คลิปสั้นห้องพัก
คลิปสั้นห้องอาหาร
คลิปเต็ม
สวัสดีครับทุกคน หมอพูมเองครับ วันนี้อยากจะมารีวิวประสบการณ์ไปพักผ่อน Staycation ในกรุงเทพฯ ที่โรงแรม Hotel Nikko Bangkok ตรงทองหล่อครับ เผื่อใครกำลังมองหาที่พักผ่อนในเมือง เดินทางสะดวก และชอบบรรยากาศสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ บอกเลยว่าที่นี่ตอบโจทย์มากครับ รอบนี้ผมจองมาในราคาเฉลี่ยคืนละประมาณ 5,500 บาท มารีวิวให้ชมกันครบๆ ทั้งตัวห้องพักและไลน์อาหารเช้าในตำนานครับ
🚗 การเดินทาง ทำเล และการเช็คอิน
เรื่อง Location ถือว่าดีมากครับ ถ้าขับรถมาก็สะดวกเลย เลี้ยวผ่านแยกทองหล่อมานิดเดียว โรงแรมมีที่จอดรถใต้ดินให้ถึง 4 ชั้น จอดสบายๆ แล้วนำบัตรมาแสตมป์ที่ Reception ได้เลยครับ ส่วนใครที่ไม่ได้ขับรถมา จากโรงแรมเดินไป BTS สถานีทองหล่อใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีก็ถึงแล้วครับ สะดวกมาก
รอบนี้เราได้พักที่ห้อง 1104 บนชั้น 11 ครับ ระบบรักษาความปลอดภัยของลิฟต์ที่นี่ต้องแตะ Keycard ก่อนถึงจะกดเลือกชั้นพักได้ ส่วนที่ประตูหน้าห้องก็ใช้ Keycard แตะเปิดปกติครับ ความใส่ใจของโรงแรมญี่ปุ่นคือ เขามีการเสียบบัตรทิ้งไว้ในห้องให้ระบบไฟฟ้าทำงานตลอดเวลาอยู่แล้ว 1 ใบ ทำให้ Keycard อีก 2 ใบที่เราได้รับมา สามารถพกติดตัวแยกกับแฟนคนละใบได้เลยตลอดเวลา ไม่ต้องกังวลเรื่องกลับมาห้องแล้วไฟดับหรือแอร์ไม่เย็นเลยครับ ใส่ใจมากๆ
🛏️ รีวิวห้องพัก Superior Room (ชั้น 11)
เปิดประตูเข้ามาในห้องพัก ขนาดกำลังดีเลยครับ ตกแต่งเรียบหรูสไตล์ญี่ปุ่น
เตียงนอน: เป็นเตียง King Size ตัวเตียงนุ่มกำลังดี มีลูกเล่นที่ผ้าปูเตียงสลักลายโลโก้ของโรงแรมด้วย บนเตียงมีหมอนใบใหญ่ให้คนละ 2 ใบ มีความนุ่มกับความแข็งให้เลือกนอนตามชอบเลยครับ ส่วนหัวเตียงทั้งสองฝั่งมีโคมไฟและ Universal Plugs ให้ข้างละจุด นอนชาร์จแบตมือถือได้สบายๆ ไม่ต้องแย่งกัน

มุมพักผ่อน: มีโซฟานั่งเล่นพร้อมโต๊ะกลางขนาดกะทัดรัด และมีโต๊ะสำหรับนั่งทำงานแยกให้ต่างหากครับ
