จากการไปดู The Odyssey มา ตอนแรกก็กลัวว่าหนังจะ Woke ไหมเพราะแปลง
เฮเลน สาวงามที่ทำให้เกิดสงครามเมืองทรอยเป็นคนดำ
ซินอน คนส่งม้าไม้เมืองทรอยทำให้เมืองทรอยล้มสลายใช้นักแสดงทรานที่มี ประเด็นอยู่ตลอด
แต่พอดูจริงๆ เอิ่ม 2 คนที่ตั้งใจชู มากมายไหนหนัง ออกมา
ตัวประกอบ มากเลยครับ และ ประเด็นของหนังก็ไม่ได้ Woke เลย
คือในเรื่อง มันเน้น 3 คน คือ
โอดิสซุส เพเนโลพี เทเลมาคัส มากกว่า และประเด็นของเรื่องจริงๆคือ ทางอาณาจักรต้องการราชาเพราะ
โอดิสซุส หายหัวไปออกผจญภัยนานมากจน ต้องหาราชาคนอื่นมาแทน แต่ เพเนโลพี ที่เป็นราชินี ข้าไม่เอาไง เลยรอ
โอดิสซุส กลับมาให้ได้
เรื่องง่ายๆมันก็ ตามตำนานเปะแต่เล่าให้ดูตื่นเต้นกดดันว่า ระหว่าง
โอดิสซุส หายหัวไปทาง เพเนโลพี กับ เทเลมาคัส เจอมรสุมขนาดไหนทำให้อยากให้
โอดิสซุส กลับมามากๆ
และ บทที่ชอบโดนชูโดยชาว Woke ว่าเนี้ยคือความดีงามของหนัง อย่าง
เฮเลน ที่เปลี่ยนเป็นคนดำก็ตัวประกอบโผล่ออกมาไม่กี่ฉาก เรียกว่าตัดไปยังได้ เพราะ เมเนลอส → กษัตริย์แห่งสปาร์ตา
สามีนางยังบทเด่นกว่าซะอีก และ โผล่มาโชว์หน้า 2-3 ฉากและเป็นบทส่งต่อ เทเลมาคัส ลูกชาย
โอดิสซุส เท่านั้น ผมว่า เพราะบทมันน้อยเนี้ยละโนแลนแกเลยให้ใส่มาได้ เพราะ หากจะให้ Woke สุดโต่งจริงใส่ เพเนโลพี ไปคนดำไปเลยดินั้นละพินาศของจริง เพราะ เพเนโลพี มีบทเกือบทั้งเรื่อง
ซินอน ถึงจะชูขนาดไหน มันก็ออกมาไม่ถึง 2 นาที เจอฆ่าตายตั้งแต่ต้นเรื่อง และ ออกมานิดๆหน่อยเท่านั้นก็เหมือน เฮเลนบทมีนิดเดียวมากๆและเอาใครมาแทนก็ได้เพราะฉากที่น่าจะจดจำที่สุดคือโดนทหารเมืองทรอยยิงตายต้นเรื่องกับโผล่มาเป็นผีตอนไปปรโลก ในทหารของ
โอดิสซุส ทั้งหมด พี่คนคุมเรืออย่าง ยูริโลคัส ยังมีบทบาทมากกว่าและสมที่แคสเป็นคนนี้มากเพราะดูดุดันสมทหารที่ผ่านเมืองทรอยจริง
เรียกว่า 2 คนที่เป็นกระแสก่อนหน้านี้มันเหมือน ส่วนน้อยที่มาเกาะกระแสของเรื่องมากกว่าครับ คืออยากชูกระแส Woke แต่บทเท่ามด หากวัดคะแนนความ Woke เรื่องนี้ผมให้ 2 เต็ม 10 เพราะในเรื่องมันไม่มีอะไรประเด็นชูอะไรเลย ยกเว้น เพเนโลพี บ่นกับลูกเรื่องครองบัลลังค์ละมั่งว่า ข้าคุมมา 20 ปีแล้วนะ แต่ก็นั้นละ สุดท้าย ประเด็นของเรื่องก็ตามตำนาน เพเนโลพี ไม่ยอมรับชายคนไหนนอกจาก
โอดิสซุส
ที่กล่าวมามากมายคือเรื่องนี้ไม่ Woke เลยครับใครกลัวว่าเรื่องจะ Woke หรือหักเหไปทาง ผู้ชมยุคใหม่ละก็เบาใจได้เลย เคารพต้นตำหรับมากๆ แถม โนแลนยังตัดต่อเรื่องเล่าพวกนี้ได้เผ็ดมันจนไม่ง่วงเลย ตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง ขอให้คนไปดูกันเยอะๆ
