สวัสดีครับช่วงนี้ผมนั่งคิดเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทย ย้อนกลับไปในช่วงปี พ.ศ. 2531–2533 (ปลายทศวรรษ 1980) ยุคนั้น GDP ประเทศไทยเติบโตพุ่งกระฉูดถึงปีละ 10-13% สูงที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก จนทุกคนมั่นใจว่าเรากำลังจะกลายเป็น "เสือตัวที่ 5 แห่งเอเชีย" เจริญรอยตามฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และไต้หวัน
แต่แล้วในปี 2540 "วิกฤตต้มยำกุ้ง"
ผมเลยเกิดคำถามขึ้นมาว่า: "ถ้าในอดีต รัฐบาลบริหารจัดการความเสี่ยงได้ดี ไม่เปิดเสรีทางการเงินแบบไร้การควบคุม จนฟองสบู่ไม่แตก และไทยไม่เคยเจอกับวิกฤตต้มยำกุ้งเลย" ในปัจจุบัน ประเทศไทยของเราจะหน้าตาเป็นยังไง? มีการคาดการณ์เชิงเศรษฐศาสตร์และสังคมที่น่าสนใจลองมาแชร์กันครับ
1. เศรษฐกิจไทยจะใหญ่ขนาดไหน? GDP ต่อหัวเท่าไหร่?
ถ้าเราไม่สะดุดขาตัวเองและตามล้างหนี้เสียเป็นทศวรรษ เศรษฐกิจไทยน่าจะเปลี่ยนผ่านจาก "แรงงานราคาถูก" ไปสู่ "เทคโนโลยีขั้นสูง" ได้ทันเวลา (เหมือนที่เกาหลีใต้และไต้หวันทำสำเร็จ)
ขนาด GDP รวม: นักเศรษฐศาสตร์หลายคนมองว่า GDP ไทยในปัจจุบันน่าจะทะลุ 9.5 แสนล้าน ถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ใหญ่กว่าปัจจุบันเกือบเท่าตัว ปัจจุบันอยู่ที่ราวๆ 5-6 แสนกว่าล้านดอลลาร์)
รายได้ต่อหัว: น่าจะพุ่งไปแตะ 14,500 - 16,000 ดอลลาร์ต่อคนต่อปี (คิดเป็นเงินบาทคือเฉลี่ยคนละ 500,000 กว่าบาทต่อปี หรือตกเดือนละ 4 หมื่นกว่าบาท รวมเด็กและคนชรา)
นั่นหมายความว่า ปัจจุบันไทยจะถูกประกาศว่าเป็น "ประเทศพัฒนาแล้ว" ไปเรียบร้อยแล้วครับ
2. โครงสร้างประชากร: เราจะยังเผชิญหน้ากับ "สังคมสูงวัย" แบบกะทันหันไหม?
ตอนปี 2540 วิกฤตทำให้คนตกงาน ธุรกิจล้ม อัตราการเกิดของเด็กไทยดิ่งวูบทันทีเพราะคนไม่มั่นใจในอนาคต หากเศรษฐกิจยังโตดีต่อเนื่อง ชนชั้นกลางมีความพร้อม สัดส่วนประชากรวัยทำงานของเราในปัจจุบันน่าจะหนาแน่นกว่านี้มาก ประชากรรวมอาจจะอยู่ที่ราว ๆ 75 - 78 ล้านคน และปัญหา "แก่ก่อนรวย" ของไทยในปัจจุบันอาจจะไม่รุนแรงขนาดนี้
3. ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลก
แบรนด์สัญชาติไทย: เราอาจไม่ได้เป็นแค่โรงงานรับจ้างประกอบรถยนต์ให้ญี่ปุ่นหรือชิปให้อเมริกา แต่อาจมีแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติไทย หรือบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกของตัวเอง (เหมือนที่มาเลเซียมี Proton หรือไต้หวันมี TSMC)
กรุงเทพฯ อาจเป็นศูนย์กลางการเงิน: ก่อนปี 40 ไทยพยายามดันกรุงเทพฯ แข่งกับสิงคโปร์และฮ่องกง ถ้าไม่พังซะก่อนตึกระฟ้าในกทม. คงเป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัทข้ามชาติเต็มไปหมด
โครงสร้างพื้นฐาน: เม็ดเงินภาษีที่มหาศาลคงถูกนำไปพัฒนารถไฟความเร็วสูงเชื่อมภูมิภาค และยกระดับโรงเรียนในต่างจังหวัดให้เท่าเทียมกับกรุงเทพฯ นานแล้ว
ทั้งหมดนี้คือภาพจำลองเพราะในความเป็นจริง วิกฤตครั้งนั้นทำให้เราต้องแช่แข็งศักยภาพตัวเองไปนานหลายปี และส่งผลสะท้อนมาถึงเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันที่โตได้เต็มที่แค่ 2% จากปัญหาเชิงโครงสร้าง
ทุกคนล่ะครับมีความคิดเห็นยังไง? คิดว่าถ้าไม่มีต้มยำกุ้ง วันนี้ไทยจะเจริญแซงหน้าเพื่อนบ้านไปไกลขนาดไหน หรือคิดว่าต่อให้ไม่มีต้มยำกุ้ง ประเทศไทยก็อาจจะไปสะดุดขาตัวเองจากเรื่องอื่นอยู่ดี?