ความบันเทิงและมินิบาร์: มีทีวีขนาด 43 นิ้ว ซึ่งระบุว่ารองรับระบบ Apple Airplay ด้วย แต่จุดนี้ผมแอบติดนิดนึงตรงที่ลองสแกน QR Code แล้วระบบแจ้งว่าหมดอายุตลอดเวลา ลองสลับใช้เครื่องของแฟนสแกนดูก็ยังไม่ได้เหมือนกัน ไม่แน่ใจว่าเป็นที่ระบบช่วงนั้นพอดีหรือเปล่านะครับ ถัดมาตรงโซนมินิบาร์ มีน้ำดื่มให้ 2 ขวด (จุดนี้ประทับใจมาก เพราะผมขอเพิ่มวันละ 2 ขวด แม่บ้านก็นำมาส่งให้รวดเร็วทันใจมากครับ) มีกาต้มน้ำร้อน ชา กาแฟ ชุดแก้ว และตู้เย็นครบครัน
🛁 ห้องน้ำสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ แยกโซนชัดเจน
อีกหนึ่งไฮไลท์ของห้องพักที่นี่คือห้องน้ำครับ เขาแยกห้องอาบน้ำและห้องส้วมออกจากกันเป็นสัดส่วนชัดเจนเลย
ห้องอาบน้ำ (โซนเปียก): กั้นกระจกอย่างดี มีฝักบัวติดผนังและ Rain Shower ให้ซดน้ำอุ่นฟินๆ มีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ให้ลงไปแช่ตัวได้สบายๆ พร้อมสบู่ แชมพู และครีมนวดผมครบครัน ส่วนผ้าเช็ดตัวจะแขวนอยู่ฝั่งตรงข้าม หยิบใช้งานง่ายครับ
โซนแห้ง: มีอ่างล้างหน้าพร้อมกระจกบานใหญ่ สบู่ล้างมือ โลชั่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดมือ ทิชชู่เช็ดหน้า และ Amenities ของใช้จำเป็นครบ ไดร์เป่าผมจะเก็บอยู่ในลิ้นชักเรียบร้อยครับ
ห้องส้วม: แยกห้องออกมาต่างหาก ไฮไลท์คือมีชักโครกแบบ Washlet ระบบอัตโนมัติ พร้อมอ่างล้างมือเล็กๆ ในตัว ให้อารมณ์เหมือนกำลังเข้าห้องน้ำที่ประเทศญี่ปุ่นเลยครับ
สำหรับวิวจากห้องพัก 1104 ที่ผมได้ จะมองออกไปเห็นวิวของโรงแรม Hotel JAL City Bangkok และมองลงไปเห็นสระว่ายน้ำของโรงแรมพอดีครับ วิวโปร่งโล่งสบายตาดีครับ ส่วน Wi-Fi ของโรงแรมก็ต่อใช้งานง่ายมาก แค่กรอกเลขห้องพักและนามสกุลก็ใช้งานได้เลย ความเร็วเสถียรดีครับ
🍳 รีวิวไฮไลท์: ไลน์บุฟเฟ่ต์อาหารเช้าที่ห้องอาหาร The Oasis All Day Dining
หลังจากนอนเต็มอิ่ม ตื่นเช้ามาเราก็ลงมาทานอาหารเช้ากันครับ บอกเลยว่าไลน์อาหารที่นี่หลากหลายมาก ลบภาพจำอาหารเช้าโรงแรมทั่วไปที่มีของน่ากินแค่ไม่กี่อย่างไปได้เลย Signature ของที่นี่คือ "ความเป็นญี่ปุ่น" ที่จัดเต็มมาก เหมือนเราไปนั่งกินอาหารเช้าที่โรงแรมในญี่ปุ่นจริงๆ ครับ
ผมขอรีวิวเจาะเป็นโซนๆ ให้ฟังกันเลยครับ:
🍜 Noodles & Egg Station
