สวัสดีค่ะชาว Pantip ทุกคน วันนี้ฉันอยากจะมาเรียบเรียงเรื่องราวและความรู้สึกของตัวเองที่มันอัดอั้นอยู่ข้างใน ทั้งเรื่องนิสัยการเข้าสังคมของฉัน ความสัมพันธ์กับแม่แฟน และเหตุการณ์ล่าสุดที่ทำให้ฉันรู้สึกผิดจนคิดไม่ตกค่ะ
1. ตัวตน ความกลัว และความกังวลในใจของฉัน
ลักษณะนิสัยและการเข้าสังคม: ตั้งแต่เด็กจนถึงช่วงมัธยมปลาย ฉันเป็นคนขี้อาย ไม่มั่นใจในตัวเอง และไม่ชอบร่วมกิจกรรมของโรงเรียนเลยค่ะ ฉันเป็นคนโลกส่วนตัวสูง หน้าปกติจะดูเหมือนหน้าบึ้ง เก็บสีหน้าไม่ค่อยอยู่ และเข้ากับคนยาก มาก แม้บางครั้งจะพยายามฝืนยิ้ม ฝืนหัวเราะ หรือชวนคุยแล้ว แต่ในใจคือรู้เลยว่ามันฝืนธรรมชาติของตัวเองจริงๆ และมักจะเจอคนที่คุยไม่ถูกคอด้วย
ความกลัวต่อการทำงานประจำ: หลังจากเรียนจบมาได้ 4-5 เดือน ฉันยังไม่ได้สมัครงานประจำอย่างจริงจังเลยค่ะ (แต่ตอนนี้มีธุรกิจส่วนตัวทำอยู่) สาเหตุมาจากตอนฝึกงาน ฉันได้เจอประสบการณ์และสถานการณ์ที่โหดร้ายและแย่มากๆ จนกลายเป็นแผลในใจ ทำให้ฉันกลัวการทำงานและกลัวสังคมในที่ทำงานไปเลยค่ะ
ความตรงต่อเวลา: ฉันเป็นคนที่ตรงต่อเวลามาก ไม่ชอบคนที่เลท ผิดนัด หรือพูดแล้วไม่เป็นคำพูดค่ะ
2. จุดเริ่มต้นของความไม่ชอบและ "แต้มสะสม" ในใจที่มีต่อแม่แฟน
ฉันกับแฟนคบกันตั้งแต่วันเรียน พอเรียนจบก็ย้ายมาเช่าบ้านแยกอยู่ด้วยกันสองคนค่ะ เพราะฉันเป็นคนโลกส่วนตัวสูง แต่ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับแม่แฟนกลับมีเหตุการณ์ที่ทำให้ฉันต้อง "ทดไว้ในใจ" อยู่หลายครั้งมาก เช่น:
ครั้งที่ 1 (รู้สึกเหมือนโดนไล่): ตอนที่ยังไม่ได้ย้ายมาอยู่ด้วยกัน ฉันไปเที่ยวบ้านแฟนและไปถึงตอนสามทุ่ม พอเช้าวันรุ่งขึ้น แม่แฟนถามแฟนเป็นภาษาถิ่นว่า "จะกลับเมื่อไหร่" โดยคิดว่าฉันฟังไม่รู้เรื่อง แต่จริงๆ ฉันฟังออกทั้งหมดค่ะ ทำให้ฉันรู้สึกแย่และเหมือนโดนไล่
ครั้งที่ 2 (คำพูดที่ทำร้ายความรู้สึก): มีช่วงหนึ่งที่ฉันต้องกลับบ้านต่างจังหวัดประมาณครึ่งเดือนเพื่อเคลียร์เรื่องกิจกรรมที่โรงเรียนให้เสร็จ แฟนของฉันซึ่งชอบกินอะไรง่ายๆ เลยซื้อลูกชิ้นมากินบ้าง หรือกลับไปกินข้าวบ้านแม่ช่วงวันหยุด แม่แฟนก็โทรมาหาฉันแล้วพูดว่า "อยู่กับลูกเขาอย่าให้ลูกเขาอดอยาก ดูแลลูกเขาให้ดีๆ หน่อย" ซึ่งทำให้ฉันรู้สึกแย่มาก (พอฉันเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ยายฟัง ยายก็ตั้งข้อสังเกตว่าแม่แฟนลืมไปหรือเปล่าว่าตัวเองมีลูกชาย) แต่ตอนนั้นฉันทำได้แค่พยักหน้าและยิ้มรับค่ะ