[สปอย] The Odyssey (2026) ไปดูมาสนุกดีและมันไม่ Woke เลยนะ
จากการไปดู The Odyssey มา ตอนแรกก็กลัวว่าหนังจะ Woke ไหมเพราะแปลง
เฮเลน สาวงามที่ทำให้เกิดสงครามเมืองทรอยเป็นคนดำ
ซินอน คนส่งม้าไม้เมืองทรอยทำให้เมืองทรอยล้มสลายใช้นักแสดงทรานที่มี ประเด็นอยู่ตลอด
แต่พอดูจริงๆ เอิ่ม 2 คนที่ตั้งใจชู มากมายไหนหนัง ออกมา ตัวประกอบ มากเลยครับ และ ประเด็นของหนังก็ไม่ได้ Woke เลย
คือในเรื่อง มันเน้น 3 คน คือ โอดิสซุส เพเนโลพี เทเลมาคัส มากกว่า และประเด็นของเรื่องจริงๆคือ ทางอาณาจักรต้องการราชาเพราะ โอดิสซุส หายหัวไปออกผจญภัยนานมากจน ต้องหาราชาคนอื่นมาแทน แต่ เพเนโลพี ที่เป็นราชินี ข้าไม่เอาไง เลยรอ โอดิสซุส กลับมาให้ได้
เรื่องง่ายๆมันก็ ตามตำนานเปะแต่เล่าให้ดูตื่นเต้นกดดันว่า ระหว่าง โอดิสซุส หายหัวไปทาง เพเนโลพี กับ เทเลมาคัส เจอมรสุมขนาดไหนทำให้อยากให้ โอดิสซุส กลับมามากๆ
และ บทที่ชอบโดนชูโดยชาว Woke ว่าเนี้ยคือความดีงามของหนัง อย่าง
เฮเลน ที่เปลี่ยนเป็นคนดำก็ตัวประกอบโผล่ออกมาไม่กี่ฉาก เรียกว่าตัดไปยังได้ เพราะ เมเนลอส → กษัตริย์แห่งสปาร์ตา สามีนางยังบทเด่นกว่าซะอีก และ โผล่มาโชว์หน้า 2-3 ฉากและเป็นบทส่งต่อ เทเลมาคัส ลูกชาย โอดิสซุส เท่านั้น ผมว่า เพราะบทมันน้อยเนี้ยละโนแลนแกเลยให้ใส่มาได้ เพราะ หากจะให้ Woke สุดโต่งจริงใส่ เพเนโลพี ไปคนดำไปเลยดินั้นละพินาศของจริง เพราะ เพเนโลพี มีบทเกือบทั้งเรื่อง
ซินอน ถึงจะชูขนาดไหน มันก็ออกมาไม่ถึง 2 นาที เจอฆ่าตายตั้งแต่ต้นเรื่อง และ ออกมานิดๆหน่อยเท่านั้นก็เหมือน เฮเลนบทมีนิดเดียวมากๆและเอาใครมาแทนก็ได้เพราะฉากที่น่าจะจดจำที่สุดคือโดนทหารเมืองทรอยยิงตายต้นเรื่องกับโผล่มาเป็นผีตอนไปปรโลก ในทหารของ โอดิสซุส ทั้งหมด พี่คนคุมเรืออย่าง ยูริโลคัส ยังมีบทบาทมากกว่าและสมที่แคสเป็นคนนี้มากเพราะดูดุดันสมทหารที่ผ่านเมืองทรอยจริง
เรียกว่า 2 คนที่เป็นกระแสก่อนหน้านี้มันเหมือน ส่วนน้อยที่มาเกาะกระแสของเรื่องมากกว่าครับ คืออยากชูกระแส Woke แต่บทเท่ามด หากวัดคะแนนความ Woke เรื่องนี้ผมให้ 2 เต็ม 10 เพราะในเรื่องมันไม่มีอะไรประเด็นชูอะไรเลย ยกเว้น เพเนโลพี บ่นกับลูกเรื่องครองบัลลังค์ละมั่งว่า ข้าคุมมา 20 ปีแล้วนะ แต่ก็นั้นละ สุดท้าย ประเด็นของเรื่องก็ตามตำนาน เพเนโลพี ไม่ยอมรับชายคนไหนนอกจาก โอดิสซุส
ที่กล่าวมามากมายคือเรื่องนี้ไม่ Woke เลยครับใครกลัวว่าเรื่องจะ Woke หรือหักเหไปทาง ผู้ชมยุคใหม่ละก็เบาใจได้เลย เคารพต้นตำหรับมากๆ แถม โนแลนยังตัดต่อเรื่องเล่าพวกนี้ได้เผ็ดมันจนไม่ง่วงเลย ตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง ขอให้คนไปดูกันเยอะๆ