มาแลกเปลี่ยนมุมมองกันครับ!
จะเกิดอะไรขึ้นถ้า "วิกฤตต้มยำกุ่งไม่เคยเกิดขึ้น" ประเทศไทยปัจจุบันจะเป็นยังไง
แต่แล้วในปี 2540 "วิกฤตต้มยำกุ้ง"
ผมเลยเกิดคำถามขึ้นมาว่า: "ถ้าในอดีต รัฐบาลบริหารจัดการความเสี่ยงได้ดี ไม่เปิดเสรีทางการเงินแบบไร้การควบคุม จนฟองสบู่ไม่แตก และไทยไม่เคยเจอกับวิกฤตต้มยำกุ้งเลย" ในปัจจุบัน ประเทศไทยของเราจะหน้าตาเป็นยังไง? มีการคาดการณ์เชิงเศรษฐศาสตร์และสังคมที่น่าสนใจลองมาแชร์กันครับ
1. เศรษฐกิจไทยจะใหญ่ขนาดไหน? GDP ต่อหัวเท่าไหร่?
ถ้าเราไม่สะดุดขาตัวเองและตามล้างหนี้เสียเป็นทศวรรษ เศรษฐกิจไทยน่าจะเปลี่ยนผ่านจาก "แรงงานราคาถูก" ไปสู่ "เทคโนโลยีขั้นสูง" ได้ทันเวลา (เหมือนที่เกาหลีใต้และไต้หวันทำสำเร็จ)
ขนาด GDP รวม: นักเศรษฐศาสตร์หลายคนมองว่า GDP ไทยในปัจจุบันน่าจะทะลุ 9.5 แสนล้าน ถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ใหญ่กว่าปัจจุบันเกือบเท่าตัว ปัจจุบันอยู่ที่ราวๆ 5-6 แสนกว่าล้านดอลลาร์)
รายได้ต่อหัว: น่าจะพุ่งไปแตะ 14,500 - 16,000 ดอลลาร์ต่อคนต่อปี (คิดเป็นเงินบาทคือเฉลี่ยคนละ 500,000 กว่าบาทต่อปี หรือตกเดือนละ 4 หมื่นกว่าบาท รวมเด็กและคนชรา)
นั่นหมายความว่า ปัจจุบันไทยจะถูกประกาศว่าเป็น "ประเทศพัฒนาแล้ว" ไปเรียบร้อยแล้วครับ
2. โครงสร้างประชากร: เราจะยังเผชิญหน้ากับ "สังคมสูงวัย" แบบกะทันหันไหม?
ตอนปี 2540 วิกฤตทำให้คนตกงาน ธุรกิจล้ม อัตราการเกิดของเด็กไทยดิ่งวูบทันทีเพราะคนไม่มั่นใจในอนาคต หากเศรษฐกิจยังโตดีต่อเนื่อง ชนชั้นกลางมีความพร้อม สัดส่วนประชากรวัยทำงานของเราในปัจจุบันน่าจะหนาแน่นกว่านี้มาก ประชากรรวมอาจจะอยู่ที่ราว ๆ 75 - 78 ล้านคน และปัญหา "แก่ก่อนรวย" ของไทยในปัจจุบันอาจจะไม่รุนแรงขนาดนี้
3. ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลก
แบรนด์สัญชาติไทย: เราอาจไม่ได้เป็นแค่โรงงานรับจ้างประกอบรถยนต์ให้ญี่ปุ่นหรือชิปให้อเมริกา แต่อาจมีแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติไทย หรือบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกของตัวเอง (เหมือนที่มาเลเซียมี Proton หรือไต้หวันมี TSMC)
กรุงเทพฯ อาจเป็นศูนย์กลางการเงิน: ก่อนปี 40 ไทยพยายามดันกรุงเทพฯ แข่งกับสิงคโปร์และฮ่องกง ถ้าไม่พังซะก่อนตึกระฟ้าในกทม. คงเป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัทข้ามชาติเต็มไปหมด
โครงสร้างพื้นฐาน: เม็ดเงินภาษีที่มหาศาลคงถูกนำไปพัฒนารถไฟความเร็วสูงเชื่อมภูมิภาค และยกระดับโรงเรียนในต่างจังหวัดให้เท่าเทียมกับกรุงเทพฯ นานแล้ว
ทั้งหมดนี้คือภาพจำลองเพราะในความเป็นจริง วิกฤตครั้งนั้นทำให้เราต้องแช่แข็งศักยภาพตัวเองไปนานหลายปี และส่งผลสะท้อนมาถึงเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันที่โตได้เต็มที่แค่ 2% จากปัญหาเชิงโครงสร้าง
ทุกคนล่ะครับมีความคิดเห็นยังไง? คิดว่าถ้าไม่มีต้มยำกุ้ง วันนี้ไทยจะเจริญแซงหน้าเพื่อนบ้านไปไกลขนาดไหน หรือคิดว่าต่อให้ไม่มีต้มยำกุ้ง ประเทศไทยก็อาจจะไปสะดุดขาตัวเองจากเรื่องอื่นอยู่ดี?
มาแลกเปลี่ยนมุมมองกันครับ!