Noodles Station: วันที่ผมไปเป็นก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำใสครับ น้ำซุปกลมกล่อมเข้มข้น มีความหวานจากผักธรรมชาติแบบไม่ต้องปรุงเพิ่มเลย หมูชิ้นนุ่ม ลูกชิ้นเนื้อแน่นเต็มคำ ไม่ผสมแป้ง
Egg Station: มีเมนูมาตรฐานครบ แต่ความเก๋คือมี Thai Omelette หรือไข่เจียวไทยให้สั่งด้วย ทานคู่กับเบคอน แฮชบราวน์ มะเขือเทศย่าง แฮมบาร์บีคิว ไส้กรอกไก่ และไส้กรอกหมู
นอกจากนี้ในโซนใกล้ๆ กันยังมีถั่วอบมะเขือเทศและติ่มซำร้อนๆ ให้ตักด้วยครับ
🍛 โซนอาหารไทยจานร้อนและข้าวต้ม
พะแนงเนื้อ: เมนูนี้แนะนำเลยครับ เครื่องแกงเข้มข้น รสชาติเผ็ดจัดจ้านถึงใจ ตัวเนื้อทำมาดีมาก นุ่ม ไม่เหนียวเลย ทานกับข้าวสวยคือที่สุด
ต้มจืดเต้าหู้ไข่กับหมู: น้ำซุปหวานผัก ผักต้มมาจนนิ่ม ตัวหมูสับกลิ่นเครื่องเทศไม่แรงจนเกินไป ซดร้อนๆ คล่องคอมากครับ
อาหารจานร้อนอื่นๆ ก็มีข้าวผัดผัก เส้นใหญ่ผัดซีอิ๊วหมู และผัดคะน้าไฟแดง ส่วนสายข้าวต้มก็มีเครื่องให้เลือกตักเพียบ ทั้งเต้าหู้ยี้ ยำไข่เค็ม ปลาข้าวสารทอด และหมูหย็องครับ
🥗 สลัดบาร์ โคลด์คัท และชีส
ผักสลัดสดกรอบ น้ำสลัดมีให้เลือกหลากหลาย มีชีสนานาชนิดให้ตัดทานคู่กัน ผลไม้ในโซนนี้มีลำไยและเงาะด้วย
แซลมอนรมควัน: อันนี้เป็นเมนูโปรดของผมเลยครับ หอมกลิ่นควันกำลังดี Texture เนื้อปลาดีมาก รสชาติเข้มข้น ตักทานไปหลายรอบเลย และที่เก๋คือเขามี นัตโตะ (ถั่วเน่าญี่ปุ่น) จัดไว้ให้ด้วยนะครับ สำหรับคออาหารญี่ปุ่นแท้ๆ น่าจะชอบ (แต่ส่วนตัวผมไม่ถนัด ขอบายก่อนครับ ฮ่าๆ)
🎌 โซนอาหารญี่ปุ่น (Signature ไฮไลท์ห้ามพลาด)
ข้าวหน้าหมูสุกี้: แนะนำให้ตักมาทานคู่กับไข่ออนเซ็น คลุกเคล้าออกมาแล้วให้อารมณ์ฟีลบีบิมบับเวอร์ชันญี่ปุ่น รสชาติอร่อยลงตัวมากครับ
เครื่องเคียงญี่ปุ่น: มีเต้าหู้เย็นซอสญี่ปุ่น โซเม็ง ไข่ม้วนญี่ปุ่น และผักโขมลวกโชยุ
ข้าวโพดอ่อนย่าง: อันนี้อร่อยแปลกใหม่ดีครับ ฟีลเหมือนกินข้าวโพดอ่อนในสลัดบาร์แต่เอาไปย่างจนหอมแล้วราดน้ำสลัดงาญี่ปุ่นเข้ากันดีมาก
เมนูร้อนสไตล์ญี่ปุ่น: มีซุปมิโซะร้อนๆ ปลาซาบะต้มมิโซะ แกงกะหรี่ผัก ไก่ย่างซอสเทริยากิ และปลาแซลมอนย่างเกลือ รสชาติละมุนตามมาตรฐานญี่ปุ่นเลยครับ
🍩 โซนของหวาน เบเกอรี่ และเครื่องดื่ม