ครั้งที่ 3 (เรื่องเงินและการเอาเปรียบ):
แม่แฟนชอบซื้อของกินมาให้บ่อยๆ จนกินไม่ทัน แต่พอขอหยิบยืมเงินแฟนแล้วแฟนไม่มีให้เพราะต้องจ่ายค่าห้อง หลังจากนั้นแม่แฟนก็ไม่เคยซื้อของมาให้อีกเลยค่ะ
แม่แฟนให้แฟนรับผิดชอบค่าผ่อนทีวี และค่าหนี้ธนาคารอีกเดือนละ 3,000 บาท ซึ่งเงินเดือนแฟนมีแค่ 7,000 บาท ทำให้ช่วงที่ฉันยังไม่มีงานทำ เงินแทบไม่พอใช้และต้องทะเลาะกับแฟนบ่อยมากเรื่องหนี้ของแม่เขา
พอแฟนบอกให้แม่รับผิดชอบค่าทีวีเองใน 2 เดือนสุดท้าย แม่แฟนตกลงนะคะ แต่สุดท้ายก็มาขอให้แฟนช่วยออกก่อน แฟนเงินไม่พอจึงมาขอยืมฉัน (ซึ่งตอนนั้นฉันเริ่มทำงานมีเงินแล้ว) แม่แฟนสัญญาจะคืนสิ้นเดือนแต่ก็เบี้ยว จนฉันต้องทวงและเขาขอผลัดไปวันที่ 5 แม้สุดท้ายจะคืนจริงๆ แต่เหตุการณ์นี้ก็ทำให้ฉันไม่ชอบใจมาก เพราะแม่แฟนมีทั้งสวนลำไย เลี้ยงควาย มีนาข้าว และมีงานประจำ ดูเป็นคนมีเงิน แต่กลับให้ลูกชายรับผิดชอบทุกอย่าง
ในอดีตแฟนทำงานได้เงิน 4-5,000 บาทก็ให้แม่หมด ทำงานมา 4-5 ปีไม่มีอะไรเป็นของตัวเองเลย แม้แต่มอเตอร์ไซค์สักคัน พอขอมอเตอร์ไซค์แม่เพื่อจะย้ายมาอยู่กับฉัน แม่ก็ไม่ยอมออกคันใหม่ให้ แต่กลับให้รถเก่าๆ สภาพพัง กระจกหักข้างหนึ่งมาใช้งาน ซึ่งฉันสะท้อนใจมากว่า แฟนเป็นลูกคนเดียวและให้เงินแม่มาตลอด ทำไมแค่รถคันเดียวแม่ถึงให้ไม่ได้
3. ปมในใจเรื่อง "ความไม่จริงใจ" และการนินทาลับหลัง
ปมฝังใจจากอดีต: ฉันเคยเห็นมาตั้งแต่เด็ก ทั้งคุณยาย (ในฐานะแม่ผัว) ย่า หรือคนในครอบครัว ที่ต่อหน้าลูกสะใภ้จะพูดดี เรียก "ลูก" อย่างนั้นอย่างนี้และอาศัยให้ช่วยเหลือตลอด แต่พอลับหลังกลับด่าและนินทาลับหลังอย่างสนุกปาก มันทำให้ฉันหวาดระแวงและไม่เชื่อใจในท่าทีที่ดีของแม่ผัวมาตลอดค่ะ
เหตุการณ์นินทาตรงๆ: ฉันเคยจับได้ว่าแม่แฟนและพี่สาวของเขานั่งนินทาฉันเป็นภาษาถิ่น (คิดว่าฉันฟังไม่รู้เรื่อง แต่ความจริงคือฟังออก) เขาพูดนินทาเรื่องรูปร่างของฉันว่า "อ้วน เตี้ย ไม่สวย" และเอาไปเปรียบเทียบกับหลานที่ชื่อแวนว่าหุ่นดีกว่า พอฉันเอาเรื่องนี้ไปบอกแฟน แฟนกลับบอกว่าไม่ต้องไปสนใจ แต่ลึกๆ ฉันรู้ว่าแฟนยังแคร์แม่เขามาก และเรื่องนี้ก็เป็นชนวนให้เราทะเลาะกันหลายครั้งค่ะ
เกลียดแล้วแสดงออก: ฉันเป็นคนไม่ชอบเสแสร้ง ไม่ชอบ

เพราะเคยพยายามทำแล้วความแตกจนโดนด่าว่า

