เรื่องรถไฟ 3 สนามบินไม่ต้องเถียงกันหรอกว่าใครผิดระหว่างรัฐกับเอกชน คือมันมีส่วนผิดด้วยกันทั้ง 2 ฝั่งนั่นแหละ

ตอนนี้เรื่องรถไฟ 3 สนามบินก็กำลังถูกถกเถียงกันว่า รัฐกับเอกชนใครที่เป็นฝ่ายผิด เกิดความล่าช้าในการก่อสร้างโครงการก่อสร้างนี้
     ขอบอกว่า ผิดทั้ง 2 ฝั่ง เอาฝั่งรัฐบาลก่อน รัฐบาลไม่ควรเอาโครงการที่มีแววว่าขาดทุนนานมากและได้กำไรยากไปให้เอกชนแบกรับภาระแต่แรก อย่างโครงการรถไฟฟ้า bts กับดอนเมืองโทลล์เวย์ที่ให้เอกชนร่วมลงทุนบริหารจัดการได้เพราะเป็นโครงการอยู่ในกรุงเทพ ย่านเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในประเทศ ความเสี่ยงน้อย คืนทุนง่ายเพราะมีผู้ใช้บริการมาก ด้วยเป็นเมืองที่มีคนอยู่อาศัยเยอะสุดในประเทศ แต่รถไฟ 3 สนามบินเป็นโครงการที่มีความเสี่ยงมากกว่า เส้นทางไกล จุดหมายปลายทางเป็นพื้นที่ที่มีคนอยู่อาศัยน้อยมาก รัฐต้องลงทุนเองและแบกรับภาระเองเหมือนรถไฟไทย-จีนจึงจะถูก รัฐวางแผนผิดมาแต่แรก


     ส่วนเอกชนผิดพลาดที่ไปกดรับงานประมูลมาโดยไม่คำนวณผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นให้ดีแต่ทีแรก ที่บอกว่าเป็นเพราะโควิดทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ดูเป็นข้ออ้างมากกว่า ไปดูข่าวเก่าๆได้ ที่ซีพีขอแก้ไขสัญญารถไฟ 3 สนามบิน มีมาตั้งแต่ก่อนโควิดจะเกิดอีก ต้นปี 62 โน่นที่ซีพีขอแก้สัญญา เพราะฉะนั้นอย่ามาอ้างโควิด ตัวเองไม่คำนวณผลให้ดีแต่แรก แล้วมากดประมูลรับงานระดับประเทศไป
     รถไฟปฏิเสธ “ซีพี” รับไม่ได้ข้อเสนอเพิ่มเติม
https://www.thairath.co.th/money/business_marketing/trends/1502825
ชีพียอมถอน 12 ข้อเสนอนอกTOR รถไฟเชื่อมสามสนามบิน
https://www.thaipost.net/main/detail/33034
     เงื่อนไข 12 ข้อที่ซีพีขอแก้ไขตั้งแต่ปี 62
1.ขอขยายโครงการจากเดิม 50 ปี เป็น 99 ปี
2.ขอให้รัฐอุดหนุนเงินโครงการตั้งแต่ปีแรกที่เปิดดำเนินการ รวมไปถึงการการันตีผลตอบแทน IRR 6.75% ต่อปี
3.รัฐบาลต้องจ่ายเงินอุดหนุนในปีที่ 1-6 จากเดิมที่ต้องจ่ายในวันที่เปิดดำเนินการ
4.สามารถลดสัดส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่โครงการลงมาเหลือ 5% ได้ในอนาคต เนื่องจากบริษัทอาจนำโครงการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
5.ขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยผ่อนปรนเพดานกู้เงินเครือ CP เนื่องจากปัจจุบัน CP ติดเรื่องเพดานเงินกู้หรือ Single Lending Limit ของธปท.  
6.ขอให้รัฐบาลค้ำประกันการรถไฟแห่งประเทศไทย ถ้าหากมีปัญหาในภายหลัง  
7.ผ่อนชำระโครงการแอร์พอร์ตลิงก์ 11 ปี ด้วยดอกเบี้ย 3% จากเดิมต้องจ่ายเงินทันทีถ้าหากรัฐบาลโอนโครงการให้
8.รัฐบาลต้องสนับสนุนจัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำที่ระดับ 4% ให้กับโครงการด้วย
9.ขอชำระเงินค่าเช่าที่ดินมักกะสันและศรีราชา เมื่อวันที่ถึงจุดที่มีผลตอบแทน
10.ถ้าหากโครงการสนามบินอู่ตะเภาล่าช้า รัฐบาลต้องจ่ายค่าชดเชยความเสียหายด้วย
11.ห้ามการรถไฟฯ ทำธุรกิจหรือเดินรถแข่งขันกับเอกชน
12.ยังไม่มีการเปิดเผย
           นี่เป็นข่าวตั้งแต่ก่อนโควิด

     จะเห็นได้ว่ารัฐกับเอกชนก็มีส่วนผิดเหมือนกัน รัฐก็วางแผนผิดที่เอาโครงการที่เสี่ยงขาดทุนยาวนานมากไปให้เอกชนแบกรับภาระ เอกชนก็ไม่คำนวณอะไรให้ดี ไปกดประมูลรับงานมา ทำให้ชาติเสียเวลาและโอกาสไปมาก
    โครงการนี้ ถ้ารัฐทำเองแต่แรก รถไฟความเร็ว 160 km/h  สร้างไปถึงตราดแล้ว

