ยาวหน่อย ขออภัย
ต้องขอเล่าเป็นเหตการณ์ 3 ช่วงนะครับ แต่ขอละเว้นเนื้อหาเรื่องงาน เดี๋ยวจะมีคนจำได้ อิอิ
ภาระหนี้สิน บ้าน รถ บัตร รวมแล้ว 50,000 บาท ต่อเดือน !!!!!!! จุกดิฮ้าบ...
เมื่อปี 2568 ผมตกงานเดือน เมษายน 2568 เงินเดือน 75,000 บาท
มีเงินเก็บสี่แสนบาทถ้วน
หางาน หว่านเรซุเม่เป็นร้อยแห่ง
ได้สัมภาษณ์ 2-3 แห่ง----ไม่ได้งานสักแห่ง
ไม่ได้งานเลย จนถึงเดือนตุลาคม
มีเพื่อนแนะนำให้สมัครไปทำแห่งหนึ่ง
โดยที่เป็นสัญญาระยะสั้น 3 เดือน
เงินเดือน 50,000 ไม่เหลือให้ใช้เลย 555
ปรากฎว่า ได้งานทำ ...อย่างน้อยก็ดีกว่าว่างงาน
ระหว่างนั้น ก็สมัครงานไปเรื่อยๆ สัมภาษณ์ 2 แห่ง ----ไม่ได้สักงาน
ทำงาน ตุลาคม ถึง ธันวาคม 2568 เป็นอันสิ้นสุดสัญญา
ทางบริษัทไม่ต่อสัญญาเพราะโปรเจคจบตามเวลา
ฉลองปีใหม่ 2569 ด้วยการตกงาน
และการตกงานรอบนี้ ทรมานมาก
จากการตกงานปีก่อน ใช้เงินในช่วงว่างงาน 6 เดือนไปประมาณสามแสนกว่าๆ
เหลือแสนนึง ซึ่งคิดแล้ว พอจ่ายหนี้เพียง 2 เดือน และแทบจะไม่เหลือให้กินให้ใช้
เดือนแรก หางานต่อด้วยความหวัง ด้วยใจเบิกบาน ปีใหม่ หัวใจใหม่
ต้นปีเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเงินว่างงาน สปส.ระบบล่ม.....ตามข่าว ว่ากันไปก็พอได้กินข้าวแหละ
กระพริบตาทีเดียวเข้าเดือนกุมพาฯ และยังตกงาน
สิ้นเดือนนี้ ถ้าไม่ได้งานอีก สิ้นเดือนมีนามีปัญหาแน่
เริ่มวิตกกังวล สมัครทุกงาน ทุกเว็บ และ ส่งไปให้ head hunter ด้วย
สรุป เงียบกริบ ไม่มีวี่แววแม้แต่น้อย...จนถึงเดือนมีนาฯ
เอาละสิ เงินเหลือไม่ถึง 3,000 ต้องกิน และต้องจ่ายหนี้สี่หมื่นกว่า
หมดหนทางไปเลย จิตใจดิ่งสุดขั้ว กินข้าวไม่ลง ไม่ออกไปไหน ไม่คุยกับใคร อยู่ในบ้านมืดๆเกือบเดือน
แต่ก็ยังหางานอยู่ตลอดเวลานะ ก็เพราะอยู่แต่บ้านนี่แหละ เลยได้จัดบ้าน ทำความสะอาด
วันหนึ่งอันเงียบเหงา...ก็ดันไปเจอสัญญาซื้อขายบ้านของเราเอง ในนั้นมีโฉนดและประกันอัคคีภัย!!!!!!!!!!
ปิ๊งงงงงงงงงงงงงง!!!!! แสงสว่างของฉัน
ดูเบี้ยประกัน 180,000บาท ซึ่งระยะเวลารับประกัน 10 ปี
ผมไม่รีรอใดๆ ผมโทรไปสอบถามบริษัทประกัน ขอเวณคืน
ส่งเอกสารทางอีเมล รอประมาณ 3 วัน จนท. โทรมาว่าเงินจะเข้าวันพรุ่งนี้จำนวน แสนกว่าๆ
ดีใจยิ่งกว่าถูกหวย
และด้วยเงินก้อนนี้ ที่หล่อเลี้ยงผมมาอีก 2 เดือน
จนเข้าเดือนพฤษภาฯ ....เสียงเดิมลอยมา
เดือนหน้าไม่ได้งาน ตายจริงเลยคราวนี้ ชีวิต = 0 ถึงกับล้มละลายเลยนะ
และ...ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์กดสมัครไป 1 ที่ และ ไม่ถึงชั่วโมง HR โทรมา
จำได้ว่า 9 โมงเช้า เราตกใจมาก
เขาถามว่าสนใจสัมภาษณ์ออนไลน์ไหม คุณสะดวกกี่โมง
เราตอบว่าสะดวกทั้งวันครับ เขาก็ปรึกษาอีกคนสัก 10 วิ แล้วตอบว่า
11 โมงสะดวกมั้ย ปมตอบ สะดวกครับ และเขาก็วาง
แต่.....นี่ผมลืมถามวันที่เหรอเนี่ย!!!!!!