ดังนั้น ถ้าฉันเกลียดหรือไม่อยากยุ่งกับใคร ฉันจะแสดงออกชัดเจนทันทีว่าเกลียดค่ะ
4. ชนวนเหตุการณ์ล่าสุดและความรู้สึกผิดในใจ
เหตุการณ์เมื่อวาน: แม่แฟนโทรมาหาแฟน (เปิดลำโพงไว้) ชวนให้ฉันไปช่วยขูดมะม่วงเพราะเขาจะเปิดโรงทานเลี้ยง ซึ่งฉันได้ยินแล้วและปฏิเสธแฟนทันทีว่า "ไม่ไปหรอก ขูดมะม่วงไม่เป็น" เพราะลึกๆ ในใจฉันรู้สึกไม่อยากไป ไม่อยากยุ่งกับงานของเขา และคิดว่าถ้าไปก็คงโดนเขาใช้เหมือนต้องไปเป็น "ขี้ข้าแม่ผัว"
ความขัดแย้งกับแฟน: แฟนโมโหและพูดใส่ฉันว่า "ไม่คิดจะช่วยอะไรเลยหรอ" ฉันเลยสวนกลับไปว่า "ถ้าแบบนั้นก็บังคับให้ไปเลย ไม่ต้องมาถามความสมัครใจ"
ความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้นตอนนี้: หลังจากปฏิเสธไป ตอนเย็นแม่แฟนโทรมาหาแฟนอีกครั้งแล้วพูดว่า "เย็นนี้ชวนรวงข้าวมากินข้าวที่บ้านด้วยไหม" (เขาเรียกชื่อฉันชวนไปกินข้าว)
พอคำชวนนี้มา มันทำให้ฉันเกิดความสับสนและรู้สึกผิดขึ้นมาในใจค่ะ ฉันเริ่มไม่แน่ใจว่าแท้จริงแล้วแม่แฟนรู้สึกยังไงกับฉันกันแน่ เขาเกลียด ไม่รัก ไม่ปลื้มฉัน หรือเขาแค่เป็นคนแบบที่ฉันเคยฝังใจมา คือต่อหน้าทำเป็นดี แต่ลับหลังเอาไปนินทา? แล้วความไม่แน่ใจนี้มันกำลังทำให้ฉันรู้สึกแย่กับความคิดของตัวเองในตอนนี้มากๆ เลยค่ะ ว่าฉันเป็นคนเห็นแก่ตัวหรือเปล่า...
ทุกคนมีความเห็นกับเรื่องนี้ยังไงกันบ้างคะ? ฉันควรทำตัวยังไงต่อไปดี?
ถ้าเราเป็นคนไม่เอาสังคมมันผิดมากไหม
1. ตัวตน ความกลัว และความกังวลในใจของฉัน
ลักษณะนิสัยและการเข้าสังคม: ตั้งแต่เด็กจนถึงช่วงมัธยมปลาย ฉันเป็นคนขี้อาย ไม่มั่นใจในตัวเอง และไม่ชอบร่วมกิจกรรมของโรงเรียนเลยค่ะ ฉันเป็นคนโลกส่วนตัวสูง หน้าปกติจะดูเหมือนหน้าบึ้ง เก็บสีหน้าไม่ค่อยอยู่ และเข้ากับคนยาก มาก แม้บางครั้งจะพยายามฝืนยิ้ม ฝืนหัวเราะ หรือชวนคุยแล้ว แต่ในใจคือรู้เลยว่ามันฝืนธรรมชาติของตัวเองจริงๆ และมักจะเจอคนที่คุยไม่ถูกคอด้วย
ความกลัวต่อการทำงานประจำ: หลังจากเรียนจบมาได้ 4-5 เดือน ฉันยังไม่ได้สมัครงานประจำอย่างจริงจังเลยค่ะ (แต่ตอนนี้มีธุรกิจส่วนตัวทำอยู่) สาเหตุมาจากตอนฝึกงาน ฉันได้เจอประสบการณ์และสถานการณ์ที่โหดร้ายและแย่มากๆ จนกลายเป็นแผลในใจ ทำให้ฉันกลัวการทำงานและกลัวสังคมในที่ทำงานไปเลยค่ะ
ความตรงต่อเวลา: ฉันเป็นคนที่ตรงต่อเวลามาก ไม่ชอบคนที่เลท ผิดนัด หรือพูดแล้วไม่เป็นคำพูดค่ะ
2. จุดเริ่มต้นของความไม่ชอบและ "แต้มสะสม" ในใจที่มีต่อแม่แฟน