ไลน์เบเกอรี่แน่นมาก มีทั้งแพนเค้ก โดนัท มัฟฟิน ซีเรียล และขนมปังอบใหม่ๆ หลากหลายชนิด แต่ที่เซอร์ไพรส์คือมี ขนมใส่ไส้ ของหวานแบบไทยๆ ให้ทานด้วย อร่อยดีครับ
ผลไม้สดล้างปาก มีแก้วมังกร สับปะรด แตงโม แคนตาลูป พร้อมด้วยโยเกิร์ตและนมเปรี้ยว
เครื่องดื่มมีให้เลือกเยอะครับ ทั้งนมสด กาแฟสด น้ำเปล่า น้ำส้ม น้ำสับปะรด และน้ำใบเตยหอมๆ
💬 สรุปภาพรวม
สำหรับผม Hotel Nikko Bangkok ในราคาคืนละประมาณ 5,500 บาท ถือว่าคุ้มค่ามากครับ ห้องพัก Superior ออกแบบได้ดี สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันตามมาตรฐานโรงแรมญี่ปุ่น แยกโซนห้องน้ำได้ดีเยี่ยม และจุดเด่นที่สุดยกให้ไลน์อาหารเช้าที่หลากหลาย มีอาหารญี่ปุ่นให้เลือกทานเยอะมาก คัดคุณภาพมาเน้นๆ ใครที่กำลังมองหาโรงแรม Staycation ในกรุงเทพฯ ฟีลเหมือนไปเที่ยวญี่ปุ่น เดินทางสะดวกด้วย BTS แนะนำที่นี่เลยครับ ไม่ผิดหวังแน่นอน
ใครเคยไปพักที่นี่แล้วประทับใจตรงไหน หรือชอบเมนูไหนในไลน์อาหารเช้ากันบ้าง แวะมาคอมเมนต์คุยกันได้นะครับ!
[CR] รีวิว Staycation ฟีลเมืองโตเกียวกลางทองหล่อ นอนห้อง Superior ชิมไลน์อาหารเช้าญี่ปุ่นจัดเต็มที่ Hotel Nikko Bangkok
สวัสดีครับทุกคน หมอพูมเองครับ วันนี้อยากจะมารีวิวประสบการณ์ไปพักผ่อน Staycation ในกรุงเทพฯ ที่โรงแรม Hotel Nikko Bangkok ตรงทองหล่อครับ เผื่อใครกำลังมองหาที่พักผ่อนในเมือง เดินทางสะดวก และชอบบรรยากาศสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ บอกเลยว่าที่นี่ตอบโจทย์มากครับ รอบนี้ผมจองมาในราคาเฉลี่ยคืนละประมาณ 5,500 บาท มารีวิวให้ชมกันครบๆ ทั้งตัวห้องพักและไลน์อาหารเช้าในตำนานครับ
🚗 การเดินทาง ทำเล และการเช็คอิน
เรื่อง Location ถือว่าดีมากครับ ถ้าขับรถมาก็สะดวกเลย เลี้ยวผ่านแยกทองหล่อมานิดเดียว โรงแรมมีที่จอดรถใต้ดินให้ถึง 4 ชั้น จอดสบายๆ แล้วนำบัตรมาแสตมป์ที่ Reception ได้เลยครับ ส่วนใครที่ไม่ได้ขับรถมา จากโรงแรมเดินไป BTS สถานีทองหล่อใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีก็ถึงแล้วครับ สะดวกมาก
