JJNY : แม่เลี้ยงลูกพิการร่ำไห้ไม่ผ่านเกณฑ์│เท้งหนุนเจรจาสร้างสันติสุขใต้│โรมงงอัยการสั่งไม่ฟ้อง│ณัฐพงษ์อย่าศึกไอซ์-ภาวุธ

แม่เลี้ยงลูกพิการร่ำไห้ ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ
.

.
ห้องข่าวภาคเที่ยง สุดสัปดาห์ - คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เลี้ยงลูกพิการถึงกับร่ำไห้ หลังตรวจสอบสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้วไม่ผ่านเกณฑ์ เพราะระบบแจ้งว่ามีรถยนต์ 2 คัน ทั้งที่ไม่มีรถเลยสักคัน วอนภาครัฐตรวจสอบสิทธิ์ใหม่
.
ที่หมู่บ้านบัลลังก์ ในอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ มีชาวบ้านหลายครอบครัว ที่ตรวจสอบผลการคัดกรองโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 แล้วพบว่า ไม่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากระบบระบุว่ามีกรรมสิทธิ์รถยนต์เกินกว่าที่กำหนด
.
อย่างนางสาวทองดี แม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องเลี้ยงดูลูกสาวพิการ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องทำงานรับจ้างใกล้บ้าน เพราะต้องดูแลลูกตลอดเวลา รายได้ประจำมีเพียงเบี้ยความพิการของลูกเดือนละ 1,000 บาท
.
จึงหวังพึ่งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีกทาง แต่เมื่อเข้าไปตรวจสอบสิทธิ์ พบว่าไม่ผ่านเกณฑ์ เพราะมีกรรมสิทธิ์รถยนต์ 2 คัน ทั้งที่ปัจจุบันไม่มีรถยนต์หรือแม้แต่รถจักรยานยนต์เลย ที่ผ่านมา เคยมีรถยนต์มือสอง 1 คัน แต่ขายไปนานหลายปีแล้ว เธอบอกทั้งน้ำตาว่า เงิน 300 บาท นี้มีความหมายมาก สามารถนำไปซื้อข้าวสาร น้ำปลา และผ้าอ้อมสำเร็จรูปได้ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง
.
ส่วน นายสมริต ก็ยืนยันว่า ตั้งแต่เกิดมาจนถึงปัจจุบันไม่เคยมีรถยนต์เลย มีเพียงรถจักรยานยนต์เก่า ๆ หนึ่งคันไว้ขี่รับส่งหลานไปโรงเรียน ไปทำนา และนำผักไปขายหารายได้ แต่ระบบกลับระบุว่ามีรถยนต์ 2 คัน ทำให้ไม่ผ่านเกณฑ์ ทั้งที่เคยได้รับสิทธิ์มาตลอดในรอบที่ผ่านมา
.
ด้าน กรมการขนส่งทางบก ยอมรับว่า มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์จำนวนมาก จากเงื่อนไขเรื่องกรรมสิทธิ์รถยนต์ ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการขายรถแล้วแต่ยังไม่ได้โอนทะเบียน หรือมีผู้อื่นนำชื่อไปใช้ซื้อรถโดยเจ้าตัวไม่ทราบ
.
จึงแนะนำให้ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์รีบยื่นอุทธรณ์ระหว่างวันที่ 17-31 กรกฎาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์โครงการ แอปพลิเคชันทางรัฐ หรือ แอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือธนาคารที่รับลงทะเบียน พร้อมทั้งสามารถนำบัตรประชาชนไปตรวจสอบข้อมูลกรรมสิทธิ์รถได้ฟรีที่สำนักงานขนส่งจังหวัดและสาขาทั่วประเทศ หากตรวจพบว่าข้อมูลทะเบียนรถไม่ตรงกับข้อเท็จจริง กรมการขนส่งทางบก จะดำเนินการแก้ไขข้อมูลอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนนำไปใช้ประกอบการยื่นอุทธรณ์และรักษาสิทธิ์ของตนเองต่อไป
.