ฉันกับแฟนคบกันตั้งแต่วันเรียน พอเรียนจบก็ย้ายมาเช่าบ้านแยกอยู่ด้วยกันสองคนค่ะ เพราะฉันเป็นคนโลกส่วนตัวสูง แต่ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับแม่แฟนกลับมีเหตุการณ์ที่ทำให้ฉันต้อง "ทดไว้ในใจ" อยู่หลายครั้งมาก เช่น:
ครั้งที่ 1 (รู้สึกเหมือนโดนไล่): ตอนที่ยังไม่ได้ย้ายมาอยู่ด้วยกัน ฉันไปเที่ยวบ้านแฟนและไปถึงตอนสามทุ่ม พอเช้าวันรุ่งขึ้น แม่แฟนถามแฟนเป็นภาษาถิ่นว่า "จะกลับเมื่อไหร่" โดยคิดว่าฉันฟังไม่รู้เรื่อง แต่จริงๆ ฉันฟังออกทั้งหมดค่ะ ทำให้ฉันรู้สึกแย่และเหมือนโดนไล่
ครั้งที่ 2 (คำพูดที่ทำร้ายความรู้สึก): มีช่วงหนึ่งที่ฉันต้องกลับบ้านต่างจังหวัดประมาณครึ่งเดือนเพื่อเคลียร์เรื่องกิจกรรมที่โรงเรียนให้เสร็จ แฟนของฉันซึ่งชอบกินอะไรง่ายๆ เลยซื้อลูกชิ้นมากินบ้าง หรือกลับไปกินข้าวบ้านแม่ช่วงวันหยุด แม่แฟนก็โทรมาหาฉันแล้วพูดว่า "อยู่กับลูกเขาอย่าให้ลูกเขาอดอยาก ดูแลลูกเขาให้ดีๆ หน่อย" ซึ่งทำให้ฉันรู้สึกแย่มาก (พอฉันเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ยายฟัง ยายก็ตั้งข้อสังเกตว่าแม่แฟนลืมไปหรือเปล่าว่าตัวเองมีลูกชาย) แต่ตอนนั้นฉันทำได้แค่พยักหน้าและยิ้มรับค่ะ
ครั้งที่ 3 (เรื่องเงินและการเอาเปรียบ):
แม่แฟนชอบซื้อของกินมาให้บ่อยๆ จนกินไม่ทัน แต่พอขอหยิบยืมเงินแฟนแล้วแฟนไม่มีให้เพราะต้องจ่ายค่าห้อง หลังจากนั้นแม่แฟนก็ไม่เคยซื้อของมาให้อีกเลยค่ะ
แม่แฟนให้แฟนรับผิดชอบค่าผ่อนทีวี และค่าหนี้ธนาคารอีกเดือนละ 3,000 บาท ซึ่งเงินเดือนแฟนมีแค่ 7,000 บาท ทำให้ช่วงที่ฉันยังไม่มีงานทำ เงินแทบไม่พอใช้และต้องทะเลาะกับแฟนบ่อยมากเรื่องหนี้ของแม่เขา
พอแฟนบอกให้แม่รับผิดชอบค่าทีวีเองใน 2 เดือนสุดท้าย แม่แฟนตกลงนะคะ แต่สุดท้ายก็มาขอให้แฟนช่วยออกก่อน แฟนเงินไม่พอจึงมาขอยืมฉัน (ซึ่งตอนนั้นฉันเริ่มทำงานมีเงินแล้ว) แม่แฟนสัญญาจะคืนสิ้นเดือนแต่ก็เบี้ยว จนฉันต้องทวงและเขาขอผลัดไปวันที่ 5 แม้สุดท้ายจะคืนจริงๆ แต่เหตุการณ์นี้ก็ทำให้ฉันไม่ชอบใจมาก เพราะแม่แฟนมีทั้งสวนลำไย เลี้ยงควาย มีนาข้าว และมีงานประจำ ดูเป็นคนมีเงิน แต่กลับให้ลูกชายรับผิดชอบทุกอย่าง
ในอดีตแฟนทำงานได้เงิน 4-5,000 บาทก็ให้แม่หมด ทำงานมา 4-5 ปีไม่มีอะไรเป็นของตัวเองเลย แม้แต่มอเตอร์ไซค์สักคัน พอขอมอเตอร์ไซค์แม่เพื่อจะย้ายมาอยู่กับฉัน แม่ก็ไม่ยอมออกคันใหม่ให้ แต่กลับให้รถเก่าๆ สภาพพัง กระจกหักข้างหนึ่งมาใช้งาน ซึ่งฉันสะท้อนใจมากว่า แฟนเป็นลูกคนเดียวและให้เงินแม่มาตลอด ทำไมแค่รถคันเดียวแม่ถึงให้ไม่ได้