รอบนี้เราได้พักที่ห้อง 1104 บนชั้น 11 ครับ ระบบรักษาความปลอดภัยของลิฟต์ที่นี่ต้องแตะ Keycard ก่อนถึงจะกดเลือกชั้นพักได้ ส่วนที่ประตูหน้าห้องก็ใช้ Keycard แตะเปิดปกติครับ ความใส่ใจของโรงแรมญี่ปุ่นคือ เขามีการเสียบบัตรทิ้งไว้ในห้องให้ระบบไฟฟ้าทำงานตลอดเวลาอยู่แล้ว 1 ใบ ทำให้ Keycard อีก 2 ใบที่เราได้รับมา สามารถพกติดตัวแยกกับแฟนคนละใบได้เลยตลอดเวลา ไม่ต้องกังวลเรื่องกลับมาห้องแล้วไฟดับหรือแอร์ไม่เย็นเลยครับ ใส่ใจมากๆ
🛏️ รีวิวห้องพัก Superior Room (ชั้น 11)
เปิดประตูเข้ามาในห้องพัก ขนาดกำลังดีเลยครับ ตกแต่งเรียบหรูสไตล์ญี่ปุ่น
เตียงนอน: เป็นเตียง King Size ตัวเตียงนุ่มกำลังดี มีลูกเล่นที่ผ้าปูเตียงสลักลายโลโก้ของโรงแรมด้วย บนเตียงมีหมอนใบใหญ่ให้คนละ 2 ใบ มีความนุ่มกับความแข็งให้เลือกนอนตามชอบเลยครับ ส่วนหัวเตียงทั้งสองฝั่งมีโคมไฟและ Universal Plugs ให้ข้างละจุด นอนชาร์จแบตมือถือได้สบายๆ ไม่ต้องแย่งกัน
มุมพักผ่อน: มีโซฟานั่งเล่นพร้อมโต๊ะกลางขนาดกะทัดรัด และมีโต๊ะสำหรับนั่งทำงานแยกให้ต่างหากครับ
ความบันเทิงและมินิบาร์: มีทีวีขนาด 43 นิ้ว ซึ่งระบุว่ารองรับระบบ Apple Airplay ด้วย แต่จุดนี้ผมแอบติดนิดนึงตรงที่ลองสแกน QR Code แล้วระบบแจ้งว่าหมดอายุตลอดเวลา ลองสลับใช้เครื่องของแฟนสแกนดูก็ยังไม่ได้เหมือนกัน ไม่แน่ใจว่าเป็นที่ระบบช่วงนั้นพอดีหรือเปล่านะครับ ถัดมาตรงโซนมินิบาร์ มีน้ำดื่มให้ 2 ขวด (จุดนี้ประทับใจมาก เพราะผมขอเพิ่มวันละ 2 ขวด แม่บ้านก็นำมาส่งให้รวดเร็วทันใจมากครับ) มีกาต้มน้ำร้อน ชา กาแฟ ชุดแก้ว และตู้เย็นครบครัน
🛁 ห้องน้ำสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ แยกโซนชัดเจน
อีกหนึ่งไฮไลท์ของห้องพักที่นี่คือห้องน้ำครับ เขาแยกห้องอาบน้ำและห้องส้วมออกจากกันเป็นสัดส่วนชัดเจนเลย
ห้องอาบน้ำ (โซนเปียก): กั้นกระจกอย่างดี มีฝักบัวติดผนังและ Rain Shower ให้ซดน้ำอุ่นฟินๆ มีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ให้ลงไปแช่ตัวได้สบายๆ พร้อมสบู่ แชมพู และครีมนวดผมครบครัน ส่วนผ้าเช็ดตัวจะแขวนอยู่ฝั่งตรงข้าม หยิบใช้งานง่ายครับ
โซนแห้ง: มีอ่างล้างหน้าพร้อมกระจกบานใหญ่ สบู่ล้างมือ โลชั่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดมือ ทิชชู่เช็ดหน้า และ Amenities ของใช้จำเป็นครบ ไดร์เป่าผมจะเก็บอยู่ในลิ้นชักเรียบร้อยครับ
