2. พี่น็อต GoodBrain = สอนง่าย สอนเข้าใจ ไม่เคร่งเครียด เป็นกันเอง การันตีสอบวิชานึงได้ 100 ทุกรอบ จนต้องแกล้งสอบไม่ผ่านตลอด
3. ติวสอบ อ.ศักดิ์ชัย เกิดพิทักษ์ = สอนง่าย สอนเข้าใจเช่นเดียวกัน ทำ กพ ให้เป็นเรื่องง่าย แถมเฉลยข้อสอบให้แบบถึงลูกถึงคน
4. The Masters ติวสอบราชการ (นำโดยพี่นัทและพี่ก็อต) = สอนแบบชิลๆ แต่สอนละเอียด เข้าถึงทุกโจทย์ในข้อสอบอย่างถึงพริกถึงขิง
5. พี่ขิม ติวสอบราชการ = วิเคราะห์เนื้อหาการสอบโดยละเอียด โดยเฉพาะเรื่องของกฎหมายถือว่าเก่งและวิเคราะห์ละเอียดมากๆ
6. ติวเตอร์นอร์ท ติวสอบราชการ = ติวแบบจับมือทำ ค่อยๆ สอนให้เข้าใจ เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งสอบครั้งแรกหรือไม่เคยดูของคนอื่นมาก่อน
7. พี่แมง ป. = เหมือนคนถอดสมองมาสอน แต่สอนทุกอย่างแบบจริงจัง แนะนำสำหรับคนที่ไม่ต้องการความจริงจังในการเรียนมากเกินไป
(ขออภัยที่ไม่ได้กล่าวถึงท่านอื่นๆ)
เริ่มพิมพ์ 23.30 น. พิมพ์เสร็จ 02.53 น.