สักนาทีนึงก็มีไลน์แอดเข้ามา ทักมาว่าเป้น HR เดี๋ยวเขาจะส่งลิงค์ให้นะ
ผมก็ถามเขาว่าเราจะสัมภาษณ์กันวันไหนครับ เมื่อสักครู่สายตัดไปก่อน
เขาเงียบ...............
ประมานสิบโมงครึ่ง ผมตัดสินใจถาม ว่า "วันนี้เหรอครับ"
เขาตอบมาว่า ใช่ค่ะ! เอ้า...ไม่ต้องเตรียมตัวกันเลยไง๊(บ่นในใจ)
ก็วิ่งไปใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว ผมก็ไม่ได้ตัด หวีเป๋เอาละกัน กับกางเกงขาสั้น 5555
ก็สัมฯไป จนถึงตอนเขาถามเงินเดือนที่เก่าเราก็บอกไป จบสัมฯ
ประมาณ 15 นาทีต่อมา เขาทักไลน์มา ว่าเรทเงินคุณเกินตำแหน่งที่คุณสมัคร
เขาจะให้คุณลงตำแหน่ง..(หัวหน้าอะไรสักอย่าง)..ซึ่งจะได้เงิน...
เอ๊ะ มีงี้ด้วย ถูกใจผมละซี๊ อ่ะๆ ไม่เป้นไร ก็ตามนั้นเลย (ปิดจบที่ได้เงินเดือนเพิ่ม +25%)
ก็สั่งเริ่มงานต้นเดือนมิถุนา ตอนที่อยู่ปากเหวพอดี รอดตายแบบปาติหารย์
แต่ก็ใช่ว่าจะผ่านมาง่ายๆ เพราะต้องค้างชำระไปหลายแห่ง โดนโทรทวง โดนค่าปรับ
ซึ่งผมจำเป็น ต้องรักษาเครดิต บ้าน และ รถ ห้ามเสีย
ตอนนี้เงินออกมางวดแรก ตัดหนี้อย่างละสองยอด สบายใจแล้ว
และนี่คือประสบการณ์เฉียดตาย
และเป็นสิ่งสอนใจว่า ห้ามใช้ชีวิตอย่างประมาทอีกเป็นอันขาด
ใครคิดจะลาออก คิดให้ดี คิดให้หนัก วางแผนให้ดี
ต่อให้ทำงานอยู่ก้ตาม ปิดหนี้ให้หมด เก็บเงินให้มากที่สุด
ไปละ บัย
เล่าประสบการณ์ ว่างงาน 6 เดือน + 6 เดือน และจุดพลิกผันในวันที่อยู่ขอบเหว
ต้องขอเล่าเป็นเหตการณ์ 3 ช่วงนะครับ แต่ขอละเว้นเนื้อหาเรื่องงาน เดี๋ยวจะมีคนจำได้ อิอิ
ภาระหนี้สิน บ้าน รถ บัตร รวมแล้ว 50,000 บาท ต่อเดือน !!!!!!! จุกดิฮ้าบ...
เมื่อปี 2568 ผมตกงานเดือน เมษายน 2568 เงินเดือน 75,000 บาท
มีเงินเก็บสี่แสนบาทถ้วน
หางาน หว่านเรซุเม่เป็นร้อยแห่ง
ได้สัมภาษณ์ 2-3 แห่ง----ไม่ได้งานสักแห่ง
ไม่ได้งานเลย จนถึงเดือนตุลาคม
มีเพื่อนแนะนำให้สมัครไปทำแห่งหนึ่ง
โดยที่เป็นสัญญาระยะสั้น 3 เดือน
เงินเดือน 50,000 ไม่เหลือให้ใช้เลย 555
ปรากฎว่า ได้งานทำ ...อย่างน้อยก็ดีกว่าว่างงาน
ระหว่างนั้น ก็สมัครงานไปเรื่อยๆ สัมภาษณ์ 2 แห่ง ----ไม่ได้สักงาน
ทำงาน ตุลาคม ถึง ธันวาคม 2568 เป็นอันสิ้นสุดสัญญา
ทางบริษัทไม่ต่อสัญญาเพราะโปรเจคจบตามเวลา
ฉลองปีใหม่ 2569 ด้วยการตกงาน
และการตกงานรอบนี้ ทรมานมาก
จากการตกงานปีก่อน ใช้เงินในช่วงว่างงาน 6 เดือนไปประมาณสามแสนกว่าๆ
เหลือแสนนึง ซึ่งคิดแล้ว พอจ่ายหนี้เพียง 2 เดือน และแทบจะไม่เหลือให้กินให้ใช้
เดือนแรก หางานต่อด้วยความหวัง ด้วยใจเบิกบาน ปีใหม่ หัวใจใหม่
ต้นปีเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเงินว่างงาน สปส.ระบบล่ม.....ตามข่าว ว่ากันไปก็พอได้กินข้าวแหละ
กระพริบตาทีเดียวเข้าเดือนกุมพาฯ และยังตกงาน
สิ้นเดือนนี้ ถ้าไม่ได้งานอีก สิ้นเดือนมีนามีปัญหาแน่
เริ่มวิตกกังวล สมัครทุกงาน ทุกเว็บ และ ส่งไปให้ head hunter ด้วย
สรุป เงียบกริบ ไม่มีวี่แววแม้แต่น้อย...จนถึงเดือนมีนาฯ
เอาละสิ เงินเหลือไม่ถึง 3,000 ต้องกิน และต้องจ่ายหนี้สี่หมื่นกว่า
หมดหนทางไปเลย จิตใจดิ่งสุดขั้ว กินข้าวไม่ลง ไม่ออกไปไหน ไม่คุยกับใคร อยู่ในบ้านมืดๆเกือบเดือน
แต่ก็ยังหางานอยู่ตลอดเวลานะ ก็เพราะอยู่แต่บ้านนี่แหละ เลยได้จัดบ้าน ทำความสะอาด
วันหนึ่งอันเงียบเหงา...ก็ดันไปเจอสัญญาซื้อขายบ้านของเราเอง ในนั้นมีโฉนดและประกันอัคคีภัย!!!!!!!!!!