ห้องส้วม: แยกห้องออกมาต่างหาก ไฮไลท์คือมีชักโครกแบบ Washlet ระบบอัตโนมัติ พร้อมอ่างล้างมือเล็กๆ ในตัว ให้อารมณ์เหมือนกำลังเข้าห้องน้ำที่ประเทศญี่ปุ่นเลยครับ
สำหรับวิวจากห้องพัก 1104 ที่ผมได้ จะมองออกไปเห็นวิวของโรงแรม Hotel JAL City Bangkok และมองลงไปเห็นสระว่ายน้ำของโรงแรมพอดีครับ วิวโปร่งโล่งสบายตาดีครับ ส่วน Wi-Fi ของโรงแรมก็ต่อใช้งานง่ายมาก แค่กรอกเลขห้องพักและนามสกุลก็ใช้งานได้เลย ความเร็วเสถียรดีครับ
🍳 รีวิวไฮไลท์: ไลน์บุฟเฟ่ต์อาหารเช้าที่ห้องอาหาร The Oasis All Day Dining
หลังจากนอนเต็มอิ่ม ตื่นเช้ามาเราก็ลงมาทานอาหารเช้ากันครับ บอกเลยว่าไลน์อาหารที่นี่หลากหลายมาก ลบภาพจำอาหารเช้าโรงแรมทั่วไปที่มีของน่ากินแค่ไม่กี่อย่างไปได้เลย Signature ของที่นี่คือ "ความเป็นญี่ปุ่น" ที่จัดเต็มมาก เหมือนเราไปนั่งกินอาหารเช้าที่โรงแรมในญี่ปุ่นจริงๆ ครับ
ผมขอรีวิวเจาะเป็นโซนๆ ให้ฟังกันเลยครับ:
🍜 Noodles & Egg Station
Noodles Station: วันที่ผมไปเป็นก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำใสครับ น้ำซุปกลมกล่อมเข้มข้น มีความหวานจากผักธรรมชาติแบบไม่ต้องปรุงเพิ่มเลย หมูชิ้นนุ่ม ลูกชิ้นเนื้อแน่นเต็มคำ ไม่ผสมแป้ง
Egg Station: มีเมนูมาตรฐานครบ แต่ความเก๋คือมี Thai Omelette หรือไข่เจียวไทยให้สั่งด้วย ทานคู่กับเบคอน แฮชบราวน์ มะเขือเทศย่าง แฮมบาร์บีคิว ไส้กรอกไก่ และไส้กรอกหมู
นอกจากนี้ในโซนใกล้ๆ กันยังมีถั่วอบมะเขือเทศและติ่มซำร้อนๆ ให้ตักด้วยครับ
🍛 โซนอาหารไทยจานร้อนและข้าวต้ม
พะแนงเนื้อ: เมนูนี้แนะนำเลยครับ เครื่องแกงเข้มข้น รสชาติเผ็ดจัดจ้านถึงใจ ตัวเนื้อทำมาดีมาก นุ่ม ไม่เหนียวเลย ทานกับข้าวสวยคือที่สุด
ต้มจืดเต้าหู้ไข่กับหมู: น้ำซุปหวานผัก ผักต้มมาจนนิ่ม ตัวหมูสับกลิ่นเครื่องเทศไม่แรงจนเกินไป ซดร้อนๆ คล่องคอมากครับ
อาหารจานร้อนอื่นๆ ก็มีข้าวผัดผัก เส้นใหญ่ผัดซีอิ๊วหมู และผัดคะน้าไฟแดง ส่วนสายข้าวต้มก็มีเครื่องให้เลือกตักเพียบ ทั้งเต้าหู้ยี้ ยำไข่เค็ม ปลาข้าวสารทอด และหมูหย็องครับ
🥗 สลัดบาร์ โคลด์คัท และชีส