ส่วนที่กรณีที่หลายคนตรวจสอบสิทธิ์ แล้วไม่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากถูกระบุว่ายังเป็นนักเรียน นักศึกษา แล้วต้องการให้ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ สป.อว. ตรวจสอบข้อมูล เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาสิทธิ์ สามารถแจ้งรายละเอียดโดยบันทึกข้อมูลผ่านแบบฟอร์มออนไลน์ได้ที่ลิงก์ของหน่วยงาน เมื่อได้รับข้อมูลแล้ว สป.อว. จะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลกับสถาบันอุดมศึกษาและประสานงานไปยัง กระทรวงการคลัง เพื่อประกอบการพิจารณาสิทธิ์ให้ทันที
.

.
เท้งหนุน เจรจาสร้างสันติสุขใต้ ผลักดันนำร่องหยุดยิง 40 วัน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5811656
.
เท้ง อยากเห็นกระบวนการพูดคุยสันติสุขเดินหน้า ย้ำ การดูแลความสงบสุข-ความปกติสุขของ ปชช.เป็นเรื่องสำคัญ มอง ยุบ กอ.รมน. คือภาพปลายทาง แต่ต้องมีช่วงเปลี่ยนผ่าน ชี้ กองทัพควรทำหน้าที่ป้องกันประเทศ-ไม่ยุ่งการเมือง
.
เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 18 กรกฎาคม ที่ จ.นราธิวาส นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีจะมีการพูดคุยกันของคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ในเร็วๆ นี้ หลังชะงักไป 2 ปี คาดหวังอะไรจากการพูดคุยครั้งนี้บ้างว่า ตนติดตามความคืบหน้าของเรื่องดังกล่าว และต้องเน้นย้ำว่าสถานการณ์เฉพาะหน้าเรื่องการดูแลความสงบสุขเรียบร้อย การดูแลความปกติสุขของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญที่สุด แต่สุดท้ายกระบวนการจะเดินไปสู่ปลายทาง ความขัดแย้งทุกอย่างต้องมาจบที่โต๊ะ
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ฉะนั้น กระบวนการเดินหน้าในการพูดคุย เรื่องการพูดคุยเฉพาะหน้าถึงการหยุดยิง ทดลองนำร่อง 40 วัน ตนก็อยากเห็นกระบวนการเช่นนี้เดินหน้าเช่นเดียวกัน ไม่อยากให้ฝั่งของรัฐไทยเราเองเลือกที่จะใช้กำลังอย่างเดียว อยากให้เดินหน้าทั้งสองส่วนไปด้วยกัน
.
เมื่อถามถึง ข้อเสนอให้มีการยุบกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน) นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนมองว่าโจทย์ที่ทางพรรคประชาชนหรือว่าอนาคตใหม่ หรือพรรคก้าวไกลในอดีตเราเสนอมาโดยตลอดคือเราเสนอภาพปลายทางของสังคมที่เราอยากเห็น เช่น ในเรื่องของการปฏิรูปกองทัพทลายทุนผูกขาดต่างๆ หรือแม้แต่การกระจายอำนาจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาในสามจังหวัดชายแดนใต้
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ตนยืนยันว่า เรื่องเหล่านี้มองว่าการแก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้ที่ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กรอบมาตรฐาน ซึ่งกรณีข้อเสนอของการยุบ กอ.รมน. จริงๆ แล้วเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เราเคยพูดมาอยู่แล้วในอดีตว่า กองทัพต้องทำหน้าที่ป้องกันประเทศ แต่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเราเข้าใจดีว่าแต่ละหน่วยงานก็มีความจำเป็น บางอย่างอาจจะยังต้องคงอยู่ แต่มันต้องมีช่วงเปลี่ยนผ่าน ปลายทางที่เราอยากเห็นเป็นอย่างไร เราต้องตั้งธงให้กันก่อน และปลายทางที่เราอยากเห็นคือเราไม่อยากเห็นหน่วยงานความมั่นคง มายุ่งเกี่ยวกับการเมือง หน่วยงานความมั่นคงทำหน้าที่ป้องกันประเทศ ไม่ได้ไปทำหน้าที่ วิธีที่ทับซ้อนกับหน่วยงานที่ดูแลความมั่นคงภายในประเทศกองทัพควรจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ถูกต้อง อันนั้นคือภาพปลายทาง