ปิ๊งงงงงงงงงงงงงง!!!!! แสงสว่างของฉัน
ดูเบี้ยประกัน 180,000บาท ซึ่งระยะเวลารับประกัน 10 ปี
ผมไม่รีรอใดๆ ผมโทรไปสอบถามบริษัทประกัน ขอเวณคืน
ส่งเอกสารทางอีเมล รอประมาณ 3 วัน จนท. โทรมาว่าเงินจะเข้าวันพรุ่งนี้จำนวน แสนกว่าๆ
ดีใจยิ่งกว่าถูกหวย
และด้วยเงินก้อนนี้ ที่หล่อเลี้ยงผมมาอีก 2 เดือน
จนเข้าเดือนพฤษภาฯ ....เสียงเดิมลอยมา
เดือนหน้าไม่ได้งาน ตายจริงเลยคราวนี้ ชีวิต = 0 ถึงกับล้มละลายเลยนะ
และ...ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์กดสมัครไป 1 ที่ และ ไม่ถึงชั่วโมง HR โทรมา
จำได้ว่า 9 โมงเช้า เราตกใจมาก
เขาถามว่าสนใจสัมภาษณ์ออนไลน์ไหม คุณสะดวกกี่โมง
เราตอบว่าสะดวกทั้งวันครับ เขาก็ปรึกษาอีกคนสัก 10 วิ แล้วตอบว่า
11 โมงสะดวกมั้ย ปมตอบ สะดวกครับ และเขาก็วาง
แต่.....นี่ผมลืมถามวันที่เหรอเนี่ย!!!!!!
สักนาทีนึงก็มีไลน์แอดเข้ามา ทักมาว่าเป้น HR เดี๋ยวเขาจะส่งลิงค์ให้นะ
ผมก็ถามเขาว่าเราจะสัมภาษณ์กันวันไหนครับ เมื่อสักครู่สายตัดไปก่อน
เขาเงียบ...............
ประมานสิบโมงครึ่ง ผมตัดสินใจถาม ว่า "วันนี้เหรอครับ"
เขาตอบมาว่า ใช่ค่ะ! เอ้า...ไม่ต้องเตรียมตัวกันเลยไง๊(บ่นในใจ)
ก็วิ่งไปใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว ผมก็ไม่ได้ตัด หวีเป๋เอาละกัน กับกางเกงขาสั้น 5555
ก็สัมฯไป จนถึงตอนเขาถามเงินเดือนที่เก่าเราก็บอกไป จบสัมฯ
ประมาณ 15 นาทีต่อมา เขาทักไลน์มา ว่าเรทเงินคุณเกินตำแหน่งที่คุณสมัคร
เขาจะให้คุณลงตำแหน่ง..(หัวหน้าอะไรสักอย่าง)..ซึ่งจะได้เงิน...
เอ๊ะ มีงี้ด้วย ถูกใจผมละซี๊ อ่ะๆ ไม่เป้นไร ก็ตามนั้นเลย (ปิดจบที่ได้เงินเดือนเพิ่ม +25%)
ก็สั่งเริ่มงานต้นเดือนมิถุนา ตอนที่อยู่ปากเหวพอดี รอดตายแบบปาติหารย์
แต่ก็ใช่ว่าจะผ่านมาง่ายๆ เพราะต้องค้างชำระไปหลายแห่ง โดนโทรทวง โดนค่าปรับ
ซึ่งผมจำเป็น ต้องรักษาเครดิต บ้าน และ รถ ห้ามเสีย
ตอนนี้เงินออกมางวดแรก ตัดหนี้อย่างละสองยอด สบายใจแล้ว
และนี่คือประสบการณ์เฉียดตาย
และเป็นสิ่งสอนใจว่า ห้ามใช้ชีวิตอย่างประมาทอีกเป็นอันขาด
ใครคิดจะลาออก คิดให้ดี คิดให้หนัก วางแผนให้ดี
ต่อให้ทำงานอยู่ก้ตาม ปิดหนี้ให้หมด เก็บเงินให้มากที่สุด
ไปละ บัย