3. ปมในใจเรื่อง "ความไม่จริงใจ" และการนินทาลับหลัง
ปมฝังใจจากอดีต: ฉันเคยเห็นมาตั้งแต่เด็ก ทั้งคุณยาย (ในฐานะแม่ผัว) ย่า หรือคนในครอบครัว ที่ต่อหน้าลูกสะใภ้จะพูดดี เรียก "ลูก" อย่างนั้นอย่างนี้และอาศัยให้ช่วยเหลือตลอด แต่พอลับหลังกลับด่าและนินทาลับหลังอย่างสนุกปาก มันทำให้ฉันหวาดระแวงและไม่เชื่อใจในท่าทีที่ดีของแม่ผัวมาตลอดค่ะ
เหตุการณ์นินทาตรงๆ: ฉันเคยจับได้ว่าแม่แฟนและพี่สาวของเขานั่งนินทาฉันเป็นภาษาถิ่น (คิดว่าฉันฟังไม่รู้เรื่อง แต่ความจริงคือฟังออก) เขาพูดนินทาเรื่องรูปร่างของฉันว่า "อ้วน เตี้ย ไม่สวย" และเอาไปเปรียบเทียบกับหลานที่ชื่อแวนว่าหุ่นดีกว่า พอฉันเอาเรื่องนี้ไปบอกแฟน แฟนกลับบอกว่าไม่ต้องไปสนใจ แต่ลึกๆ ฉันรู้ว่าแฟนยังแคร์แม่เขามาก และเรื่องนี้ก็เป็นชนวนให้เราทะเลาะกันหลายครั้งค่ะ
เกลียดแล้วแสดงออก: ฉันเป็นคนไม่ชอบเสแสร้ง ไม่ชอบ
4. ชนวนเหตุการณ์ล่าสุดและความรู้สึกผิดในใจ
เหตุการณ์เมื่อวาน: แม่แฟนโทรมาหาแฟน (เปิดลำโพงไว้) ชวนให้ฉันไปช่วยขูดมะม่วงเพราะเขาจะเปิดโรงทานเลี้ยง ซึ่งฉันได้ยินแล้วและปฏิเสธแฟนทันทีว่า "ไม่ไปหรอก ขูดมะม่วงไม่เป็น" เพราะลึกๆ ในใจฉันรู้สึกไม่อยากไป ไม่อยากยุ่งกับงานของเขา และคิดว่าถ้าไปก็คงโดนเขาใช้เหมือนต้องไปเป็น "ขี้ข้าแม่ผัว"
ความขัดแย้งกับแฟน: แฟนโมโหและพูดใส่ฉันว่า "ไม่คิดจะช่วยอะไรเลยหรอ" ฉันเลยสวนกลับไปว่า "ถ้าแบบนั้นก็บังคับให้ไปเลย ไม่ต้องมาถามความสมัครใจ"
ความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้นตอนนี้: หลังจากปฏิเสธไป ตอนเย็นแม่แฟนโทรมาหาแฟนอีกครั้งแล้วพูดว่า "เย็นนี้ชวนรวงข้าวมากินข้าวที่บ้านด้วยไหม" (เขาเรียกชื่อฉันชวนไปกินข้าว)
พอคำชวนนี้มา มันทำให้ฉันเกิดความสับสนและรู้สึกผิดขึ้นมาในใจค่ะ ฉันเริ่มไม่แน่ใจว่าแท้จริงแล้วแม่แฟนรู้สึกยังไงกับฉันกันแน่ เขาเกลียด ไม่รัก ไม่ปลื้มฉัน หรือเขาแค่เป็นคนแบบที่ฉันเคยฝังใจมา คือต่อหน้าทำเป็นดี แต่ลับหลังเอาไปนินทา? แล้วความไม่แน่ใจนี้มันกำลังทำให้ฉันรู้สึกแย่กับความคิดของตัวเองในตอนนี้มากๆ เลยค่ะ ว่าฉันเป็นคนเห็นแก่ตัวหรือเปล่า...
ทุกคนมีความเห็นกับเรื่องนี้ยังไงกันบ้างคะ? ฉันควรทำตัวยังไงต่อไปดี?