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนภาพระหว่างทางตอนนี้ เราเองก็ได้พูดคุยกับหน่วยงาน เช่น กอ.รมน.หรือ หน่วยงานอื่นๆ ตนคิดว่าเราได้แสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนแล้ว ให้เขาเข้าใจอย่างถูกต้องว่าเราเอาเรื่องของความมั่นคงปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก และได้มีการพูดเน้นย้ำในที่ประชุมว่าถ้าหน่วยงานความมั่นคงขาดแคลนอุปกรณ์ หรือกลไกอะไร เราพร้อมที่จะสนับสนุนการทำงาน ซึ่งเราก็จะเห็นว่าหน่วยงานแต่ละหน่วยก็จะพยายามเน้นย้ำถึงเรื่องกฎหมายอำนาจพิเศษ ซึ่งเราไม่ได้ติดขัด ถ้าใช้อย่างถูกต้องเป็นธรรม
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีการนำเสนอว่ามันมีกฎหมายอำนาจพิเศษบางอย่างที่ใช้แล้วอาจจะทำให้ประชาชนมีความเคลือบแคงสงสัย ตนคิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่ง ที่เราต้องการมากกว่าคือกฎหมายอำนาจพิเศษบางอย่างสถานการณ์บางช่วงมันอาจจะจำเป็นต้องมี แต่มันก็ต้องรับผิดชอบแล้วก็หน่วยเจ้าหน้าที่รัฐไม่ควรจะอาศัยช่องพิเศษต่างๆ เหล่านั้นไปใช้ในสิ่งที่มันไม่ถูกต้อง
.
เมื่อถามว่า หวั่นว่าจะเกิดปัญหาความขัดแย้งกันระหว่างฝ่ายการเมืองกับหน่วยงานความมั่นคงหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนมองว่าเราเห็นและตั้งธงตรงกันว่าเราอยากให้เกิดความสงบในพื้นที่ ประชาชนใช้ชีวิตปกติสุขได้ ตนคิดว่าไม่ได้เป็นความขัดแย้งแต่อย่างใด และคิดว่าวิธีการช่วงนี้ต่างหากที่ควรจะต้องมีเวทีในการพูดคุยกันเยอะๆ เพื่อที่จะมีความเข้าใจที่ตรงกัน
.

.
โรม งงอัยการสั่งไม่ฟ้อง 1 ในผู้ต้องหายิงกมลศักดิ์ เตรียมบุกสัตหีบ คุ้ยปมทำลายปืนจริงไหม
https://www.matichon.co.th/politics/news_5811647
.
โรม งงอัยการสั่งไม่ฟ้อง 1 ในผู้ต้องหายิงกมลศักดิ์ เตรียมบุกสัตหีบ คุ้ยปมทำลายปืนจริงไหม
.
เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 18 กรกฎาคม ที่ จ.นราธิวาส นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการติดตามคดีคนร้ายลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ว่า ผู้ต้องหาบางคนอัยการสั่งไม่ฟ้องเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง ทั้งสำนวนคดีและการเร่งรีบในการวินิจฉัย ซึ่งในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ ตนจะลงพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อดูการทำลายปืน 39 กระบอก เพื่อดูว่ามีการทำลายจริงหรือไม่
.
นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังต้องมีการเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสไปให้ข้อมูลในการประชุมคณะกรรมการการกฎหมายฯด้วย หลังจากที่เชิญมาหลายครั้งแล้วแต่ไม่มา และในวันที่ 11-12 สิงหาคมนี้ ตนจะลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาสอีกครั้ง เพื่อพูดคุยรายละเอียดเรื่องนี้ เพราะการลอบยิงนายกมลศักดิ์เป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่แค่การลอบยิงบุคคล และ กอ.รมน.อ้างว่าไม่ใช่คดีความมั่นคง
.