ผักสลัดสดกรอบ น้ำสลัดมีให้เลือกหลากหลาย มีชีสนานาชนิดให้ตัดทานคู่กัน ผลไม้ในโซนนี้มีลำไยและเงาะด้วย
แซลมอนรมควัน: อันนี้เป็นเมนูโปรดของผมเลยครับ หอมกลิ่นควันกำลังดี Texture เนื้อปลาดีมาก รสชาติเข้มข้น ตักทานไปหลายรอบเลย และที่เก๋คือเขามี นัตโตะ (ถั่วเน่าญี่ปุ่น) จัดไว้ให้ด้วยนะครับ สำหรับคออาหารญี่ปุ่นแท้ๆ น่าจะชอบ (แต่ส่วนตัวผมไม่ถนัด ขอบายก่อนครับ ฮ่าๆ)
🎌 โซนอาหารญี่ปุ่น (Signature ไฮไลท์ห้ามพลาด)
ข้าวหน้าหมูสุกี้: แนะนำให้ตักมาทานคู่กับไข่ออนเซ็น คลุกเคล้าออกมาแล้วให้อารมณ์ฟีลบีบิมบับเวอร์ชันญี่ปุ่น รสชาติอร่อยลงตัวมากครับ
เครื่องเคียงญี่ปุ่น: มีเต้าหู้เย็นซอสญี่ปุ่น โซเม็ง ไข่ม้วนญี่ปุ่น และผักโขมลวกโชยุ
ข้าวโพดอ่อนย่าง: อันนี้อร่อยแปลกใหม่ดีครับ ฟีลเหมือนกินข้าวโพดอ่อนในสลัดบาร์แต่เอาไปย่างจนหอมแล้วราดน้ำสลัดงาญี่ปุ่นเข้ากันดีมาก
เมนูร้อนสไตล์ญี่ปุ่น: มีซุปมิโซะร้อนๆ ปลาซาบะต้มมิโซะ แกงกะหรี่ผัก ไก่ย่างซอสเทริยากิ และปลาแซลมอนย่างเกลือ รสชาติละมุนตามมาตรฐานญี่ปุ่นเลยครับ
🍩 โซนของหวาน เบเกอรี่ และเครื่องดื่ม
ไลน์เบเกอรี่แน่นมาก มีทั้งแพนเค้ก โดนัท มัฟฟิน ซีเรียล และขนมปังอบใหม่ๆ หลากหลายชนิด แต่ที่เซอร์ไพรส์คือมี ขนมใส่ไส้ ของหวานแบบไทยๆ ให้ทานด้วย อร่อยดีครับ
ผลไม้สดล้างปาก มีแก้วมังกร สับปะรด แตงโม แคนตาลูป พร้อมด้วยโยเกิร์ตและนมเปรี้ยว
เครื่องดื่มมีให้เลือกเยอะครับ ทั้งนมสด กาแฟสด น้ำเปล่า น้ำส้ม น้ำสับปะรด และน้ำใบเตยหอมๆ
💬 สรุปภาพรวม
สำหรับผม Hotel Nikko Bangkok ในราคาคืนละประมาณ 5,500 บาท ถือว่าคุ้มค่ามากครับ ห้องพัก Superior ออกแบบได้ดี สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันตามมาตรฐานโรงแรมญี่ปุ่น แยกโซนห้องน้ำได้ดีเยี่ยม และจุดเด่นที่สุดยกให้ไลน์อาหารเช้าที่หลากหลาย มีอาหารญี่ปุ่นให้เลือกทานเยอะมาก คัดคุณภาพมาเน้นๆ ใครที่กำลังมองหาโรงแรม Staycation ในกรุงเทพฯ ฟีลเหมือนไปเที่ยวญี่ปุ่น เดินทางสะดวกด้วย BTS แนะนำที่นี่เลยครับ ไม่ผิดหวังแน่นอน
ใครเคยไปพักที่นี่แล้วประทับใจตรงไหน หรือชอบเมนูไหนในไลน์อาหารเช้ากันบ้าง แวะมาคอมเมนต์คุยกันได้นะครับ!
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น