     ส่วน arl ถ้าเอากลับมาให้ทางรฟท.บริหาร รฟท.ก็ต้องรับสภาพความจริงของการขาดทุน คือรถไฟชานเมืองทุกเส้นทางมีสถานีน้อย พอมีสถานีน้อย ก็ส่งผลให้มีจำนวนคอนโดติดสถานึรถไฟฟ้าน้อยตามไปด้วย  คอนโดติดสถานีรถไฟฟ้านี่แหละที่เป็นฐานใหญ่ของการสร้างลูกค้าประจำให้รถไฟฟ้า สายสีเขียวมีจำนวนสถานีเยอะสุด มีคอนโดติดสายสีเขียวมากที่สุด ลูกค้าที่เดินจากที่พักอาศัยมาขึ้นรถไฟฟ้าจึงเยอะที่สุด
        ข้อมูลจำนวนคอนโดติดสถานีรถไฟฟ้าตามนี้
*รถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว (ทั้งสายสุขุมวิทและสายสีลม) มีสถานีที่มีคอนโดตั้งอยู่ติดหรือใกล้สถานี (ระยะเดินไม่เกิน 0-200 เมตร) รวมแล้วมากกว่า 50 สถานี โดยเฉพาะเส้นทางส่วนต่อขยาย เช่น หมอชิต-คูคต มีคอนโดติดรถไฟฟ้ามากกว่า 40 โครงการ และยังมีโครงการเปิดใหม่อย่างต่อเนื่อง

รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินมีทั้งหมด 38 สถานี โดยสถานีที่มีคอนโดตั้งอยู่ในระยะเดินถึงประมาณ 300 เมตร มีจำนวนรวมกันเกิน 30 สถานี ครอบคลุมทั้งฝั่งใจกลางเมืองและฝั่งธนบุรี

แนวรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL) มีสถานีที่มีคอนโดมิเนียมตั้งอยู่ติดสถานีหรือระยะเดินเพียง 0-400 เมตร (เดินได้จริงไม่ต้องต่อรถ) อยู่ทั้งหมด 6 สถานี จากทั้งหมด 8 สถานีตลอดสาย

  สมมติคอนโดนึงมีคนอยู่ 1000 คน สายไหนมีกี่สถานีและมีคนอยู่ใกล้รถไฟฟ้าเท่าไรก็คูณเข้าไป
เช่น สายสีเขียว 50 สถานี × 1,000 = 50,000 คน
      สาย arl 6 สถานี × 1,000 = 6,000 คน

      ส่วนสถานที่อย่างห้างสรรพสินค้าติดสถานีรถไฟฟ้าที่ทำให้คนจำนวนมากต้องใช้รถไฟฟ้าเดินทางไปถึง สายสีเขียวก็ได้เปรียบสุด
*รถไฟฟ้าสายสีเขียวมีห้างสรรพสินค้าชั้นนำที่เชื่อมต่อกับสถานีโดยตรงถึงประมาณ 11 สถานี (ครอบคลุมกว่า 20 ห้างใหญ่) โดยมีทางเดินเชื่อม (Skywalk) เข้าสู่ตัวห้างได้ทันที

รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินมีห้างสรรพสินค้าที่อยู่ติดสถานีรถไฟฟ้า (มีทางเชื่อมหรือเดินถึงได้ทันที) ทั้งหมด 6 สถานี 7 ห้าง

รถไฟฟ้า ARL (Airport Rail Link) มีห้างสรรพสินค้าและคอมมูนิตี้มอลล์ที่อยู่ติดสถานีโดยตรงเพียง 1 สถานี เท่านั้น คือ สถานีรามคำแหง

        ดูแล้ว arl เสียเปรียบกว่าเขามาก ถ้าไม่ทำ feeder จริงจัง ก็ยากที่จะแก้ปัญหาขาดทุนและสร้างรายได้เพิ่ม
      รู้สึกว่า สายสีแดงกับ arl ก็ไม่ค่อยปรับตัวหลายเรื่องด้วย เดี๋ยวสร้างสายสีแดงตะวันออกช่วงในเมืองตั้งแต่บางซื่อ-หัวหมาก-พระจอมเกล้าที่มีสถานีทับซ้อนกันหลายสถานีกับ arl ก็คงไม่ค่อยได้ช่วยเพิ่มรายได้เท่าไร ถ้ายึดติดกรอบเดิมๆ ก็ได้แค่นั้น

      รถไฟชานเมืองก็มีผลดีเรื่องกระจายคนไปนอกเมือง ลดความแออัดในตัวกรุงเทพลง กรุงเทพน่าอยู่ขึ้น นี่ก็เป็นผลดีแล้ว ส่วนเรื่องรายได้จากการทำธุรกิจ ถ้าไม่คิดเปลี่ยนอะไรบางอย่างให้จริงจัง ก็คงจะอยู่ได้แค่นี้ประมาณนี้ล่ะ แก้ปัญหาขาดทุนยากอยู่
  
   รอดูว่า รถไฟ 3 สนามบินจะสิ้นสุดสัญญากับซีพีในวันที่ 1 ตุลาคมนี้จริงมั้ย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่