เรายืนยันว่าคดีนี้เป็นคดีความมั่นคง และเป็นความมั่นคงที่สำคัญเพราะไม่ใช่แค่เรื่องของนายกมลศักดิ์ หรือประชาชนที่เลือกนายกมลศักดิ์เข้ามา แต่ส่งผลต่อการคลี่คลายความขัดแย้งที่มีในพื้นที่ ซึ่งอาจทำให้ความเชื่อมั่นในรัฐหายไป คนยิงคือคนของรัฐ รถของรัฐ ปืนของรัฐ และอาจนำไปสู่การทำลายหลักฐานเพราะมีคนของรัฐไปมีส่วนรู้เห็นในเรื่องต่างๆ สิ่งเหล่านี้รับไม่ได้จะตัดตอนจบแค่ 4 คน และไม่รวมไปถึงผู้ที่สั่งการ ฉะนั้น เรื่องนี้ไม่สามารถยอมรับได้จริงๆ ไม่เช่นนั้นสังคมจะมั่นใจเชื่อถือกระบวนการยุติธรรมได้อย่างไร” นายรังสิมันต์กล่าว
.
นายรังสิมันต์กล่าวด้วยว่า อีกเรื่องที่ต้องตามต่อคือการเก็บข้อมูล 2 ล้านหมายเลขต่อวัน ในบริเวณพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งมี 15-16 อำเภอไม่ได้ประกาศใช้แต่กลับมีการขอข้อมูลทุกเที่ยงคืน หากข้อมูลเหล่านี้หลุด ผู้ปฏิบัติตำรวจทหารเคลื่อนไหวอย่างไร เขารู้ความเคลื่อนไหวทั้งหมด การปฏิบัติการลักษณะแบบนี้ไม่ต้องอยู่บนกฎหมายที่ให้อำนาจหรือ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นการใช้อำนาจที่เกินกว่าจะรับได้ จึงจำเป็นที่ต้องได้รับคำอธิบายและคำตอบที่เหมาะสม และต้องหาให้เจอว่าการกระทำความผิดนี้ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ
.
นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า ส่วนบุคคลที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง 1 คนจาก 7 คน ซึ่งจากพยานหลักฐานที่มีเป็นการซัดทอดจากผู้ต้องหารายอื่น แต่เรามองว่าบุคคลนี้มีความสำคัญในการเชื่อมโยงไปถึงผู้อยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้ ถ้าจะจบแบบนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้
.
ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงการมาเยี่ยมนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ที่บ้านเพื่อติดตามคดีและให้กำลังใจครั้งนี้ ว่า การแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ทั้งเรื่องคุณภาพชีวิตของประชาชน ความมั่นคง เราไม่สามารถแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ได้เลยถ้าหากเราไม่มีความเชื่อมั่นเชื่อใจของประชาชน ในส่วนของคดีนายกมลศักดิ์สังคมได้รับรู้แล้วถึงบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในการลอบสังหารทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ ใช้อาวุธใช้รถของรัฐ แต่ขณะเดียวกันก็ยังขาดความชัดเจน ว่าใครเป็นผู้สั่งการและมีแรงจูงใจอย่างไร
.
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า คนที่เป็นผู้แทนของประชาชนในพื้นที่ยังโดนขนาดนี้ รัฐเองก็ยังไม่สามารถให้คำตอบได้แล้วประชาชนในพื้นที่จะให้ความเชื่อมั่นความเชื่อใจต่อกระบวนการของรัฐได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้คือสงครามในการแย่งชิงมวลชน และเชื่อว่าคดีของนายกมลศักดิ์ยังไม่สามารถให้ความโปร่งใสกับสังคมได้ ตนมองไม่เห็นทางว่าจะทำอย่างไรให้มวลชนอยู่ข้างเรา ดังนั้นจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่